ดูแบบคำตอบเดียว
  #7  
เก่า เมื่อวานนี้, 21:48
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,713
ได้ให้อนุโมทนา: 160,540
ได้รับอนุโมทนา 4,526,533 ครั้ง ใน 37,329 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ทางด้านเติมเต็มทราเวลจองเอาไว้เต็มพิกัด ๓ โต๊ะ สำหรับพระ ๖ รูป ๑ โต๊ะ และญาติโยม ๑๙ คนอีก ๒ โต๊ะ เมื่อมาถึงอาหารก็พร้อมแล้วทุกอย่าง พวกเราจึงลงมือฉันอาหารที่หน้าตาคล้าย ๆ กับทางภาคเหนือของเรา ซึ่งหลวงพ่อนิลเองก็สามารถที่จะเลือกฉันในส่วนที่เป็นมังสวิรัติได้

บรรดาอาหารทั้งหลายเหล่านี้ แม้ว่าหลายอย่างจะคุ้นหน้าคุ้นตาของพวกเรา แต่ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นข้าวนึ่ง หรือว่าข้าวเหนียว และไก่ย่าง ตอนท้ายถึงได้มีห่านย่างอีกจานมหึมาวางลงตรงหน้า สอบถามแล้วทุกโต๊ะ ปรากฏว่ามีกันครบถ้วนสมบูรณ์ พวกเราก็เลยต้องฝืนฉันกันไปคนละเล็กคนละน้อย เนื่องเพราะว่าอิ่มแล้วเป็นส่วนมาก

ครั้นพวกเราออกมาขึ้นรถ โชเฟอร์พาวิ่งมายังสถานีรถไฟความเร็วสูงของเมืองสิบสองปันนา หรือเมืองเชียงรุ้ง กระผม/อาตมภาพยื่นใบละ ๑๐๐ หยวนให้เป็นรางวัลคนขับ อีกฝ่ายหนึ่งยกมือไหว้ พูดภาษาไทยอย่างชัดเจนว่า "ยินดีครับ" คำว่ายินดีก็คือขอบคุณตามภาษาพื้นเมืองของไตลื้อนั่นเอง

เมื่อแบกกระเป๋าส่วนตัว สแกนพาสปอร์ตผ่านเข้าไป สแกนกระเป๋า สแกนตัวเรียบร้อยแล้ว ก็นั่งรอเวลา ครั้นถึงเวลาที่รถไฟมาถึง ปรากฏว่าบรรดาพี่น้องมหาประชาชนชาวจีน เปลี่ยนจากชาว "ราชวงศ์หยวน" ของประเทศจีนมาเป็น "ราชวงศ์ชิง" ทันที มีทั้งเบียด มีทั้งกระแทก มีทั้งแทรกคิวหน้าตาเฉย..! ทั้ง ๆ ที่ตนเองถือบัตรประชาชนไปอีกหลายช่องทางก็ได้ แต่เนื่องจากว่าช่องทางที่นักท่องเที่ยวต้องสแกนพาสปอร์ตนี้ คนค่อนข้างจะน้อยกว่า เขาก็เลยแย่งกันมา เพราะว่าสามารถสแกนบัตรประชาชนได้เร็วขึ้น

ขากลับนี้พวกเรานั่งตู้หมายเลข ๔ ซึ่งมีห้องน้ำคนพิการใหญ่โตกว้างขวางมาก ไม่ว่าจะพิการหรือไม่พิการก็สามารถเข้าได้ เมื่อนั่งลงเรียบร้อยแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ส่งจิตขอบคุณบรรดาเจ้าที่เจ้าทางทั้งหลาย ที่เมตตาให้ความอนุเคราะห์สงเคราะห์ เมื่อพูดคุยบางเรื่องที่ไม่สามารถจะบอกกล่าวได้กับ "อดีตเจ้าหลวงเมืองลื้อ" เสร็จ ลืมตาขึ้นมา ปรากฏว่าเกือบทั้งคณะโดนข้าวนึ่งทำพิษ ก็คือหลับกันอย่างชนิดลืมโลกไปแล้ว..!

เข้าห้องน้ำไป ๑ รอบก็ใกล้ที่จะถึงเมืองคุนหมิง ครั้นถึงเวลาเขาให้เตรียมตัวลง กระผม/อาตมภาพจัดการเข้าเสียอีก ๑ รอบ ลงจากรถไฟมา อากาศทางนี้เย็นสะท้านทีเดียว แต่พอสแกนพาสปอร์ตออกมาแล้ว เดินนไปยังลานจอดรถที่รถบัสรออยู่ ทางรถเปิดเครื่องปรับอากาศให้ก็รู้สึกว่าอุ่นขึ้นมามาก

รถบัสของเราวิ่งออกจากเมืองคุนหมิงตรงไปยังเมืองฉู่ฉง ซึ่งใช้เวลา ๓ ชั่วโมงกว่า กระผม/อาตมภาพที่บันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนไปตั้งแต่ตอนเช้าแล้ว จึงได้แค่ส่งงานทางกลุ่มไลน์ จนกระทั่งพวกเรามาถึงโรงแรม Manngoo แห่งนี้ก็ได้เข้าพัก ซึ่งเวลาที่มาถึงนั้นอากาศอยู่ที่ ๑๒ องศาเซลเซียส ไม่นึกเหมือนกันว่าเช้านี้จะเหลือแค่ ๓ องศาเซลเซียสเท่านั้น..!

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันอังคารที่ ๑๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 03:15
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 25 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา