ดูแบบคำตอบเดียว
  #24  
เก่า 16-01-2026, 02:12
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,775
ได้ให้อนุโมทนา: 160,604
ได้รับอนุโมทนา 4,528,048 ครั้ง ใน 37,391 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

เราจะก้าวข้ามจากความเป็นพระโสดาบันหรือสกทาคามี ไม่ว่าจะขึ้นไปเป็นพระอนาคามีหรือว่าพระอรหันต์ก็ตาม อย่างน้อยต้องได้ฌาน ๔ ละเอียด ไม่อย่างนั้นแล้วกำลังไม่เพียงพอที่จะตัดกิเลส

ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่า ท่านทั้งหลายกำลังยังไม่พอที่จะก้าวข้ามจากจุดเดิมขึ้นไป ส่วนท่านที่กำลังเพียงพอแล้วแต่ไม่รู้เคล็ดลับไม่รู้วิธีการ ก็ค่อย ๆ คลำไป ๒๐ - ๓๐ ปีเดี๋ยวก็รู้เอง..!

ความเป็นครูสำคัญตรงนี้เอง เพราะว่าครูก็คือผู้ที่ก้าวข้ามจุดนั้นไปก่อน ถึงเวลาใครมาสอบถามก็จะบอกได้ เหมือนกับการปีนเขาชัน ๆ ทำอย่างไรจะขึ้นให้ถึงยอด โดยไม่ตกลงมาตาย ครูก็จะบอกว่าตรงนั้นมีร่องให้ยึดได้ ตรงนี้มีที่วางเท้าได้ เราก็ตะกายไปตามช่องทางนั้น เดี๋ยวก็ขึ้นไปถึงยอดเอง ไม่อย่างนั้นให้ตะเกียกตะกายหาเองก็นาน หรือไม่ก็พลาดก็ลงมากองอยู่ตีนเขา ไม่สามารถที่จะรีสตาร์ท (restart) แล้วก็เริ่มต้นใหม่ ชีวิตจริงนี่ตกเขาตายแล้วตายเลย..!

ดังนั้น..ในเรื่องของการปฏิบัติ กัลยาณมิตรจึงแทบจะเป็นทั้งหมดในชีวิต นี่บาลีพระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ชัดเจน แต่คำว่า กัลยาณมิตรนั้น ท่านหมายถึงบุคคลที่เป็นครู ไม่ใช่กัลยาณมิตรก็คือเพื่อนฝูงที่คอยบอกบุญอย่างน้อยเดือนละสามรอบ..! ท่านบอกว่ากัลยาณมิตรประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ?

๑. ปิโย เป็นผู้ที่ควรแก่การรักการนับถือ สิ่งนี้จะต้องคลุกคลีด้วยเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ถึงจะมั่นใจได้

๒. ครุ ประกอบไปด้วยความหนักแน่น ก็คือ หูหนัก ใจหนัก ไม่ฟังคำคนแล้วลอยตามลมปากง่าย ๆ พิจารณาทุกอย่างโดยรอบคอบ ไม่ใจเร็วด่วนได้

๓. ภาวนีโย เป็นผู้ใฝ่ความเจริญ ก็คือหมั่นขัดเกลาฝึกฝนตนเองอยู่ตลอดเวลา ไม่ทำตัวเป็นบุคคลประเภทน้ำเต็มแก้ว คือ พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ

๔. วัตตา เป็นผู้รู้จักใช้คำพูด ก็คือใครสมควรที่จะได้รับคำพูดประเภทไหน ที่จะส่งเสริมกำลังใจของเขาให้รักการปฏิบัติธรรม หรือว่าพากเพียรในการปฏิบัติธรรมยิ่ง ๆ ขึ้นไป ถ้าตามหลักนักเทศน์ท่านบอกว่า ต้องพูดได้แจ่มแจ้ง ต้องพูดจูงใจให้เขาอยากปฏิบัติ ต้องพูดแล้วเขารู้สึกรื่นเริงในธรรม และพูดแล้วเขาอยากมอบกายถวายชีวิตให้กับพระธรรม

๕. วจนักขโม เป็นผู้ทนต่อวาจาคนอื่น ใครจะ "บูลลี่" อย่างไรกูไม่สน มีปากก็ปล่อยให้พูดไป กูไม่ได้เหนื่อยด้วย..!

๖. คัมภีรัญ จะ กถังกัตตา สามารถอธิบายข้อธรรมที่ลึกซึ้งให้แจ่มแจ้งได้

๗. โน จัฏฐาเน นิโยชเย ข้อนี้สำคัญที่สุด ไม่ชักนำศิษย์ไปในทางที่เสียหาย ไม่ชวนไปเข้า ดิ ไอคอน ไม่ชวนไปเข้าสำนักที่ถึงเวลาแล้วก็เรียกรับแต่ผลประโยชน์..!

ดังนั้น ..คุณสมบัติทั้ง ๗ ประการของกัลยาณมิตร ซึ่งความจริงก็คือคุณสมบัติของผู้เป็นครู ที่ทุกคนจะต้องมีทั้ง ๗ ข้อนี้ มากบ้าง น้อยบ้าง บางท่านถนัดข้อไหนก็จะมีข้อนั้นเด่นกว่าข้ออื่น แต่ในส่วนของการอธิบายข้อธรรมที่ลึกซึ้งให้แจ่มแจ้ง และไม่ชักนำศิษย์ไปในทางเสียหาย จำเป็นต้องมีทุกคน
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-01-2026 เมื่อ 03:57
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 13 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา