เมื่อทุกคนประคับประคอง "คุณเจี๊ยบ" มาถึง เธอก็บอกว่าขอสละสิทธิ์ในการขึ้นไปบนวัด เนื่องเพราะว่ายิ่งขึ้นสูงก็อาจจะยิ่งแย่ กระผม/อาตมภาพจึงบอกว่า "ไม่มีอะไรหรอก" แล้วเอากระป๋องออกซิเจนมาประกอบให้ ครั้นหายใจเข้าไปไม่กี่ที ทุกอย่างก็ดีขึ้นทันตา แต่เพื่อความปลอดภัย "คุณเจี๊ยบ" ซึ่งมีประสบการณ์น้อย จึงบอกว่าขอรออยู่ตรงนี้แหละ ให้พวกเราขึ้นไปข้างบนกันเถอะ
ทางวัดจัดรถบัสมารับนักท่องเที่ยว ซึ่งมีรถหลายต่อหลายคัน วิ่งขึ้นวิ่งลงสวนกันไปสวนกันมา ครั้นวิ่งขึ้นไปถึงทางด้านบนแล้ว ได้เห็นวัดซึ่งอยู่บนหน้าผา ลักษณะคล้ายพระราชวังโปตาลาจริง ๆ อากาศหนาวชนิดที่น้ำค้างแข็งจับพื้น ทำให้เดินได้ยากมาก..!
เมื่อพวกเราถ่ายรูปหมู่แล้ว ก็ยืนรอกันอยู่พักใหญ่ จนมือเท้าชาไปหมด.. ทางด้าน "แม่หญิงเปิ้ล" ถึงได้แจ้งว่า ชาวบ้านที่จะนำรถมารับเรา เพื่อให้ไม่ต้องเดินขึ้นที่สูงไปยังวัดข้างบนนั้น หายตัวไปหมด ไม่ทราบเหมือนกันว่า ขึ้นไปรวมกันทำพิธีอะไรกันข้างบนแต่เช้าแล้ว ? ขอโทษขอโพยพวกเราแล้ว กก็ขอให้ค่อย ๆ เดินช้า ๆ ขึ้นไปกันเอง..!
กระผม/อาตมภาพเดินขึ้นทางด้านบน โดยมี "ท่านปิง" คอยกระหนาบข้างเพื่อป้องกันการล้ม แต่ด้วยความที่นิสัยตนเอง เวลาขึ้นที่สูงมักจะเดินรวดเดียวถึง ทำเอา "ท่านปิง" ต้องอ้าปากหายใจ ถ่ายรูปไม่ไหวไปเลยทีเดียว..!
เมื่อขึ้นไปแล้วถึงได้รู้ว่า ตอนนี้เป็น "พิธีเกตุง (Getor)" หรือเรียกง่าย ๆ ว่า "พิธีเต้นระบำหน้ากาก" เพื่อขับไล่เสนียดจัญไรและสิ่งอัปมงคลต่าง ๆ ส่งท้ายปีเก่าของทางนิกายวัชรยาน ซึ่งทางด้าน "ไกด์ไก่ (นายฐนชล ทิมแสง)" มัคคุเทศก์ประจำเติมเต็มทราเวลกล่าวว่า ตั้งแต่ทำหน้าที่นี้มา ก็ยังไม่เคยได้เห็นการเต้นระบำหน้ากากแบบนี้เลย คณะของเราโชคดีมาก ๆ เนื่องเพราะว่าต่อให้จองก็ไม่สามารถที่จะจองได้ และถึงจองได้ก็ต้องมาหาที่พักใกล้ ๆ เพื่อขึ้นมาให้ทันพิธีของเขา
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 01:32
|