จากนั้นกระผม/อาตมภาพก็ฝ่าอากาศยามเช้าที่วันนี้ขึ้นมาอยู่ที่ ๒๐ องศาเซลเซียส พาพระภิกษุสามเณรออกบิณฑบาตตามปกติ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวมายังทองผาภูมิเป็นจำนวนมาก จนหาที่จอดรถได้ยาก ท่านที่ไม่มีความคล่องตัวก็ไม่รู้ว่าจะไปจอดรถที่ไหน บางทีต้องจอดห่างออกไป ๒ - ๓ กิโลเมตร แล้วค่อยเดินไปยังจุดหมายปลายทางของตน
บรรดานักท่องเที่ยวต่างก็ยกโทรศัพท์มือถือถ่ายแถวพระบิณฑบาต เพราะว่าพระวัดท่าขนุนนั้น กระผม/อาตมภาพให้เดินบิณฑบาตตามลำดับไหล่ ไม่ใช่ลำดับพรรษา เนื่องเพราะว่าการบิณฑบาตก็ดี การเข้าห้องน้ำห้องส้วมก็ตาม ไม่จำเป็นที่จะต้องไปตามลำดับพรรษา เนื่องเพราะว่าการบิณฑบาตมีการออกก่อนบ้างหลังบ้าง ตามแต่บางท่านที่จะปฏิบัติธรรม
ส่วนการเข้าห้องน้ำห้องส้วมนั้น อยู่ที่ว่าใครปวดใครรีบ มาถึงก่อนก็เข้าก่อน ไม่ใช่ว่าไปรอผู้ที่มีพรรษามากกว่าเข้าก่อน เราก็อาจจะเดือดร้อนกว่าที่คิด..! ในเมื่อเป็นเช่นนั้น แถวพระที่ยาวเหยียด ๒๐ - ๓๐ รูป แล้วเป็นไปตามลำดับไหล่ด้วย ก็จะอยู่ในลักษณะที่งดงามในสายตาของญาติโยม จึงทำให้ทุกคนที่เห็นแล้ว อดยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปไม่ได้
ขากลับต้องวนเข้าไปยังตลาดริมแควเมืองท่าขนุน ซึ่งจะเปิดร้านค้าชุมชนจำหน่ายสินค้าให้กับญาติโยม ตลอดจนกระทั่งนักท่องเที่ยวทุกวันเสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยเฉพาะช่วงที่วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๘ จนถึงวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๙ ทางคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมอำเภอทองผาภูมิ ร่วมกับคณะกรรมการบริหารตลาดริมแควเมืองท่าขนุน และส่วนราชการ ตลอดจนกระทั่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมใจกันจัดงาน "นั่งยอง..มองแคว" ขึ้นเป็นครั้งแรก ถ้าหากว่างานนี้ "เวิร์ค" ตามภาษาวัยรุ่น ก็จะจัดแบบนี้ต่อเนื่องกันไปทุกปี กระผม/อาตมภาพรับปากเอาไว้ว่า ในงานครั้งนี้ เนื่องจากว่าติดภารกิจแทบไม่ได้ไปที่อื่น จึงจะนำพระภิกษุสามเณรแวะเข้ามา รับบิณฑบาตจากประชาชนและนักท่องเที่ยวทุกวัน
วันนี้แถวผู้ใส่บาตรก็ยืดยาวมาก และครูรอยพิมพ์ สุทธิบานเย็น กรรมการตลาดริมแควเมืองท่าขนุน ก็พยายามใช้เครื่องเสียงขอร้องแล้ว ขอร้องเล่าว่า ให้นักท่องเที่ยวถอดรองเท้าก่อนที่จะใส่บาตร กระผม/อาตมภาพเมื่อรับไมโครโฟนของตนมาก็กล่าวว่า "เป็นเรื่องที่แปลกมาก เนื่องเพราะว่าญาติโยมทั้งหลายมักจะมองพี่น้องมอญพม่า ซึ่งมาทำงานกรรมกรบ้านเราว่าต่ำกว่าตนเอง เป็นบุคคลคนละชั้นกัน แต่พี่น้องมอญพม่าทุกคน ไม่ว่าจะเด็กเล็ก หรือผู้ใหญ่ ไม่เห็นมีใครต้องเตือนให้ถอดรองเท้าเวลาใส่บาตร ทุกคนก็ถอดรองเท้าเองด้วยความเต็มอกเต็มใจ..!"
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : วันนี้ เมื่อ 03:16
|