เมื่ออ้อมมาถึงทางด้านทางออก มีตู้ขายพวกบรรดาสิ่งของที่ระลึกต่าง ๆ ซึ่งมีลูกประคำ เป็นต้น มองเห็นประคำมือ ซึ่งทำจากไม้ต่าง ๆ สลับสีสันกันหน้าตาดีมาก ราคาพวงละ ๑๘๘ หยวน จึงได้ควักกระเป๋าเตรียมซื้อ แต่ "ท่านปิง" บอกว่า "ผมถวายครับ" กลายเป็น "เงินบูด" อีกแล้ว จึงได้บอกกับท่านว่า "เดี๋ยวผมหยอดตู้ถวายที่นี่แทนคุณไปก็แล้วกัน"
เมื่อออกมาใส่รองเท้าแล้ว ก็เดินลงมาเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาบอกว่ารอให้รถรางมารับ ถึงวิหารใหญ่ซึ่งเป็นที่ตั้งดั้งเดิมของวัดหลวงเมืองลื้อแห่งนี้ เข้าไปกราบพระประธานและหยอดตู้ทำบุญแล้ว ทางด้านนี้ก็มีประคำขายเหมือนกัน และมีแบบที่ต่างจากทางด้านบนด้วย จึงได้ซื้อไปอีก ๑ เส้น ราคา ๑๒๘ หยวน ญาติโยมทั้งหลายที่แห่ซื้อตามทางวิหารด้านบน จนของเขาหมดสต๊อก..! ท่านที่ยังไม่ได้ก็เลยมาซื้อกันที่บริเวณนี้เอง
กระผม/อาตมภาพยืนรออยู่พักหนึ่ง ไม่เห็นรถรางของเขามา แสดงว่านักท่องเที่ยวทางด้านบนยังไม่กลับลงมา จึงโทรศัพท์แจ้งกับ "ลูกกิฟท์ (นางสาวอันตรา ลักษณะ)" เจ้าของบริษัทเติมเต็มทราเวลว่า จะขอเดินลงไปเรื่อย ๆ ด้วยตนเองก่อน เมื่อ "ลูกกิฟท์" รับทราบแล้ว พวกเราที่เป็นพระก็เดินลงมาตามบันได ซึ่งจะมีรูปแแะสลักพระสงฆ์ยืนอยู่ ๒ ข้างบันไดเป็นชุด ๆ กระผม/อาตมภาพคาดว่า น่าจะเป็นพระอสีติมหาสาวก คือพระสงฆ์ผู้ใหญ่ทั้ง ๘๐ รูปในพระพุทธศาสนาของเรานั่นเอง
พวกเราเดินผ่านลงมาก็จะมีต้นไทรสำหรับแขวนโบว์ที่เป็นคำขออวยพรต่าง ๆ เอาไว้มากมาย จนแดงสะพรั่งไปหมด อ้อมมาอีกข้างหนึ่งก็มีเด็กสาวสองคน มาขายบรรดาผลไม้ต่าง ๆ ให้ บอกว่าสามารถชิมได้ แต่กระผม/อาตมภาพดูสภาพอากาศแล้ว ขืนชิมเข้าไปคงได้เดินหนาวสั่นเป็นแน่ จึงได้โบกมือปฏิเสธไป..!
ครั้นเดินลงมาถึงลานกว้างด้านข้างก็งงอยู่พักใหญ่ เนื่องเพราะว่าทางซ้ายมือมีรถราง "ท่านปิง" บอกว่า "น่าจะต้องเดินออกทางด้านหน้าที่เราเข้ามาครับ เพราะว่ารถรางนี้มารอรับนักท่องเที่ยวที่กำลังแห่เข้ามากันพอดี" เมื่อเดินไปตรงปากประตู เจ้าหน้าที่ก็ชี้ให้ออกทางขวามือ ซึ่งมีเครื่องนับจำนวนคนออกเอาไว้เช่นกัน
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 03:00
|