แต่ปรากฏว่าพอโผล่ออกมาแล้ว ก็เจอแม่หญิงเปิ้ลซึ่งเคยไปต้อนรับคณะของพวกเรา ตอนไปหล่อสมเด็จองค์ปฐมเนื้อเงิน ที่วัดโพธิ์ศรีสว่าง บ้านท่าช้าง เมืองปากงึม ประเทศลาว แม่หญิงเปิ้ลอุตส่าห์นั่งรถไฟความเร็วสูงจากเมืองลาวข้ามมาเมืองจีน เพื่อที่จะบริการพวกเราทางด้านนี้ แล้วยังแจ้งกับทุกคนว่าพวกเราผ่าน ตม.ได้เร็วมาก ๆ ปกติแล้วทั้งคณะจะติดอยู่ประมาณ ๒ ชั่วโมง แต่นี่พวกเราถือว่าผ่านมาแบบคล่องตัว เพราะว่าใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงดี..!
ครั้นออกมาข้างนอก สัมผัสอุณหภูมิก็มีอาการสะดุ้งไปตาม ๆ กัน เพราะว่าอยู่ที่ ๕ องศาเซลเซียสเท่านั้น..! หลายท่านจึงต้องหยิบข้าวของจำเป็นออกจากกระเป๋าใบใหญ่ เนื่องเพราะว่ากระเป๋าใบใหญ่จะไปกับรถตู้ ส่งถึงเมืองสิบสองปันนาเลย แต่ว่ากระเป๋าใบเล็กและตัวพวกเราจะขึ้นรถบัสปรับอากาศ เพื่อที่จะวิ่งไปยังสถานีรถไฟความเร็วสูงที่คุนหมิงใต้
พวกเราขึ้นรถมาครบแล้ว ทางเติมเต็มทราเวลก็แจกข้าวกล่องให้ ซึ่งกับข้าวนั้นก็มีหลายอย่าง มีทั้งไข่ดาว หมูผัดหน่อไม้ ซึ่งถือว่าอร่อยสุด ๆ มีปีกไก่ทอด และถั่วฝักยาวผัดหมู แถมยังน่าจะเป็นผักกวางตุ้งผัดหมูอีกอย่างหนึ่ง สามารถที่จะยัดรวมกันมาได้ภายในกล่องเดียว ถือว่าเก่งมาก กระผม/อาตมภาพกวาดเข้าปากเรียบร้อย ไม่เหลือข้าวแม้แต่เม็ดเดียว ทั้ง ๆ ที่ใช้ตะเกียบ ทำเอาคุณน้ำทิพย์ซึ่งเป็นมัคคุเทศก์ท้องถิ่น พูดไทยไม่ชัด ถามว่า "อร่อยมากไหม ?" กระผม/อาตมภาพชูกล่องเปล่า ๆ ให้ดู ยืนยันว่าอร่อยมาก..! อีกฝ่ายถึงได้ยิ้มชอบใจ แต่พอเห็นของคนอื่น หน้าบาน ๆ ก็ต้องหุบทันที เนื่องเพราะว่าทุกคนเหลือกลับมาเกินครึ่งกันทั้งนั้น..!
เมื่อพวกเรามาถึงสถานีรถไฟความเร็วสูงนอกเมืองคุนหมิงทางทิศใต้ ก็เป็นอันว่าเราวิ่งจากสนามบินคุนหมิงที่อยู่ทิศตะวันออก ผ่าเมืองมาทางทิศใต้เลย เข้าไปทางด้านในแล้วก็ต้องไปสแกนพาสปอร์ต ผ่านเข้าไปข้างในก็ต้องสแกนกระเป๋า แล้วก็สแกนตัวอีกรอบ จากนั้นถึงเข้าไปนั่งอยู่ทางด้านใน
กระผม/อาตมภาพที่เตรียมพาวเวอร์แบงค์มาอย่างดี ปรากฏว่าโดนกลั่นแกล้งอีกตามเคย ก็คือไม่รู้ว่าหายไปที่ไหน ? จึงเข้าไปในร้านสะดวกซื้อใกล้ ๆ ปรากฏว่ามีพาวเวอร์แบงค์ที่ตรงตามความต้องการของทางราชการจีนจำหน่ายอยู่ ๒๐,๐๐๐ mAh อยู่ในราคาแค่ ๑๐๐ หยวนถ้วน ท่านปิงรีบควักกระเป๋าจ่ายให้โดยพลัน ต้องขอบพระคุณมา ณ ที่นี้
จากนั้นพวกเราก็นั่งรอรถไฟที่ได้ยินว่าเป็นเที่ยวบ่าย ๓ โมงกว่า ลูกกิฟท์มาสอบถามว่า จะเปลี่ยนตั๋วมาเป็นเที่ยวบ่ายโมงครึ่งดีไหม ? แต่ว่าต้องเพิ่มค่าตั๋วคนละ ๔๐ หยวน กระผม/อาตมภาพบอกว่าไม่มีปัญหา แต่พอลูกกิฟท์ไปติดต่อพักหนึ่งก็กลับมา บอกว่าไม่ทัน เนื่องเพราะว่าเราต้องเช็คอินเข้าไปก่อนเวลา ๒๐ นาที ซึ่งตอนนี้เป็นเวลาบ่ายโมงกว่าแล้ว ถ้าหากว่ารอรถไฟเที่ยวบ่ายโมงครึ่งมา เราจะกลายเป็นตกรถแทน ส่วนเที่ยวบ่าย ๒ โมงก็ไม่มีที่นั่งเหลือเสียอีก จึงต้องมาทนรอที่จะนั่งในเที่ยวเดิมของเรา ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้ กระผม/อาตมภาพจึงฉวยโอกาสนี้เข้าห้องน้ำห้องท่า แล้วก็นั่งบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนบนโถส้วม โดยมีคนเขย่าประตูประท้วงด้วย ไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร ?!
สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันอาทิตย์ที่ ๑๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:17
|