ปรากฏว่าวิ่งจากวัดใหญ่ที่ชาวบ้านเขาเรียก หรือวัดป่าเลไลยก์ วรวิหาร จังหวัดสุพรรณบุรี กลับมาถึงท่าขนุนไม่เต็ม ๓ ชั่วโมงดี ซึ่งปกติแล้วเป็นไปไม่ได้ จึงมีโอกาสพักอยู่หน่อยหนึ่ง ก่อนที่จะออกไปเป็นเจ้าภาพตัดลูกนิมิตที่วัดห้วยเจริญศรัทธาราม หมู่ที่ ๗ ตำบลห้วยเขย่ง อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ตอนแรกกระผม/อาตมภาพก็เข้าใจว่าขึ้นอยู่กับหมู่ ๖ บ้านไร่ห้วยเขย่ง แต่ปรากฏว่าขึ้นอยู่หมู่ ๗ บ้านห้วยปากคอก
พิธีกรรมพิธีการต่าง ๆ ก็เหมือนกับทุกที่ แต่ที่น่ากลัวที่สุดก็คือลูกนิมิตลูกกลาง กระผม/อาตมภาพมองดูหลุมลูกนิมิตแล้ว กะ ๆ ด้วยสายตาน่าจะลึกเกิน ๔ เมตร..! จะขุดไปลึกขนาดนั้นทำไมก็ไม่รู้ ? ทำให้ไปนึกถึงหลวงปู่เจ้าคุณสำราญ วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท ตอนนั้นท่านยังเป็นพระครูวิชาญไชยคุณ ยังไม่ได้เป็นท่านเจ้าคุณพระมงคลไชยสิทธิ์ ไปกราบท่านครั้งหนึ่ง ปรากฏว่าท่านนั่งเหยียดขาตรงแหน็ว ถามท่านว่า "หลวงปู่เป็นอะไรครับ ?" ท่านบอกว่า "ขาหัก..!"
เขานิมนต์ท่านไปเป็นประธานงานฝังลูกนิมิตนี่แหละ ท่านบอกว่าเวลากรรมบังก็โง่ได้ขนาดนั้น..! เห็นเสื่อเขาปูปิดหลุมลูกนิมิตไว้ นึกว่าเขาปูให้ประธานนั่ง กูก็เดินเข้าไปเลย ผลุบเดียวลงไปอยู่ในหลุม..! แล้วลองคิดดูว่า ถ้าหากว่าเป็นหลุมของวัดห้วยเจริญศรัทธาราม ลึก ๔ เมตรกว่า หลวงปู่ก็คงไม่ได้ขึ้นมาแล้วแหละ..! ท่านก็รักษาตัวเองด้วยการเสก ด้วยการเป่า ทาน้ำมันอยู่ ๕ - ๖ เดือน ถึงจะเดินได้ตามปกติ..!
พวกท่านทั้งหลายต้องเข้าใจนะว่าตอนนั้นท่านอายุ ๗๐ กว่า ๘๐ ปีแล้ว คนแก่อายุขนาดนั้น กระดูกไม่ค่อยจะสร้างตัวแล้ว สามารถเดินเป็นปกติได้ก็ถือว่ายอดฝีมือ ลองดูท่านวัศพล (พระวัศพล จนฺโทภาโส) ของเราก็แล้วกัน ขนาดหนุ่ม ๆ แท้ ๆ จนป่านนี้แล้วก็ยังต้องใช้ไม้เท้าอยู่เลย แต่ก็ต้องบอกว่ากรรมใครกรรมมัน เพราะว่าท่านไม่ได้แข็งแรงเป็นควายอย่างกระผม/อาตมภาพ ของกระผม/อาตมภาพเองกระดูกหัก ให้เวลา ๒ วัน หายไม่หายกูเดินแล้ว..! ถ้าหากว่าเราทำแบบนั้น ร่างกายจะเคยชิน รู้ว่าอ้อนมากไม่ได้ ก็จะต้องรีบหาย..!
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 05-01-2026 เมื่อ 01:47
|