เพียงแต่ว่าบุคคลที่รู้จริงขนาดหลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี ไม่ได้มีมากมายขนาดนั้น ถึงเวลาหลวงพ่อเนื่องมรณภาพ เฉพาะเงินในกุฎิท่านมีอยู่ ๒๐ กว่าล้าน ลองนึกถึงสมัยนั้นดู ว่าค่าเงินมหาศาลขนาดไหน ทองคำบาทละไม่ถึง ๔,๐๐๐ บาทดี เพราะว่าคนส่วนใหญ่ก็จะเอาเงินไปถวายท่านทั้งปึก แล้วท่านก็จะดึงคืนให้หนึ่งใบ ซึ่งส่วนใหญ่เลขจะอยู่ในนั้น แล้วเงินละ ? ท่านก็โยนโครมไปข้างหลัง กองพะเนินเทินทึกอยู่ตรงนั้น
หลวงพ่อเจ้าคุณอิฏฐ์ วัดจุฬามณี (พระสมุทรวชิรโสภณ วิ., ดร.) ปัจจุบันเป็นพวกกัน ท่านเล่าให้ฟังว่า "ผมขึ้นกุฎิหลวงพ่อหลังจากมรณภาพแล้ว ต้องใส่ไปแต่สบงตัวเดียว" ถามว่า "ทำไมต้องทำอย่างนั้นด้วย ?" ท่านบอก "คนมันจ้องจับผิดว่าผมจะไปขโมยเงินหลวงพ่อ ก็คือคนมันอยากได้ ลงจากกุฎิหลวงพ่อมาผมต้องปลดหัวสบง ขยับเบี่ยงซ้ายเบี่ยงขวาให้มันดูว่าไม่มีอะไร แล้วค่อยนุ่งกลับไปตามเดิม"
ท่านบอกว่าท่านเลื่อมใสหลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุง มากที่สุด ทั้ง ๆ ที่อยู่กับหลวงพ่อเนื่อง ถามว่า "ทำไมเป็นอย่างนั้น ?" ท่านบอกว่า "ตอนนั้นผมยังไม่เป็นโล้เป็นพายอะไรเลย ไปกราบหลวงพ่อฤๅษีฯ ที่วัดท่าซุง หลวงพ่อบอกว่า "อิฏฐ์..ตั้งใจศึกษาวิชาการหลวงพ่อเนื่องให้ดี ต่อไปแกต้องรับภาระแทน ผมก็ยังสงสัยอยู่ว่าจะรับไปได้อย่างไร ? ในเมื่อผู้ช่วยเจ้าอาวาสมีอยู่ตั้งหลายรูป" แล้วตัวท่านเองก็เป็นพระใหม่
ทุกวันนี้ก็เห็นอยู่ว่า ภาระของวัดตกลงบนบ่าท่านตั้งแต่หนุ่ม ๆ มาจนป่านนี้ อายุก็ไม่ได้มากมายไปกว่ากระผม/อาตมภาพเลย แต่ว่าท่านโด่งดังมาเกิน ๒๐ ปีแล้ว จึงทำให้ท่านเคารพรักหลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุง มากที่สุด เพราะว่าทุกอย่างที่ทำนาย ตรงอย่างชนิดเปลี่ยนเป็นอื่นไม่ได้
วันนี้ที่มาบอกกล่าวพวกเราก็เพราะว่า ถ้าปฎิบัติไปแล้วเกิดจิตสงบถึงระดับ กรุณาจัดการให้ถูก ไม่อย่างนั้นเสียหมามาเยอะแล้ว..!
ลำดับต่อไปสมาทานพระกรรมฐานกัน
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 15-01-2026 เมื่อ 03:39
|