กระผม/อาตมภาพจึงต้องย้อนกลับขึ้นห้องไปชมวิวอีกครั้งหนึ่ง เนื่องเพราะว่าเมื่อคืนก็ดี เมื่อเช้าก็ดี ยังมืดอยู่ ทำให้ไม่สามารถที่จะมองเห็นได้ ถึงได้รู้ว่าตัวเองยึดเอาห้องที่ดีที่สุดของโรงแรมแห่งนี้ไปนอนทั้งคืน แถมบนหลังคานั้น ยังสามารถที่จะเปิดออกชมวิวในหน้าแล้งได้อีกต่างหาก พูดง่าย ๆ ว่านอนดูดาวอยู่ในห้องของตนเองได้อย่างมีความสุข เพียงแต่ว่าหน้านี้หนาวจัด ก็เลยไม่สามารถที่จะเปิดหลังคาในลักษณะ "ซันรูฟ" ออกมาได้ ยิ่งดูก็ยิ่งทึ่งว่าเด็กสาวตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง กล้าติดสินใจทำเรื่องในฝันที่ยิ่งใหญ่ของตนขนาดนี้ได้..!
พวกเราช่วยกันหอบหิ้วข้าวของเพื่อไปขึ้นรถยนต์ซึ่งมาจอดรอรับอยู่ ปรากฏว่า "ฉือมู่" หิ้วข้าวของพะรุงพะรังตามมา เป็นของที่ระลึกซึ่งจะมอบให้กับพวกเรา ประกอบไปด้วยชาข้าวบาร์เลย์ นมจามรีซึ่งอัดแท่งมา แล้วก็ยังมีเนื้อจามรีอีกคนละ ๑ ชิ้นห่อมาในกระดาษสุญญากาศ พวกเรารับและขอบคุณเธอแล้ว ก็บอกให้เธอเรียกครอบครัวมาถ่ายรูปบริเวณหน้าโรงแรม จากนั้นพวกเธอทั้งหลายก็โบกมือลาพวกเรา ที่ออกเดินทางในช่วงที่อากาศหนาวขนาดนี้ ทำเอาพวกเราเดินทางไปก็สูดน้ำมูกไปด้วย..!
เป้าหมายแรกที่ฝ่าความเย็นขนาดนี้ไปถึงก็คือ "วัดซงจ้านหลิน" ซึ่งเป็นวัดนิกายวัชรยานของทิเบต ได้รับอนุญาตให้สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิคังซี จึงมีอายุหลายร้อยปีแล้ว คนแถวนี้เรียกกันว่า "โปตาลาน้อย" เมื่อไปถึงสิ่งแรกที่เห็นก็คือกำแพงกั้นเอาไว้สำหรับก่อสร้าง ไม่ทราบว่าทางวัดกำลังปรับปรุงอะไร ? แต่ทำให้พวกเราเกือบจะหาทางเดินเข้าไม่เจอ..!
สิ่งแรกที่พวกเราเข้าไปแล้วทำก็คือ พุ่งเข้าหาห้องน้ำก่อนเลย..! เนื่องเพราะว่าทั้งเส้นหมี่น้ำและข้าวต้มกำลังทำพิษ ทำให้ทุกคนต้องปัสสาวะก่อน เมื่อเข้าไปข้างในแล้ว สิ่งที่เห็นคือศาลาหลังใหญ่มหึมา ซึ่งเป็นส่วนจำหน่ายสินค้าที่ระลึก และจำหน่ายตั๋วเข้าชมวัด แทนที่พวกเราจะไปหาซื้อตั๋วก่อน กลับพุ่งเข้าหาร้านขายของที่ระลึกก่อน..!
ครั้น "คุณน้ำทิพย์" ซื้อตั๋วมาแล้วก็เดินหายไป กระผม/อาตมภาพยืนรออยู่พักใหญ่ถึงได้รู้ว่า "คุณเจี๊ยบ" (นางสุวรางคณ์ ไตรสารวัฒนะ) ซึ่งค่อนข้างจะอายุมากอยู่ในคณะ และไม่มีประสบการณ์ในการเดินทางไปในที่หนาว และที่สูงแบบนี้ เกิดอาการแพ้ความสูงอย่างหนักมาก จึงอาเจียนจนเดินไม่ไหว..!
เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะ "คุณเจี๊ยบ" คิดว่า เสื้อผ้าทั่ว ๆ ไป ใส่หลาย ๆ ชั้นหน่อยก็สู้กับอากาศหนาวได้ แล้วในขณะเดียวกัน ตนเองถ่ายท้องก็คิดว่าอาหารเป็นพิษ ไม่ได้คิดว่าตัวเองนั้นอยู่ในอาการแพ้ที่สูง ครั้นถึงเวลาปวดหัว ปวดขมับแทบตาย เพราะออกซิเจนไม่พอ ทั้ง ๆ ที่กอดกระป๋องออกซิเจนอยู่ "คุณเจี๊ยบ" ก็ไม่ได้ใช้เลย..! จึงทำให้ตอนนี้อาการออกหนักมาก ก็คือเริ่มอาเจียนแล้ว..!
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-01-2026 เมื่อ 12:27
|