ดูแบบคำตอบเดียว
  #5  
เก่า 07-01-2026, 00:52
เถรี's Avatar
เถรี เถรี is offline
ผู้ดูแลเว็บ - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 33,949
ได้ให้อนุโมทนา: 161,383
ได้รับอนุโมทนา 4,533,788 ครั้ง ใน 37,567 โพสต์
เถรี is on a distinguished road
Default

ดังนั้น..ความรู้ของพระพุทธเจ้าที่เป็นโลกะวิทู จึงเป็นการรู้แจ้งในอริยสัจที่ใครก็ถกเถียงไม่ได้ ยกทฤษฎีอะไรขึ้นมาก็หักล้างไม่ได้ เราจะเห็นว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น แท้จริงแล้วพระองค์ท่านเป็นอัจฉริยะมนุษย์สุดประเสริฐ สิ่งที่พระองค์ท่านรู้เหมือนอย่างกับใบไม้ทั้งป่า แต่พระองค์ท่านเก็บมาสอนพวกเราแค่กำมือเดียว ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เราอยู่สุขในปัจจุบัน อยู่สุขในอนาคต และเกิดความสุขสูงสุด ก็คือหลุดพ้นเข้าสู่พระนิพพาน

เรื่องทั้งหลายเหล่านี้ ถ้าหากว่าเราคิดไป ตรองไป ก็จะเห็นความสามารถขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ยิ่งใหญ่ล้นฟ้าล้นแผ่นดิน พระองค์ท่านนอกจากชี้ทางในการบรรเทาทุกข์แก่พวกเราแล้ว ยังชี้ทางในการพ้นทุกข์ให้อีกด้วย เมื่อเราเห็นชัดเจนแล้วว่าร่างกายนี้เต็มไปด้วยความทุกข์ โลกนี้มีแต่ความทุกข์ ถ้าหากว่า ศีล สมาธิ ปัญญา ของเราสมบูรณ์ถึงพร้อม สภาพจิตก็จะเกิดการเบื่อหน่าย คลายกำหนัด ถอนการยึดมั่นถือมั่นขึ้นมา ถอนได้มากก็เป็นพระอริยเจ้าระดับสูงมาก ถอนได้น้อยก็เป็นพระอริยเจ้าระดับต่ำลงมา หรือว่ารู้เท่าทันระงับได้บ้าง ก็จัดเป็นกัลยาณชนคนมีศีลมีธรรม

สิ่งที่พระองค์ท่านสอน พระองค์ท่านบอก พระองค์ท่านกล่าว ไม่สามารถทำแทนกันได้ แต่ละคนต่างต้องใช้ความสามารถของตนขวนขวายให้เต็มที่ ต่อให้ไปไม่ถึงที่สุด ก็ให้การเวียนว่ายตายเกิดของเราเหลือน้อยที่สุดให้ได้ก็แล้วกัน

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันอังคารที่ ๖ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................

เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง

จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 07-01-2026 เมื่อ 02:24
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 27 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ เถรี ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา