วันนี้ในช่วงเช้าที่ออกบิณฑบาต เจ้าของร้านจำหน่ายปาท่องโก๋ในตลาดสดอำเภอทองผาภูมิ ก็ได้กล่าวโทษในเชิงฟ้องกระผม/อาตมภาพว่า "ระยะนี้มีพระที่ไหนมาก็ไม่รู้ มาบิณฑบาตแล้วก็รุ่มร่าม ไม่สำรวมเลย" พูดง่าย ๆ ก็คือไม่เห็นจะเรียบร้อยเหมือนพระวัดท่าขนุนเลย..!
ตรงจุดนี้ท่านทั้งหลายจะเห็นว่าปัญหาใหญ่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากเจ้าอาวาสและพระอุปัชฌาย์อาจารย์ไม่เข้มงวด ถ้าหากว่าเจ้าอาวาสและพระอุปัชฌาย์อาจารย์เข้มงวด เรื่องไม่ดีในทางคณะสงฆ์ก็จะลดน้อยถอยลงไปมาก แต่ส่วนใหญ่อยู่ในลักษณะ "พระอุปัชฌาย์เป็ด" ก็คือไข่แล้วทิ้ง ไม่มีการที่จะฟูมฟักดูแล เนื่องเพราะว่าพอรับเป็นพระอุปัชฌาย์ บวชแล้วรับซองไป ภาระที่เหลือก็ไม่ได้ใส่ใจแล้ว..!
อีกส่วนหนึ่งที่อยากพูดถึงในที่นี้ก็คือ เรื่องของครูบาอาจารย์ที่ท่านกล่าวถึง บางทีเรื่องพวกนี้ก็ไม่สมควรที่จะมาบอกกล่าวเป็นสาธารณะ แต่ไม่เห็นว่าท่านจะห้าม จึงขอกล่าวว่ายุคนี้สมัยนี้เป็นยุคที่อยู่ยาก อยู่ลำบาก เนื่องเพราะว่ามีคนพูดมาก แต่มีคนฟังน้อย โดยเฉพาะบรรดานักการเมืองต่าง ๆ ซึ่งพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งต่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่ปัญญาของตัวเองไม่ถึง มีแต่จะสร้างความวุ่นวายให้กับทางประเทศชาติของเรายิ่ง ๆ ขึ้นไป จากที่สงบเรียบร้อยด้วยประการทั้งปวง ก็กลายเป็นวุ่นวายเหมือนแม่ค้าตลาดสด..!
โดยเฉพาะการใช้อำนาจที่อยู่ในมือ ซึ่งความจริงแล้วก็คือพระราชอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นอำนาจบริหาร หรือว่าอำนาจตุลาการ ที่พระองค์ท่านมอบหมายให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการ หรือว่าตุลาการต่าง ๆ ดำเนินการ แต่กลับใช้อำนาจหน้าที่ในการเชือดเฉือนฟาดฟันบุคคลที่เห็นว่าเป็นศัตรู โดยที่ไม่ได้เลือกความถูกต้อง หรือว่าความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง จึงทำให้เรื่องทั้งหลายเหล่านี้ กลายเป็นเครื่องมือของคนชั่ว ในการที่ทำให้บ้านเมืองของเราเดือดร้อนวุ่นวายไปหมด..!
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 04:00
|