ส่วนเมื่อเช้านี้ กระผม/อาตมภาพไปกราบถวายมุทิตาสักการะพระเดชพระคุณพระธรรมพุทธิมงคล (สอิ้ง สิรินนฺโท ป.ธ. ๘) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๔ เจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์ วรวิหาร จังหวัดสุพรรณบุรี ต้องบอกให้ชัด ๆ เพราะว่าชื่อวัดป่าเลไลยก์ ก็เป็นชื่อยอดฮิตชื่อหนึ่ง ซึ่งบางชื่อมีวัดอยู่ถึง ๓๐ - ๔๐ แห่งที่ชื่อซ้ำกัน
หลวงพ่อท่านเจริญอายุวัฒนมงคล ๙๓ ปีแล้ว จากที่รู้จักมักคุ้นกับท่านตั้งแต่หนุ่ม ๆ เพิ่งจะเป็นรองเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรีใหม่ ๆ จนกระทั่งมาถึงปัจจุบันนี้ จึงกลายเป็นบุคคลที่ท่านจะให้เลขานุการประจำตัวโทรมาย้ำทุกครั้ง เพราะท่านรู้ว่าอย่างไรเสียกระผม/อาตมภาพก็ต้องไป แต่เกรงว่าจะลืมล็อกวันไว้ให้ท่าน หรือติดงานสำคัญอื่น พระเถระบางรูปต้องอัธยาศัยกัน มีอะไรไม่ต้องพูดกันมาก ประมาณว่ามองหน้าก็รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไรอยู่ จึงกลายเป็นเรื่องที่ท่านเห็นเราแล้วจะดีใจมากกว่าคนอื่นเขา
แต่เป็นที่อัศจรรย์ว่าในช่วงเดินทางกลับ ซึ่งปกติวันหยุดยาวแบบนี้ รถจะมากมายมหาศาล แต่ไม่ทราบเหมือนกันว่าออกรถได้ "ฤกษ์สี่ศูนย์จะพูนผล" หรือเปล่า ? ท่านที่ไม่เข้าใจก็จะไม่รู้ว่า "ยามอุบากอง" เป็นอย่างไรที่เขาว่า "ศูนย์หนึ่งอย่าพึงจร แม้ราญรอนจะอัปรา สองศูนย์เร่งยาตรา จะมีลาภสวัสดี" ฯลฯ ไปศึกษาดูเอาก็แล้วกัน ใช้ได้ผลอยู่ โบราณเขาเรียก "ยามพม่าแหกคุก" ความจริงคนที่แหกคุกไปคือ "อูบาเก็ง" คนไทยเรียกชื่อเพี้ยนเป็น "อุบากอง" พอ ๆ กับอาหาร "งะบูจ่อ" มาถึงเมืองไทย กลายเป็น "กระบองจ่อ" จะกินกระทั่งกระบองก็ต้องยกให้เขาไป..!
อูบาเก็งโดนจับเป็นเชลยศึกที่อยุธยา เขาบอกกับเพื่อนว่า วันนั้นเวลานั้นเขาจะแหกคุก มีข่าวคราวอะไรจะฝากไปถึงทางบ้านไหม ? เพื่อนก็ถามว่ามั่นใจขนาดนั้นเลยหรือ ? เขาบอกว่าถ้าทำตามฤกษ์ยามที่ครูบาอาจารย์สอนมา รับรองว่ารอดแน่นอน เพื่อนก็เลยขอศึกษาแล้วก็สักติดตัวเอาไว้ เราถึงได้มียามพม่าแหกคุกเอาไว้สำหรับบุคคลที่ดูหมอไม่เป็น แต่ต้องการฤกษ์อะไรที่ง่าย ๆ ก็ให้ใช้ตามเวลานั้น
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 05-01-2026 เมื่อ 01:42
|