เมื่อถ่ายรูปกันจนกระทั่งเจ้าของจามรีกระเป๋าตุงดีแล้ว พวกเราก็ตาม "คุณน้ำทิพย์" มาขึ้นรถแบตเตอรี่ วิ่งไปตามทางคดเคี้ยวคับแคบที่ให้เฉพาะรถขนาดนี้วิ่งเท่านั้น รถน้ำมันอื่น ๆ ไม่สามารถใช้สถานที่ได้ เพื่อป้องกันบุคคลหัวรั้นที่จะดื้อขับรถเข้าไปด้วยตนเอง..!
มาลงบริเวณที่เรียกว่า "ไป๋สุ่ยเหอ" ซึ่งยังอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาหิมะมังกรหยกนี่แหละ แต่ว่าเป็นคนละมุมกับหุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน เรามีเวลาตรงนี้แค่ ๑๐ กว่านาทีเท่านั้น เนื่องเพราะว่าทางเติมเต็มทราเวลได้นัดห้องอาหารเอาไว้แล้ว จึงหามุมถ่ายรูปแต่หายากสุด ๆ เนื่องเพราะว่ามุมที่สวยที่สุดมีแต่หัวของบรรดามวลมหาประชาชนจีนเต็มไปหมด..! แถวนี้มี "ยวนยาง" (เป็ดแมนดาริน) อยู่เป็นสิบ ๆ ตัว เล่นน้ำท่ามกลางอากาศ - ๔ องศาเซลเซียสกันหน้าตาเฉย..!
เมื่อได้รูปที่มีแต่หัวคนมาแล้ว กระผม/อาตมภาพก็เดินขึ้นบันไดตาม "คุณน้ำทิพย์" ไป โดยที่ไม่ได้รู้สึกว่าอยู่บนที่สูงถึงเกือบ ๔,๐๐๐ เมตรเลยแม้แต่น้อย พวกเราเดินอ้อมมาจนถึงบริเวณที่เขากั้นคอกเอาไว้ คุณน้ำทิพย์บอกว่าให้เดินตีคู่กันไป ไม่เช่นนั้นแล้ว มีช่องว่างเมื่อไร มวลมหาประชาชนจีนจะพุ่งเข้ามาแทรกทันที เพื่อที่จะเอาคิวขึ้นรถก่อน ขนาดเตือนแล้วเตือนอีกก็ยังโดนแทรกเข้ามาหลายราย..!
รถบัสของทางอุทยานพาย้อนกลับลงไป บริเวณที่จอดรถนั้นก็คือห้างสรรพสินค้าใหญ่โตมหึมา แต่เมื่อเข้าไปข้างในจริง ๆ กลายเป็นว่าขายของแค่มุมเดียวเท่านั้น ส่วนที่เหลือเป็นมุมกาแฟ มุมนั่งเล่น และมุมอาหาร โดยที่บริเวณโต๊ะนั้นจะมีเตาอุ่น ซึ่งสำหรับเอาไว้ต้มสุกี้โต๊ะละ ๘ เตา
อาหารวันนี้ของเราก็คือสุกี้หม้อร้อน กระผม/อาตมภาพจัดแจงเอาหมวกคลุมหัว ตลอดจนกระทั่งปลอกคอออก ทำท่าจะรูดซิป เอาเสื้อกันลมซึ่ง "ท่านปิง" (พระมหากวีศิลป์ วิสุทฺธิกุโล) ประธานที่พักสงฆ์เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ จัดการสวมให้ออกด้วย แต่ท่านปิงเตือนว่า "ถ้าหากว่าเปียกเสื้อกันลม เปื้อนเสื้อกันลม สามารถทำความสะอาดได้ แต่ถ้าหากเปียกชุดทางด้านใน ทำความสะอาดไม่ได้นะครับ" กระผม/อาตมภาพจึงต้องอยู่หน้าหม้อร้อน โดยที่ใส่เสื้อกันลมเต็มที่อยู่อย่างนั้น..!
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:15
|