วันนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๘ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ เรื่องมหามงคลใหญ่ของชาวทองผาภูมิ ก็คือพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จมาเปิดสวนสุขภาพสราญจิต เขื่อนวชิราลงกรณ ซึ่งสร้างขึ้นเฉลิมฉลองในวโรกาสที่พระองค์ท่านเจริญพระชนมายุ ๗๒ พรรษา ซึ่งผ่านพ้นไปแล้วด้วยดี
เพียงแต่ว่าการจัดงานนั้นมีข้อผิดพลาดที่ไม่น่าจะเป็นข้อผิดพลาดอยู่ ก็คือการจัดสถานที่ให้ประชาชนได้เฝ้ารับเสด็จ ด้วยความที่ต้องการความเป็นระเบียบเรียบร้อย ทางเขื่อนวชิราลงกรณจึงได้ตั้งเต็นท์เป็นแนวยาวอยู่ข้างถนน แต่ว่าเป็นแนวที่ห่างจากถนนช่วงใหญ่ เนื่องเพราะว่าจากถนนลงไปยังเป็นไหล่ทาง กว่าจะเป็นพื้นราบที่ตั้งเต็นท์ได้
ประกอบกับเมื่อเสร็จพิธีแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงรถผ่านไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์เลย ดังนั้น..บรรดาประชาชนที่เฝ้ารออยู่จึงได้เห็นแค่ไกล ๆ บางท่านบอกว่ากำลังจะเห็นได้ถนัดก็โดนคนอื่นบังพอดี ซึ่งถ้าหากว่าเป็นการเที่ยว สิ่งที่ตั้งใจไปแล้วไม่ครบก็ถือว่าจะได้ไปใหม่..! แต่การเสด็จของเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน บางทีอาจจะอีกหลายปีถึงจะมีอีกสักครั้งหนึ่ง..!
ความจริงถ้าตามที่กระผม/อาตมภาพพิจารณาดูแล้ว ช่วงที่พระองค์ท่านทรงเปิดป้ายและทรงปลูกต้นรวงผึ้งแล้ว เสด็จไปเพื่อจะดูสนามการแข่งขันจักรยานขาไถพวกนั้น ถ้าให้ชาวบ้านอยู่สองข้างทางที่เสด็จพระราชดำเนิน ก็จะได้เฝ้าอย่างใกล้ชิด แต่ว่าทางเขื่อนวชิราลงกรณน่าจะต้องการความเรียบร้อย
แล้วอีกประการหนึ่ง ฝ่ายรักษาความปลอดภัยก็น่าจะ "ประกันความเสี่ยง" ก็เลยไม่ให้มีการเข้าเฝ้าในเส้นทางนั้น พวกเราทั้งหลายที่พลาดจากการได้ชมพระบารมีอย่างใกล้ชิด ก็ให้ไปเปิดข่าวในพระราชสำนักดูวนสักสามรอบก็แล้วกัน..! เนื่องเพราะว่าเป็นข่าวคราวของบ้านเราเอง ถ้าเป็นไปได้ก็โหลดเก็บเอาไว้ด้วย จะได้เล่าให้ลูกให้หลานฟังกันทีหลัง
อีกส่วนหนึ่งก็คืออากาศที่เย็นลงในช่วงนี้ ท่านทั้งหลายก็จะเห็นแล้วว่าสภาพอากาศกระโดดขึ้นกระโดดลงแรงมาก คนแก่หรือคนป่วยที่ทนไม่ไหวก็มักจะเสียชีวิต อย่างที่เมื่อทำวัตรค่ำกันเสร็จแล้ว หลายท่านก็ต้องไปสวดพระอภิธรรมงานศพ จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะห่างหมอห่างยาไม่ได้ แต่ว่าให้พยายามทำใจอยู่ในลักษณะปล่อยวาง ก็คือถ้ารักษาหายได้ก็หาย ถ้ารักษาเต็มที่แล้วไม่หาย จะตายก็ช่างมัน สภาพจิตของเราจะได้ไม่ไปยึดมั่นถือมั่นอยู่กับร่างกายนี้มากนัก เป็นการซักซ้อมความเคยชินในการปล่อยวางร่างกายของเราในระดับหนึ่ง ถ้าสามารถปล่อยวางได้หมด ก็จะเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง..!
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 02:15
|