แต่คราวนี้ในส่วนของความสนุกสนานของบ้านเรา ทั้ง ๆ ที่อยู่ในภาวะสงคราม ไม่ขอกล่าวถึง ส่วนที่อยากจะกล่าวถึงก็คือ พระราชดำรัสขององค์ในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ที่พระองค์ท่านตรัสว่า ประสบความสูญเสียอย่างมหาศาล ก็คือเสียทูลกระหม่อมแม่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง แล้วประเทศยังอยู่ในภาวะศึก ภาวะสงคราม ภัยธรรมชาติต่าง ๆ ก็หนัก แล้วรัฐบาลก็ยังมัวแต่แก่งแย่งชิงดีกันอยู่ ไม่สามารถบริหารประเทศได้อย่างเต็มที่ พระองค์จึงต้องการความรักความสามัคคีของคนไทยเป็นอย่างมาก
พวกเราอาจจะลืมไปแล้วว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา พระชนมายุ ๗๔ พรรษา ย่าง ๗๕ แล้ว แก่กว่ากระผม/อาตมภาพอีก สภาพร่างกายของคนแก่ทั่วไปก็ย่อมเกิดความล้า ทำหน้าที่อะไรไม่ได้เต็มที่เหมือนกับสมัยหนุ่มสาว แต่ดูเหมือนภาระงานของพระองค์ท่านจะมีแต่มากขึ้น ๆ
แล้วก็ยังมีบุคคลจำนวนมากที่เข้าใจผิดว่า พระองค์ท่านเอาเงินจากภาษีอากรชาวบ้านไปผลาญเพื่อความสุขส่วนตัว ไอ้พวกเกิดมาไม่รู้ว่าในหลวงรวยเท่าไร เฉพาะในส่วนของทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เก็บดอกผลแต่ละปี มากกว่าภาษีบ้านเราทั้งประเทศอีก แล้วพระองค์ท่านก็ควักออกไปตรงโน้น ๑๐๐ ล้านบาท ตรงนี้ ๒๐๐ ล้านบาท ช่วยทุกงานที่ผ่านมา แม้กระทั่งช่วงเชื้อไวรัสโควิด ๑๙ ระบาด พระองค์ท่านช่วยทั้งเครื่องไม้เครื่องมือแพทย์ ทั้งช่วยซื้อยาและเวชภัณฑ์สำคัญต่าง ๆ หมดไปเป็นแสนล้านบาท..!
กระผม/อาตมภาพมานึกถึงเวลาเพื่อนพระสังฆาธิการทำหน้าที่ตัวเองไม่เต็มที่ มักจะเห็นแก่กิจนิมนต์ เพราะว่ามีรายได้ ส่วนงานตามตำแหน่งทิ้งเอาไว้ก่อน ไม่สำคัญเท่าเงิน..! ถ้าสนิทสนมกัน กระผม/อาตมภาพก็ด่ากันตรง ๆ ว่า "ในเมื่อมีภาระหน้าที่ก็ต้องทำให้เต็มที่ ไม่ใช่ไปหาเงินก่อน" ปรากฏว่าเพื่อนพระสังฆาธิการบอกว่า "หลวงพ่อเล็กรวยแล้วก็พูดได้สิ" ถ้าทั่ว ๆ ไปกระผม/อาตมภาพเองก็หุบปาก พอดีวันนั้นอยู่ในที่ประชุม ก็เลยบอกไปว่า "ถามจริง ๆ เถอะพวกท่านทั้งหลาย..ถ้าหากว่ามีเงินแล้วจะทำอย่างผมไหม ?" ทุกคนเงียบสนิท ก็คือมีเงินก็คงเก็บเอาไว้ใช้เอง ไม่เที่ยวช่วยเขาทั่วไปหรอก..!
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 01:15
|