เมื่อมาถึงบริเวณ "ซุ้มประตูมังกร" ต้นทางที่จะขึ้นเขาซีซาน พวกเราลงจากรถแล้ว อันดับแรกเลยก็ทำการถ่ายรูปหมู่ก่อน แล้วฟังมัคคุเทศก์ของเรานัดแนะว่า ถึงเวลาให้ลงมาบริเวณนี้ในเวลา ๑๐.๔๕ น. ของประเทศจีน แล้วปล่อยให้พวกเราแย่งกันขึ้นเขา เพราะว่าคนจีนแน่นไปหมด แล้วหนทางก็ค่อนข้างที่จะคับแคบ..!
"ท่านปิง" (พระมหากวีศิลป์ วิสุทฺธิกุโล) ประธานที่พักสงฆ์เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ เดินประกบป้องกันไม่ให้กระผม/อาตมภาพลื่นล้ม ด้วยความที่ว่าแม้จะเป็นทางซึ่งสร้างขึ้นจากการสกัดภูเขาเป็นบันได แต่การที่ผู้คนจำนวนเป็นหมื่นเป็นแสนเดินกันอยู่ทุกวัน เป็นระยะเวลาหลายร้อยปีมาแล้ว จึงทำให้พื้นซึ่งสกัดไว้หยาบ ๆ นั้น ตอนนี้ลื่นเป็นกระจก ถ้าพลาดเมื่อไร มีหวังร่วงแน่นอน..!
เมื่อขึ้นมาถึงสถานที่แห่งแรก ก็คือบริเวณ "รูปปั้นไฉเสินเหยีย" หรือที่บ้านเราเรียกว่า"ไฉ่ซิงเอี๊ย" ซึ่งนั่งอยู่บนหลังเสืออ้าปาก ในมือก็ถืออาวุธที่เรียกว่า "เจี้ยน" ของทางด้านประเทศจีน ลักษณะเป็นกระบองเหลี่ยม เหมือนอย่างกับเหล็กขูดชาร์ป เพียงแต่ว่าไม่มีคม น่าจะใช้สำหรับทุบด้วยกำลังอย่างเดียว..!
"ไฉ่ซิงเอี๊ย" หรือว่า "ไฉเสินเหยีย" ในภาษาจีนกลางนั้น ก็คือ "ท่านปู่ท้าวเวสสุวรรณ" ที่เดินตามดูแลความปลอดภัยให้กับคณะของเรามาโดยตลอดนั่นเอง แต่มวลมหาประชาชนจีนเป็นร้อย ๆ ยึดพื้นที่บริเวณนั้นอยู่ ต่างคนต่างก็เอามือล้วงปากเสือจนสุดแขน เพื่อที่จะควานเอาโชคลาภใส่กระเป๋ากลับไป..!
กระผม/อาตมภาพไม่สามารถที่จะสู้กับคนจำนวนมากขนาดนั้นได้ จึงเดินเลยไปหน่อยหนึ่ง ซึ่งเป็นตำหนักของ "เยียนหลัวหวัง" ที่ภาษาแต้จิ๋วเรียกว่า "เงี่ยมล่ออ๋อง" หรือว่า "ท่านลุงพระยายมราช" ส่งจิตอธิษฐานขอให้ท่านอนุโมทนาบุญกุศล ที่กระผม/อาตมภาพได้ทำมาแล้วตั้งแต่ต้นจนบัดนี้ ขอให้ท่านอนุโมทนาเป็นสักขีพยานด้วย แล้วก็หาทางที่จะเดินต่อขึ้นไปทางด้านบน "ท่านปิง"ซึ่งเคยมาแล้ว จึงได้ชี้ทางที่ถูกต้องให้ เนื่องเพราะว่าทางใหญ่ ๆ กว้าง ๆ นั้นมักจะนำไปหาร้านอาหาร และร้านขายสินค้าที่ระลึกเสียมากกว่า..!
พักใหญ่ต่อมา พวกเราซึ่งเดินแซงมวลมหาประชาชนจีนที่ค่อย ๆ ขึ้นกันทีละก้าว ก็มาถึงตำหนักของ "ตั่วเหล่าเอี๊ย" หรือว่า "ต้าเหล่าเหยีย"ในภาษาจีนกลาง ที่บ้านเราเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "เจ้าพ่อเสือ" บรรดาคนจีนไปจุดธูปอธิษฐานกันอยู่ ทำให้สิ่งสำคัญที่คนทั้งหลายพยายามที่จะมาให้ถึงและทำให้ได้ ก็คือการที่จะมาลูบรูปปั้นแกะสลักงูพันเต่า หรือว่าเต่าโดนงูรัดนั่นแหละ..! ซึ่งมีการลูบจนกระทั่งลื่นเป็นเงาวับเลย..! เพราะว่าต้องการที่จะมีความมั่นคง อายุยืนนานเหมือนอย่างกับเต่า แล้วให้มีความคล่องตัวเหมือนกับงู
กระผม/อาตมภาพฉวยโอกาสที่เหล่ามวลมหาประชาชนจีน กำลังสักการะท่านเจ้าพ่อเสือ มาลูบเสียจนกระทั่งพอใจ แต่รู้สึกว่าหนาวสะท้านไปหมด เนื่องเพราะว่าแกะสลักจากหินแกรนิตที่ตอนนี้เย็นเฉียบเลยทีเดียว..!
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 01:18
|