จะว่าไปแล้ว ก็เป็นเรื่องดีที่เขาทั้งหลายเหล่านี้มีความเคารพและศรัทธา แต่ว่าความศรัทธาของพวกเขานั้น ห่างไกลในเรื่องของศีลของธรรมมาก ส่วนใหญ่แล้วเน้นในเรื่องประโยชน์ที่ตนเองจะได้รับเท่านั้น
แม้กระทั่งเรื่องของพิธีกรรมพิธีการ การทำบุญต่าง ๆ ก็ไม่เหมือนบ้านเรา ทุกบ้านจะให้เราไปสวดมนต์และอธิษฐานให้เขาเฉพาะทีละบ้าน จะไม่มีการทำรวมกับคนอื่น กระผม/อาตมภาพจึงไม่ไปอีกเลย..!
เมื่อไม่นานมานี้ พระครูเทพ (พระครูปฐมสาธุวัฒน์) เจ้าอาวาสวัดสี่แยกเจริญพร เดินทางไปสิงคโปร์ ๕ วัน กระผม/อาตมภาพบอกว่า "ระวังเหนื่อยตายนะ..!" พอท่านกลับมา บอกว่า "เหนื่อยขาดใจจริง ๆ ครับหลวงพ่อ ๕ วันได้มา ๔ แสนกว่าบาท แต่มันให้ไปสวดมนต์อธิษฐานให้ทีละบ้าน" ก็เลยบอกไปว่า "จำเอาไว้ว่าทางด้านโน้นธรรมเนียมเขาเป็นแบบนี้ ดังนั้น..ในเรื่องของทานเขาถนัด แต่พอมาเรื่องของศีล ของสมาธิ เขาไม่เอาด้วย ส่วนใหญ่แล้ว ถ้าเราสามารถบันดาลให้เขาสำเร็จลงตรงนั้นได้เลย จะเป็นเรื่องที่ดีมาก..!"
การนับถือพระพุทธศาสนาของเขาจึงไม่เหมือนกับบ้านเรา ของเขาจะอยู่ในลักษณะที่ร้องขอ หรือว่ากอบโกย เหมือนอย่างกับแลกกัน ลักษณะแบบนี้มีบางคนในบ้านเราก็เป็น อย่างเช่นว่ามีอยู่ครอบครัวหนึ่ง ภรรยามาทำบุญกับกระผม/อาตมภาพทุกต้นเดือน งวดนั้นชวนสามีมาด้วย พอถวายสังฆทานเสร็จ อาตมภาพก็ "ชะยะสิทธิ ธะนัง ลาภัง" จบ เขาออกไปบ่นว่า "ทำบุญไปตั้งร้อย สวดให้นิดเดียว ไม่คุ้มเลย..!" เห็นหรือยังว่าแนวคิดแบบนี้เป็นเรื่องที่ไม่ได้อยู่แค่ต่างประเทศ แม้แต่ในประเทศของเราก็มี..!
วันนี้ในงานทำบุญครบรอบ ๔๐ ปี การเปิดเขื่อนวชิราลงกรณ เจ้าหน้าที่เขาจะให้กระผม/อาตมภาพพรมน้ำมนต์ให้กับบุคลากรทั้งหมดที่มาร่วมงาน กระผม/อาตมภาพชี้ไปที่หลวงพ่อวัดอู่ล่อง (พระครูพิสุทธิ์กาญจนาภรณ์) เจ้าคณะตำบลท่าขนุน เขต ๑ เจ้าอาวาสวัดอู่ล่อง แล้วหลวงพ่อวัดอู่ล่องก็ซาบซึ้ง เพราะว่าพรมน้ำมนต์เขารู้สึกว่าไม่พอ ขอให้เคาะหัวให้ด้วย พอเคาะไปโป๊กเดียว ที่เหลือทั้งหมดก็ยื่นหัวมา..! ยกแขนไม่ขึ้นไปเถอะ..ตูรอดแล้ว..! คือถ้าหากว่าเรารู้ว่าเขาต้องการอะไร เลี่ยงได้ก็เลี่ยง หลบได้ก็หลบ มีคนทำแทนได้จะดีมาก..!
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 01:20
|