เมื่อเดินลงไปเรื่อย ๆ ไปจนถึงบริเวณรูปเสือซึ่งเขาปั้นเอาไว้ เป็นสัญลักษณ์ให้ทุกคนได้ถ่ายรูปแล้ว พวกเราก็เดินย้อนกลับขึ้นมา ยิ่งดูแม่น้ำก็ยิ่งทึ่งมาก ตอนแรกกระผม/อาตมภาพได้ยินว่าแม่น้ำทรายทอง ยังคิดว่าจะเป็นลักษณะของสายน้ำที่มีหาดทราย หรือไม่ก็สายน้ำขุ่นข้น แต่ปรากฏว่าที่นี่เขียวใสเลยทีเดียว..!
ย้อนกลับมาแล้ว ดูสินค้าที่ระลึกต่าง ๆ ครั้นไม่เห็นอะไรที่จะดึงดูดความสนใจได้ บรรดาพระภิกษุของเราก็เดินมาหา "คุณน้ำทิพย์" ที่รออยู่ตรงบริเวณบันไดเลื่อนขาขึ้น ทำการสแกนบัตรแล้วกลับขึ้นมาก่อน เนื่องเพราะว่าริมน้ำนั้นลมค่อนข้างที่จะรุนแรง ทำให้รู้สึกหนาวมาก..!
เมื่อขึ้นมาจนถึงข้างบน กระผม/อาตมภาพดูทรงแล้ว ถ้าพวกเรามาอาจจะเดินเตลิดขึ้นไปทางบันไดอีกด้านหนึ่งที่เป็นร้านกาแฟ ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึก ซึ่งสูงขึ้นไปอีก ๑ ชั้น มีลานที่สามารถไปชมบริเวณนั้นได้ จึงต้องไปยืนดักรออยู่ จนกระทั่ง "น้องเล็ก" มาถึง ทำท่าละล้าละลังว่าจะไปทางไหนดี ? กระผม/อาตมภาพเรียกแล้ว แต่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ได้ยิน ต้องอาศัย "หลวงพ่อนิล" ช่วยตะโกนให้ ถึงได้รู้ว่าต้องขึ้นมาทางด้านนี้
เมื่อพวกเรากลับมาเข้าห้องน้ำกันแล้ว ก็ไปนั่งรออยู่ที่รถ ทุกคนเพิ่งจะรู้ข่าวที่แม่ของคุณตั้วล้ม จึงได้แสดงความเสียใจและอวยชัยให้พร กระผม/อาตมภาพถามว่า "รู้ข่าวเมื่อไร ?" เมื่อทราบว่ารู้ข่าวตอนเที่ยงวัน จึงได้บอกว่าข่าวนี้ไม่ใช่ข่าวร้าย เพราะว่ายังเป็นเวลามงคลอยู่ นี่เป็น "ตำรากาคาบข่าว" แบบโบราณที่บอกเอาไว้ว่า การส่งข่าวในแต่ละวันแต่ละช่วงเวลานั้น ถ้าหากว่าเป็นคนป่วย คนเจ็บ อาการจะดีขึ้นหรือว่าหนักลง..!
เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรให้หนักใจ พวกเราก็วิ่งย้อนทางกลับไปอีก เนื่องเพราะว่าเราวิ่งเลยเป้าหมายก็คือเมืองลี่เจียง ขึ้นไปจนถึงแชงกรีล่าที่เป็นสุดทางของทริปนี้ แล้วก็ค่อยเลาะย้อนเส้นทางกลับมา ใช้เวลาเกือบ ๒ ชั่วโมงก็มาถึงห้างสรรพสินค้าใหญ่โตมโหฬารแห่งหนึ่ง ปล่อยให้พวกเราได้เข้าห้องน้ำ และโชเฟอร์ได้พักตามกฏหมาย ส่วน "คุณน้ำทิพย์" ไปแจ้งขอเข้าเมืองกับทางเจ้าหน้าที่
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 02:03
|