เมื่อประมูลเสร็จแล้ว ก็เป็นการนำเข้าสู่การแสดงชุดต่าง ๆ ซึ่งประกอบด้วยระบำสิบสองปันนา ระบำนกยูงทอง ระบำสงกรานต์บ้านเรา ซึ่งบรรดานักแสดงวิ่งลงมาตามทางเดินของเวทีที่คนดูนั่งอยู่ เต้นรำให้ดูอย่างใกล้ชิด ทำเอากระผม/อาตมภาพแทบจะถ่ายรูปนักแสดงไม่ได้ เพราะว่าแม่เจ้าประคุณเต้นอยู่ติดกล้องเลย..!
โดยเฉพาะการแสดงของเขานั้น สายตาเราต้องละเอียดจริง ๆ เนื่องจากว่ามีการเลียนแบบอิริยาบถต่าง ๆ ของสิ่งที่ตนแสดงอยู่ อย่างเช่นระบำนกยูง ถ้าท่านทั้งหลายเคยสังเกตเห็นตอนนกยูงรำแพน จะมีการเขย่าตัวเอง เพื่อที่จะสั่นหางให้รำแพนออกไปในมุมที่ดีที่สุด และสวยที่สุด บรรดานักแสดงต่าง ๆ ก็จะสั่นตัวเองในลักษณะคล้ายคลึงแบบนั้น ถ้าเราไม่เคยเห็นอิริยาบถของนกยูง ก็จะไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องสั่นแบบนั้นด้วย ?
ต่อด้วยระบำลาหู่ก็คือเผ่ามูเซอดำ ระบำเผ่าไต ซึ่งมีการแสดงช่วงฝนตก โดยที่มีสายฝนโปรยปรายลงมาจริง ๆ แต่ว่าโปรยลงมาในมุมที่พวกเราเห็นเหมือนอย่างกับฝนตกทั้งเวที ความจริงแล้วเป็นม่านน้ำกั้นอยู่ระหว่างคนดูกับคนแสดงเท่านั้น ระบำชุดสุดท้ายเป็นระบำกลองยาว ที่บรรดานักแสดงมีการโดดขึ้นไปอยู่บนกลองที่ตั้งสูงจากพื้นอีกด้วย
ส่วนที่ประทับใจที่สุด ทั้ง ๆ ที่หลายคนหมดสภาพ พร้อมที่จะหลับตลอดเวลาก็คือ อยู่ ๆ บรรดาภาษาบรรยาย ซึ่งมีแต่ภาษาจีนและภาษาไตลื้อ ที่เราฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง กลับกลายเป็นเพลง "น้องเป็นสาวขอนแก่น ยังบ่เคยมีแฟน บ้านอยู่แดนอีสาน ฯลฯ" ร้องออกมาได้ชัดเจนเกือบจะเท่าต้นฉบับ..! ทำเอาทุกคนหูตาสว่างไปเลยทีเดียว ตอนแรกกระผม/อาตมภาพก็นึกชมว่า "นักแสดงของเขาเปลี่ยนชุดได้เร็วมาก" แต่พอถึงฉากสุดท้าย ปรากฏว่าบรรดานักแสดงทุกชุดแห่ออกมาพร้อมเพรียงกัน ถึงได้รู้ว่าแต่ละชุดนั้นเป็นเอกเทศต่างหากจากกันไป..!
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:19
|