เราดูแค่ในประเทศไทยของเรา ประชากรตอนนี้ ๖๘ ล้านคนเศษ ๆ มีแต่จะลดน้อยถอยลงนะ เพราะว่าอัตราคนเกิดตอนนี้ติดลบ เดี๋ยวก็จะเหลือ ๖๗ ล้านคน ๖๖ ล้านคน ลดน้อยไปเรื่อย เพราะว่าคนใหม่ไม่เกิดน้อย แต่คนเก่าตายไปเรื่อย..อนาถชีวิต..ๅ
ตั้งแต่สมัยกระผม/อาตมภาพยังเป็นเด็ก ตอนนั้นประชากรไทยมีอยู่ประมาณ ๑๐ กว่าล้านคนเท่านั้น ใครทันยุคนั้นบ้าง ? ที่เพลงเขาบอกว่า "๑๘ ล้านภูมิใจ เทิดไทไชโย" เยอะโคตรเลยนะยุคนั้น ๑๘ ล้านคน หาเลี้ยงแทบจะไม่พอปากพอท้อง ยากจนกันอย่าบอกใคร กระผม/อาตมภาพถึงขนาดต้องกินของอื่นแทนข้าวมาหลายปี ประชากรไทย ๖๘ ล้านคน ถามจริง ๆ เถอะ รู้จักพระนิพพานกี่คน ? คนที่หวังจะหลุดพ้นจากกองทุกข์ ถ้าไม่รู้จักพระนิพพานนี่ไม่ต้องหวัง ยังห่างไกลมาก..!
ในเมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเราทั้งหลายจึงกลายเป็นส่วนแปลกแยกในสังคม ทนให้เขา "บูลลี่" ต่อไปเถอะ ไอ้พวกไม่เหมือนชาวบ้านเขา ถึงเวลาปีใหม่ สงกรานต์ ตรุษ สารท แทนที่จะไปเที่ยวหัวหกก้นขวิด หาเรื่องให้รถชนตายบนถนน กลับเข้าวัดปฏิบัติธรรม แต่สิ่งทั้งหลายเหล่านี้เราทำเพราะเรารู้ว่าดี เราถึงทำ ก็ต้องบอกว่าเป็นส่วนที่น่าสรรเสริญและน่าสนับสนุน
แต่ถ้ามองภาพรวมแล้วไม่ไหว แม้กระทั่งในวงการสงฆ์ของเรา ใน ๒ แสนกว่ารูป/คน กลายเป็นสายปริยัติไปเกือบ ๒ แสนรูป เหลือสายปฏิบัติอยู่เท่าไร ? เดี๋ยวนี้วัดป่าที่ว่าเคร่งครัดนักหนานี่ ก็ชักจะออกนอกลู่นอกแนวกันยกใหญ่แล้ว เริ่ม "สิ้นคิด" กันมากขึ้นเรื่อย ๆ ออกนอกแนวครูบาอาจารย์เมื่อไร โอกาสที่จะได้มรรคได้ผลก็จะน้อยลงไปเรื่อย..!
เนื่องเพราะว่ารุ่นเก่า ๆ เขาหักล้างถางพง จนกระทั่งสร้างซูเปอร์ไฮเวย์ให้แล้ว โดยเฉพาะองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ต้อง ๘ สายนี้เท่านั้น ก็คือมรรคมีองค์ ๘ หลุดจากนี่เมื่อไรไปไม่รอด..! ที่พระองค์ท่านตรัสไว้ในมหาปรินิพพานสูตร ซึ่งสุภัททปริพาชกมาทูลถามว่า "ครูทั้ง ๖ สำนักนั้น มีสำนักใดเป็นพระอรหันต์ที่แท้จริงบ้าง ?"
พระพุทธเจ้าตรัสว่า "อย่าเลยสุภัททะ พระธรรมวินัยของศาสดาใดถ้าประกอบด้วยมรรคมีองค์ ๘ พระธรรมวินัยนั้นก็จะมีสมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ พระธรรมวินัยใดถ้าไม่มีมรรคมีองค์ ๘ พระธรรมวินัยนั้นก็ปราศจากสมณะที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔" ก็คือไม่มีพระโสดาบัน ไม่มีพระสกทาคามี ไม่มีพระอนาคามี ไม่มีพระอรหันต์
สุภัททปริพาชกซึ่งเป็นคนฉลาดมาก และไปสัมผัสมาทุกสำนักแล้ว ได้ยินพระพุทธเจ้ายืนยันอย่างนั้นก็มั่นใจ ประกาศขอถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง รับเอาหลักธรรมไปปฏิบัติ บรรลุอรหันต์ตอนเช้าที่มืดที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าปรินิพพานพอดี บาลีเขาเรียกว่า "ปัจฉิมสักขีสาวก" ก็คือเป็นพระสาวกองค์สุดท้าย ซึ่งทันองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยเฉพาะได้รับการอุปสมบทด้วยเอหิภิกขุอุปสัมปทา พระพุทธเจ้าต้องเสด็จไปไกลถึง ๖๐ โยชน์ เพื่อไปโปรดสุภัททปริพาชกเป็นรูปสุดท้าย ไม่อย่างนั้นแล้วนอนสบาย ๆ ปรินิพพานกลางทางไปนานแล้ว..!
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 02:43
|