วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๑๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ อากาศที่ทองผาภูมิอยู่ที่ ๑๓ องศาเซลเซียส หลังจากเจริญกรรมฐานและทำวัตรเช้าแล้ว ก็ได้ออกบิณฑบาตตามปกติ งานบิณฑบาต "วันเสาร์ใส่บาตรตลาดริมแคว ยลวิถีเมืองท่าขนุน" แม้ว่าผู้คนจะยังมากอยู่ แต่ก็ไม่มากมายเท่ากับช่วงปีใหม่
เมื่อกลับมาถึงวัดแล้ว กระผม/อาตมภาพซึ่งไข้ขึ้นเต็มที่ก็ไม่ได้ฉันเช้า หากแต่แต่งตัวใหม่แล้วตรงไปที่โรงเรียนทองผาภูมิวิทยา ซึ่งไอ้ตัวเล็ก (นางสาวพัชรีภรณ์ หยกอุบล) นำคณะจากชมรมรักษ์ธรรมรักษ์ไทย ไปจัดงานวันเด็กให้กับเด็กนักเรียนบ้านไกล ซึ่งพักประจำอยู่ที่หอพักโรงเรียนทองผาภูมิวิทยา
โดยปกติแล้วทุกวันเด็ก พวกเราจะมีการเปิดป้ายถาวรวัตถุอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วก็ร่วมกิจกรรมวันเด็กกับเด็ก ๆ ที่นั่น แต่ปีนี้ด้วยความที่ว่าการสร้างหอพักหญิงนักเรียนบ้านไกลนั้น ต้องหาเงินให้ได้ครบตามจำนวนก่อน ถึงจะสามารถเปิดประมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ จึงทำให้การก่อสร้างล่าช้า ไม่สามารถที่จะเปิดได้ทันวันเด็กปีนี้ จึงเป็นการร่วมกิจกรรมกับเด็ก ๆ อย่างเดียว ซึ่งในช่วงให้โอวาท กระผม/อาตมภาพก็กำชับเด็กทั้งหลายว่า อย่ารังแกบรรดาพี่ ๆ ที่มาร่วมกิจกรรมด้วย เพราะว่าแต่ละคนล้วนแล้วแต่อายุมาก ไม่สามารถที่จะทนแรงเสียดทานของวัยรุ่นอย่างพวกเราได้..!
ในส่วนของทางคณะสงฆ์นั้น มีการวิตกวิจารณ์เกี่ยวกับพระดำริของสมเด็จพระสังฆราช ที่ประทานให้กับมหาเถรสมาคม และมีมติให้ออกมาปฏิบัติตามนั้น โดยเฉพาะงานคณะสงฆ์ ๖ ด้าน โดนลดลงมาเหลือแค่ ๔ ด้านเท่านั้น โดยที่พระองค์ท่านตรัสว่างานสาธารณสงเคราะห์ เป็นงานที่พระสงฆ์ทุกรูปควรที่จะทำอยู่แล้ว
ตรงจุดนี้ กระผม/อาตมภาพเห็นว่า องค์สังฆบิดรของเรายังรู้จักคณะสงฆ์ไทยน้อยเกินไป ถ้าเป็นนายกฯ หนู (นายอนุทิน ชาญวีรกุล) ก็บอกว่า "You know me little go! "เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าขนาดจับตัววางตายว่าใครรับผิดชอบเรื่องอะไร ก็ยังมีการ "เกียร์ว่าง" คือรับแต่ตำแหน่งโดยไม่ทำงานมามากต่อมากแล้ว ถ้าไปปรารภว่าเป็นเรื่องที่พระสงฆ์ "ควรทำ" ก็แปลว่าอาจจะมีพระสงฆ์ ๙๙.๙๙ เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ทำตาม เพราะไม่มีการบังคับว่า "ต้องทำ"
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 03:55
|