ดูแบบคำตอบเดียว
  #5  
เก่า 18-01-2026, 01:10
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,770
ได้ให้อนุโมทนา: 160,598
ได้รับอนุโมทนา 4,527,690 ครั้ง ใน 37,386 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เมื่อออกมาแล้ว รอจน "คุณน้ำทิพย์" ซื้อตั๋วได้ครบ พวกเราก็ต้องมาสแกนกระเป๋า สแกนตั๋ว เพื่อที่จะขึ้นรถแบตเตอรี่ มุ่งตรงเข้าไปยังด้านใน โดยที่กระผม/อาตมภาพไม่สามารถที่จะถ่ายรูป "มนุษย์อินทรีย์แบกโลก" ได้ทัน เพราะว่าตนเองนั้นนั่งอยู่คนละฝั่งกัน จึงหมายมั่นปั้นมือว่าขาออกจะต้องถ่ายรูปให้ได้..!

พวกเราลงจากรถแล้ว ยังต้องเดินเป็นระยะทางที่ค่อนข้างจะไกล ครั้นมาถึงบริเวณด้านหน้าปากทางเข้าที่เขาตกแต่งสถานที่เอาไว้ ปรากฏว่าอยู่ในด้านย้อนแสงพอดี แต่ก็พยายามถ่ายรูปหมู่กัน เสร็จแล้วถึงได้เห็นว่าเขาตกแต่งสองด้านเหมือนกัน พวกเราดันไปถ่ายด้านย้อนแสง ก็เลยออกอาการ "หน้ามืด" กันเกือบทุกคน..!

เมื่อถ่ายรูปเสร็จก็ต้องเดินเข้าไปด้านใน ผ่านสะพานที่ค่อนข้างจะยาวเหยียด เนื่องเพราะว่าข้ามสระน้ำที่ขุดด้วยแรงงานมนุษย์ เข้าไปถึงด้านในก็มีป้ายหินแสดงถึงความเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ พวกเราจึงได้ถ่ายรูปหมู่กันตรงนี้อีกรูปหนึ่ง แล้วเดินเลี้ยวไปทางขวามือ ซึ่งมีจุดที่เขาตกแต่งเอาไว้สวย ๆ สำหรับถ่ายรูป

โดยเฉพาะมีรูปของผู้หญิงชาวเขา ซึ่งใส่หมวกลักษณะมีเขาสองอัน "ไกด์ไก่" (นายฐนชล ทิมแสง) บอกว่าเป็นชาวเขาที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ ถ้ามีสองเขาแปลว่ายังเป็นสาวน้อยอยู่ ถ้าหากว่าเหลือเขาเดียวก็คือมีผู้จองแล้ว ถ้าหากว่าไม่เหลือสักเขาเลย ก็คือเป็นแม่บ้านของใครคนหนึ่ง คือแต่งงานไปแล้ว..!

ผู้ชายถ้าหากว่าชอบใจผู้หญิงที่มีสองเขาอยู่ สามารถที่จะจับเขาแล้วก็ลากไปหาพ่อแม่ของเธอได้เลย พ่อแม่ของเธอก็จะทดสอบว่ามีความสามารถเลี้ยงลูกสาวได้จริงหรือเปล่า ? โดยการต้องไปใช้แรงงานทำนาให้พ่อแม่เป็นเวลา ๓ ปี ถ้าพ่อแม่พอใจถึงจะยกลูกสาวให้ ในระหว่างนั้นลูกสาวก็ต้องเอาเขาออกเหลือแค่ข้างเดียว ถ้าแต่งงานไปแล้ว จึงเอาออกทั้งสองข้าง ดูแล้วก็เป็นประเพณีที่ชัดเจนดี

พวกเราเดินมาถึงบริเวณที่เป็นร้านขายของ ซึ่งทางขวามือเป็นห้องน้ำ ก็ลงไปยังลานทางด้านล่าง ซึ่งเป็นไฮไลท์จุดหนึ่งที่มีป้ายป่าหินอยู่ตรงนี้ ต่างคนต่างก็ไปถ่ายรูปกัน โดยที่นัดแนะกันว่าอีก ๑ ชั่วโมงจะมารอกันตรงนี้ แล้วกระผม/อาตมภาพก็เดินเข้าไปทางด้านใน โดยมีจุดมุ่งหมายก็คือศาลาชมวิวที่เป็นไฮไลท์แห่งที่ ๒ หนทางแคบขนาดต้องตะแคงตัวบ้าง มุดไปตามถ้ำบ้าง บางที่ก็กว้างขนาดเดินสวนกันสบาย ๆ ระหว่างนั้นก็มีนักท่องเที่ยวทั้งเดินตามมา และเดินสวนออกมาเป็นระยะไป

วนถ่ายรูปบริเวณนั้นอยู่พักใหญ่ กลายเป็นหลุดออกมาที่เดิม..! "ครูบาพันแสน" (เจ้าอธิการธรรมชัย อคฺคธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดศิลาวาส (ปิงโค้ง) รักษาการเจ้าคณะตำบลปิงโค้ง หัวเราะเป็นการใหญ่ กระผม/อาตมภาพจึงบอกว่า "เสียท่าไปหน่อย..!" เจ้าที่เขาต้องการให้เราเดินเข้าไปในเขตของเขา เพื่อที่จะใช้สิทธิ์อนุโมทนาตามที่กระผม/อาตมภาพ ตั้งใจไว้ตั้งแต่อยู่บนรถไฟความเร็วสูง ก็เลยลากพวกเราไปวนเสียรอบใหญ่แบบนั้น แต่ว่าก็ไม่ได้ท้อ เปลี่ยนเส้นทางเดินจนกระทั่งขึ้นไปถึงศาลาชมวิวจนได้ พวกเราทางด้านนี้กำลังถ่ายรูปกันอยู่ จนส่วนหนึ่งเสร็จสรรพและเดินออกมาแล้วด้วย
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 18-01-2026 เมื่อ 22:20
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 18 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา