ถ้าท่านทั้งหลายสังเกตจะเห็นว่า ที่วัดท่าขนุนนี้ ปัจจุบันมีพระภิกษุ ๔๔ รูป สามเณร ๑ รูป แทบจะไม่มีคนในพื้นที่เลย คนพื้นที่ดูท่าจะมีแต่ปลัดแป๊ะ (พระปลัดวินัย ชาคโร)กับท่านปลายิ(พระอาทิตย์ อสโม) เท่านั้น เพราะว่าชาวบ้านแถวนี้เขาไม่เอาลูกมาบวชวัดท่าขนุน เขาบอกว่าบวชแล้วลูกลำบาก ต้องตื่นขึ้นมาเจริญพระกรรมฐานตั้งแต่ตีสามครึ่ง..!
ทุกคนเคารพเชื่อฟังหลวงปู่สายอดีตเจ้าอาวาสเป็นอย่างมาก จะบวชลูกบวชหลานต้องพามากราบขอขมาหลวงปู่ก่อน แล้วค่อยแห่ไปบวชวัดอื่น เป็นตายกูก็ไม่ให้ลูกบวชวัดนี้..!
แล้วก็อยากได้พระที่เคร่งครัด แต่ถึงเวลาที่ลูกบวช กูเอาไปวัดที่สบาย การกระทำกับความต้องการย้อนแย้งกันแบบนี้ในสังคมปัจจุบันของเรา ก็เลยทำให้พระพุทธศาสนาของเราเรียวปลายลงไปเรื่อย ๆ พูดง่าย ๆ ก็คือง่อนแง่นคลอนแคลนไปเรื่อย..!
ยังโชคดีที่ทองผาภูมิอยู่กับพี่น้องมอญพี่น้องพม่าเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเกิดข่าวร้ายใหญ่โตกับพระพุทธศาสนาอย่างไร พี่น้องมอญพม่าไม่สนใจ กูทำบุญอย่างเดียว..! ถ้าเป็นรุ่นเก่า ๆ ถึงขนาดมีเงิน ๑๐ บาท ทำบุญไป ๙ บาท..! เพราะเขารู้ว่า "ตัวเองทำ ตัวเองได้" พระภิกษุสงฆ์ก็คือตัวแทนของคณะสงฆ์เท่านั้น ใครทำผิดทำพลาดเป็นเรื่องของบุคคล ไม่ใช่เรื่องของคณะสงฆ์..!
ดังนั้น..พอเกิดเรื่องไม่ดีไม่งามขึ้นมา อย่างเรื่อง "สีกากอล์ฟ" คนกรุงเทพฯ แทบจะไม่ใส่บาตรให้พระฉัน แต่พี่น้องมอญพม่าทองผาภูมิใส่บาตรเป็นปกติทุกบ้าน ที่หายหัวไปก็คือคนไทยไม่กี่บ้านนั่นแหละ..! ก็คือ เรื่องมาก ข้อแม้มาก รู้มาก แต่เอาตัวไม่รอด..! ส่วนพี่น้องมอญพม่าไม่ใส่ใจ สร้างสมบุญกุศลของตนเองไป เพราะเป้าหมายของเขาก็คือ สร้างบุญสร้างกุศลให้มากที่สุด เผื่อว่าเกิดชาติใหม่จะได้สบายที่สุด..!
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย เถรี : 13-01-2026 เมื่อ 20:58
|