เมื่อรถบัสรับเราแล้ว ก็ต้องไปจอดแอบอยู่ที่บริเวณลานจอดรถที่อยู่ไม่ไกลนัก รอจนกระทั่งคนอื่น ๆ หมดธุระในการละลายทรัพย์แล้ว จึงโทรเรียกโชเฟอร์ขับรถกลับเข้าไปรับที่หน้าบริษัทอีกทีหนึ่ง ตอนแรกก็นึกว่าจบรายการกันแค่นี้ ที่ไหนได้ "แม่หญิงเปิ้ล"บอกว่า ให้ไปเก็บรายการช็อปปิ้งที่บริเวณ "ประตูม้าทอง - ไก่หยก" เสียก่อน พรุ่งนี้เราต้องเดินทางกลับ จะได้ไม่ฉุกละหุกมาก การซื้อของถ้าหากว่าฉุกละหุกแล้วก็จะไม่มีความสุขเลย
พวกเราจึงเดินทางมาถึงบริเวณประตูม้าทอง - ไก่หยก ซึ่งเป็นบริเวณของประตูเมืองคุนหมิงโบราณ เป็นเวลาประมาณ ๕ โมงเย็นแล้ว "ลูกกิฟท์" (นางสาวอันตรา ลักษณะ) เจ้าของบริษัทเติมเต็มทราเวล ถามว่า "หลวงตาจะหาซื้อของอะไรไหมเจ้าคะ ?" กระผม/อาตมภาพบอกว่า "ไม่มี..ถ่ายรูปเสร็จก็กลับได้เลย" อีกฝ่ายจึงบอกว่า "ถ้าอย่างนั้นหนูจะให้เวลานักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ ๒ ชั่วโมงในการช็อปปิ้ง ส่วนหลวงพ่อถ้าหากว่าถ่ายรูปและเดินดูสินค้าเสร็จแล้วให้แจ้งมา หนูจะเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งที่โรงแรมก่อน"
เมื่อพวกเรารอจนมวลมหาประชาชนจีนซาลงแล้ว ก็ถ่ายรูปเดี่ยว รูปหมู่ กับประตูม้าทอง - ไก่หยกกันตามอัธยาศัย แล้ว "แม่หญิงเปิ้ล" เห็นว่าไม่มีกิจกรรมอะไรให้พระทำ เพราะว่าคนอื่นแห่กันข้ามถนนไปช็อปปิ้งละลายทรัพย์กันแล้ว จึงได้นำกระผม/อาตมภาพและบรรดาพระภิกษุสงฆ์ เดินเข้าไปชมสินค้าบริเวณเมืองเก่าคุนหมิง ซึ่งสินค้าก็หน้าตาคล้าย ๆ กับที่อื่นทุกที่นั่นเอง เพียงแต่ที่นี่มีบรรดาช่างเงินช่างทอง มาหลอมโลหะผลิตสินค้าของตนเองให้ดูด้วย
เมื่อใกล้ ๖ โมงเย็น กระผม/อาตมภาพก็นำทุกคนเดินวนออกมาด้านนอก แล้วข้ามถนนไปอีกฝั่งหนึ่ง เพราะว่ารถแท็กซี่อยู่ฝั่งนั้น รถแท็กซี่ของจีนบังคับเลยว่า ให้นั่งหน้า ๑ คน นั่งหลังไม่เกิน ๓ คน และต้องเป็นรถไฟฟ้าเท่านั้น "คุณน้ำทิพย์" จัดแจงสั่งเสียโชเฟอร์ว่าให้ไปส่งพวกเราที่ไหน ? แล้วก็สแกนคิวอาร์โค้ดจ่ายเงินให้ โชเฟอร์พาฝ่ารถติดมาจนกระทั่งถึงโรงแรมวีนัส อินเตอร์เนชั่นแนล โฮเต็ล ก็เป็นเวลา ๖ โมงครึ่งแล้ว บริเวณหน้าโรงแรมตอนนี้โดนแผงลอยต่าง ๆ ยึดไปเป็นที่จำหน่ายสินค้า โดยเฉพาะผลไม้ต่าง ๆ เต็มไปหมด..!
กระผม/อาตมภาพรับฟังนัดของพรุ่งนี้ว่าจะต้องตื่นกี่โมง ? ฉันเช้ากี่โมง ? เดินทางกี่โมง ? แล้วก็กลับขึ้นไปยังห้องพักของตนเอง จัดการสรงน้ำร้อนผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ทำการส่งงานทุกอย่างเสร็จสิ้น แล้วอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุต่าง ๆ ที่ซื้อหามาของวันนี้ ปรากฏว่า "หลวงปู่ไห่ทง" ซึ่งเป็นผู้คอยดูแลการเดินทางของเราครั้งนี้ เมื่อบอกท่านว่า "รบกวนหลวงปู่เสกให้ด้วยครับ" เพราะว่าท่านเป็นพระโพธิสัตว์บำเพ็ญบารมีมาเพื่อความเป็นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถึงขนาดมีฉัพพรรณรังสี ๒ สายแล้ว ก็คือสีเหลืองกับสีเขียว
หลวงปู่ท่านทำหน้าเมื่อย บอกว่า "ให้ไปทุบอิฐ ให้ไปแบกหิน หรือเป็นงานกรรมกรจะถนัดกว่า..!" ว่าแล้วท่านก็เชิญ "พระสมันตภัทรโพธิสัตว์" ทรงช้าง ๔ งามาอย่างสง่างาม รัศมีสว่างไสวมาก แล้วบอกว่า "ให้ "ท่านผู่สัก" เป็นผู้ช่วยเสกให้ก็แล้วกัน" กระผม/อาตมภาพเห็นเช่นนั้นก็สบายใจ เพราะว่าพระโพธิสัตว์นั้น หลายอย่างถ้าหากว่าท่านตั้งใจจะช่วย ท่านก็ช่วยถึงระดับฝืนกฎของกรรมเลยทีเดียว..! จึงส่งใจไปดูท่านเสกสิ่งของ จนร่างกายหลับไปตอนไหนไม่รู้ ?!
สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันอาทิตย์ที่ ๑๘ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เผือกน้อย : เมื่อวานนี้ เมื่อ 17:29
|