ส่วนตัวกระผม/อาตมภาพนั้น เมื่อตอนค่ำ ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรีแจ้งว่า ให้ไปพักรออยู่ที่วัดเขื่อนวชิราลงกรณ แล้วค่อยเคลื่อนขบวนเข้าไปยังหน้างานในเวลาบ่าย ๔ โมงของวันนี้ กระผม/อาตมภาพจึงวางแผนจะออกจากวัดตั้งแต่บ่าย ๓ โมงครึ่ง เมื่อไปถึงวัดเขื่อนวชิราลงกรณจะได้ไม่ต้องรอนาน เนื่องเพราะว่าสภาพร่างกายไม่ค่อยจะอำนวย
ความเจ็บไข้ได้ป่วยยังคงรักกระผม/อาตมภาพมาก ไม่ยอมเคลื่อนคลายหายไปไหนง่าย ๆ แต่ปรากฏว่าหลังฉันเพลได้ไม่นาน ทางด้านน้องกิ๊ก (นางสาวดลชนก จันทร์สุข) นักวิชาการศาสนาชำนาญการก็โทรมา บอกว่า "หลวงพ่อสะดวกที่จะไปวัดเขื่อนฯ ตอนนี้หรือไม่เจ้าคะ ?" กระผม/อาตมภาพถามว่า "ทำไม ?" ทางด้านน้องกิ๊กแจ้งว่า "ทางสำนักพระราชวังจะมีการซักซ้อมรูปแบบของงาน และมีการถวายปัจจัยไทยธรรมก่อน"
กระผม/อาตมภาพจึงแจ้งให้น้องเล็ก (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) ซึ่งทำหน้าที่พลขับได้ทราบ แล้วก็คว้าพัดยศ ห่มคลุมขึ้นรถ ปรากฏว่าด้วยความยิ่งรีบกลายเป็นยิ่งช้า พอเข้าวงเวียนหน้าซุ้มประตูเทศบาลตำบลทองผาภูมิ รถที่อยู่ด้านในเบียดออกมาทางด้านซ้าย รถของกระผม/อาตมภาพซึ่งตีคู่กันมาจึงต้องหักหลบออกซ้ายสุด ไปกระแทกเข้ากับขอบถนนซึ่งเป็นคอนกรีตที่ไม่ได้เว้าหลบ หากแต่ว่ายื่นแหลมออกมา ทำเอายางหน้าและยางหลังด้านซ้ายระเบิดไปทั้งคู่..!
แต่ก็โชคดีเป็นอย่างยิ่ง เนื่องเพราะว่ามาระเบิดที่บริเวณหน้าร้านเฮงเจริญการยางพอดี จึงได้เลี้ยวเข้าร้านยางให้เขาดูความเสียหาย ซึ่งยางที่ระเบิดไปทั้งสองเส้น ไม่สามารถที่จะปะได้ เพราะว่าแผลค่อนข้างจะใหญ่มาก จึงสั่งให้เปลี่ยนไปเลยในราคา ๑๑,๐๐๐ บาท แล้วตนเองก็ขอให้ทางร้านเฮงเจริญ เอารถของทางร้านวิ่งไปส่งกระผม/อาตมภาพที่ทางวัดเขื่อนวชิราลงกรณ
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 01:35
|