ออกจากลิฟท์แล้ว เดินตาม "คุณน้ำทิพย์" ไปได้ไม่ไกล ก็โผล่ออกมาเจอลมหนาวพุ่งเข้าปะทะหน้าจนชา..! มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากแน่นไปหมดแล้ว บริเวณนี้อยู่ที่ความสูง ๔,๕๐๖ เมตร ถือว่าเป็นจุดสูงสุดที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวมาถึง เนื่องเพราะว่าเทือกเขาหิมะมังกรหยกนั้น ยอดสูงสุดอยู่ที่ ๕,๕๐๐ เมตร
พวกเราทยอยกันตามมาถึง ก็เดินหามุมถ่ายรูป ถ่ายคลิปวิดีโอกันตามอัธยาศัย โดยที่บรรดามวลมหาประชาชนจีนนั้นไม่มีความเกรงใจเลย เราจะถ่ายรูป เขาก็เดินตัดหน้า แถมไปยืนแช่อยู่ในบริเวณจุดที่เห็นทิวทัศน์สวย ๆ แบบไม่ยอมถอยอีกด้วย..! จนกระทั่งบางทีต้องไปดึงแขนให้ออกมา เพื่อที่เราจะถ่ายรูปได้บ้าง
อากาศบนนี้ นอกจากลมแรงแล้ว ช่วงเวลา ๘ โมงกว่านี้ยังอยู่ที่ - ๔ องศาเซลเซียส ทำเอามือเท้าชาไปหมด กระผม/อาตมภาพต้องบอกให้ทุกคนหายใจด้วยกระป๋องออกซิเยนเป็นระยะไป เพื่อที่ป้องกันไม่ให้ตัวเองน็อกไปเสียก่อน เมื่อได้รูปทุกซอกทุกมุมตามที่ต้องการแล้ว ก็หาที่หลบความหนาวกัน
ปรากฏว่าครั้งแรกที่โผล่ไป กลายเป็นบริเวณห้องน้ำ ซึ่งบรรดามวลมหาประชาชนจีนยึดที่นั่งไปหมดแล้ว สักครู่หนึ่ง ไกด์ไก่ (นายฐนชล ทิมแสง) ทัวร์ลีดเดอร์ของเราก็วิ่งมาบอกว่า "หลวงพ่อครับ บริเวณห้องพักทางลงเขาเปิดเอาไว้แล้ว" พวกเราจึงเข้าไปหลบลมหนาวกันที่นั่น
กระผม/อาตมภาพส่งภาพให้กับ "ไอ้ตัวเล็ก" (นางสาวพัชรีภรณ์ หยกอุบล) เพื่อนำลงในเว็บไซต์วัดท่าขนุนแบบเรียลไทม์ พร้อมกับอาศัยออกซิเจนกระป๋องหายใจเป็นระยะ ทั้งที่ไม่มีอาการอะไรเลย เนื่องเพราะว่าถ้าไม่ใช้ก็ต้องทิ้งเสียเปล่า เพราะว่าการขึ้นรถไฟความเร็วสูงนั้น เขาไม่ให้นำเอาสิ่งของจำพวกสเปรย์หรือว่าออกซิเจนกระป๋องอะไรขึ้นไปแม้แต่นิดเดียว..!
จนประมาณ ๙ โมงครึ่งของเมืองจีน พวกเราก็กลับเข้ามากันครบครัน แล้วนั่งกระเช้าลงจากยอดเขา แต่ว่าขาลงนี้มีหลายช่วงที่ค่อนข้างชัน กระเช้าจึงพุ่งละลิ่วลงไปชนิดที่คนขวัญอ่อนมีหวังได้กรี๊ดกันบ้างเป็นแน่..!
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:02
|