เมื่อพวกเราขึ้นมาถึง ทางด้านพระสงฆ์กำลังเป่าแตร ลักษณะเป็นท่อยาวเหยียดประมาณ ๓ - ๔ เมตร ๒ - ๓ อัน แล้วมีการตีกลองสั่นระฆัง ขณะที่มีพระภิกษุสวมหน้ากากเต้นระบำ เป็นฝ่ายของทางพระ และอีกตัวหนึ่งก็คือฝ่ายของความชั่วร้าย และมีนักแสดงประกอบในลักษณะตัวตลกอีก ๒ - ๓ คน โดยที่ชาวบ้านทั้งหมดล้อมกันแน่นอยู่ตรงนั้น ทุกคนแต่งตัวเต็มพิธี หรือว่าเต็มยศของทางด้านชาติพันธุ์ทิเบต โดยมีตำรวจหรือทหารก็ไม่ทราบ ของทางการจีนแถวหนึ่ง ยืนดูอยู่ใกล้ ๆ ในลักษณะคอยป้องกันความวุ่นวายที่อาจจะเกิดขึ้น..!
เมื่อกระผม/อาตมภาพดูเหตุการณ์ และถ่ายรูปจนพอใจแล้ว ก็ปลีกตัวแยกออกมา เข้าไปที่วิหารใหญ่ทางด้านข้าง ทำการถวาย "ผ้าขะตะ" ซึ่งฉือมู่ให้มาเมื่อวานนี้เป็นพุทธบูชา แล้วตามประทีปที่ "ท่านปิง" ช่วยบูชามาให้ ถวายเพิ่มเข้าไปอีก จากนั้นก็เดินถ่ายรูปสักครู่หนึ่ง คณะของพวกเราจึงตามมาขึ้นมาถึง แล้วช่วยกันทำบุญ ช่วยกันตามประทีปเพิ่มขึ้นอีกหลายดวง เมื่อเห็นว่าไม่สามารถที่จะเข้าไปสู่วิหารหลัก ซึ่งทางระบำหน้ากากยังเต้นไม่เสร็จสิ้น กระผม/อาตมภาพจึงตัดสินใจเดินลงมาเลย โดยที่ "ท่านปิง" มัวแต่ไปถ่ายรูปอยู่ จึงโดนทิ้งอยู่ข้างบนคนเดียว..!
เมื่อเดินลงมาแล้ว เส้นทางบังคับให้ออกไปทางร้านขายของที่ระลึกและร้านกาแฟ แต่กระผม/อาตมภาพไม่ได้ฉันของพวกนี้ จึงเดินเลยออกมาทางด้านล่าง แล้วมองเห็นว่า มีบันไดขึ้นไปทางด้านตรงข้ามกับวัด ทางด้านบนนั้น เป็นลานกว้างเหมือนกับลานชมวิว มีเสียงประกาศชวนให้ซื้อเนื้อจามรีปิ้งอยู่ จึงเดินขึ้นไปแล้วถึงได้รู้ว่า พื้นเป็นน้ำค้างแข็งลื่นสุด ๆ ต้องบอกให้ "น้องเล็ก (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ)" ที่ตามมานั้น เดินด้วยความระมัดระวัง ปรากฏว่ามุมนี้เป็นมุมที่เห็นวัดซงจ้านหลินได้ชัดเจนที่สุด
ครั้นถ่ายรูปกันเรียบร้อยแล้ว "น้องเล็ก" ก็ไปขอซื้อเนื้อจามรีปิ้ง คนขายก็ถามว่า "มาจากไหน ?" ครั้นบอกไปว่า "ไท่กั๋ว" ก็คือเมืองไทย เธอรีบพูดมาทันทีว่า "สวัสดีค่ะ" แล้วก็คุยกันในลักษณะรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง เนื่องจากว่าเธอก็ไม่ได้ภาษาอะไรนอกจากภาษาจีน ส่วนพวกเราภาษาจีนก็ตก ๆ หล่น ๆ แต่ก็สามารถซื้อเนื้อจามรีมาได้ เธอขายไม้ละ ๒๐ หยวน แต่ว่าพวกเรามีแต่ใบละ ๕๐ หยวน แล้วเธอก็ไม่มีเงินทอน จึงตกลงกันที่ ๓ ไม้ ๕๐ หยวน ซึ่งเธอก็ทำการปิ้งแล้วปิ้งอีก พร้อมกับทาเครื่องปรุงเพิ่มให้
ครั้นลองชิมดูคำแรกแล้วก็ทึ่งมาก ไม่ทราบว่าหมักเนื้อแบบไหนถึงได้นุ่ม และรสชาติอร่อยได้ขนาดนี้..!? กลับลงมาส่งงานที่ด้านล่าง รออยู่พักใหญ่ "ท่านปิง" ก็ตามมาถึง ช่วยกระผม/อาตมภาพเก็บข้าวของต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผ้าคลุมไหล่ ถุงมือ หรือแม้กระทั่งกระบอกน้ำร้อน
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 01:39
|