หลวงปู่จึงแจ้งกับทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลด่านช้างว่า "ทำอย่างไรจะสร้างห้องพิเศษสำหรับพระได้ ?" ทางผู้อำนวยการแจ้งว่า "หลวงปู่ต้องหาเงินมา เพราะว่าผมมีแต่สถานที่ให้..!"
ดังนั้น..ท่านจึงมาบอกกล่าวกับกระผม/อาตมภาพว่า "ขอเงินสัก ๓๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อสร้างห้องพิเศษถวายพระสงฆ์อาพาธที่โรงพยาบาลด่านช้าง" กระผม/อาตมภาพจึงนำเงินไปเรียนท่านว่า "รบกวนหลวงปู่ช่วยรับเงินด้วยครับ" ท่านบอกว่า "ไม่ได้ ๆ" เพราะว่าท่านได้เชิญเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลมารับด้วยตัวเอง ทำเอากระผม/อาตมภาพแทบจะ "เหวอ" ไปเลยทีเดียว ถ้ารู้อย่างนี้ก็จะมอบให้ตั้งแต่แรก ไม่ใช่มารอการประชุมผ่านไปเกือบ ๒ ชั่วโมงอย่างนี้ เนื่องจากว่าเจ้าหน้าที่ยังต้องเดินทางกลับอีกไกลมาก..!
เมื่อทำการมอบเงินเสร็จเรียบร้อย ก็กลับเข้าห้องประชุมมาประชุมกันต่อ หลวงปู่ป่วนเมื่อถึงวาระที่ท่านพูด แทนที่จะพูดเรื่องเกี่ยวกับการศึกษา ท่านบอกว่า "ขออนุญาตที่ประชุม กล่าวอนุโมทนากับหลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน" แล้วก็แจ้งเรื่องที่ท่านได้ขอเงินกระผม/อาตมภาพเอาไว้ โดยที่ไม่นึกว่าจะได้รวดเร็วทันใจขนาดนี้..!
กระผม/อาตมภาพเองได้ยิน ก็อยากจะบอกหลวงปู่ว่า "ตอนนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวของผม เหลือธนบัตรใบละ ๒๐ บาทใหม่เอี่ยมอยู่ใบเดียว..!" เนื่องเพราะว่าทั้งหมดที่มี นอกจากรวบรวมให้หลวงปู่ครบ ๓๐๐,๐๐๐ บาทแล้ว ยังรวบรวมถวายหลวงพ่อสุดใจเป็นค่ารักษาพยาบาลไปอีก ๕,๐๐๐ บาท ใครจะไปรู้ว่าคนรวยอย่างหลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน มีเงินติดตัวอยู่แค่ ๒๐ บาทเท่านั้น..!
แต่ก็ไม่อยากจะขัดคอคนแก่ ปล่อยท่านสรรเสริญเจริญพร แล้วแถมยังท้าวความไปถึงเพื่อนพระสังฆาธิการอีกหลายรูป อย่างเช่นว่าหลวงพ่อสิงห์โต (พระครูโสภณคุณาธาร) รองเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าอาวาสวัดสาลี (บางปลาม้า) หรือว่าหลวงพ่อสัมฤทธิ์ (พระครูวิสุทธิ์สิทธิคุณ) รองเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร เจ้าอาวาสวัดโกรกกราก ว่า จะไปขอท่านเพื่อช่วยสร้างห้องเพิ่มด้วยเช่นกัน
กระผม/อาตมภาพได้ยินแล้วก็ยังคิดว่า "นี่กูกำลังทำให้เพื่อนพระสังฆาธิการเดือดร้อนหรือเปล่า ?" แต่ว่าเรื่องแบบนี้ก็ต้องแล้วแต่จิตศรัทธา ถ้าหากว่าท่านได้ยินแล้วอยากจะร่วมบุญด้วย ก็ถือว่าเป็นบุญเป็นกุศลของพระภิกษุสามเณรชาวอำเภอด่านช้าง ซึ่งหลวงปู่ป่วนท่านบอกว่า "ไม่ใช่เฉพาะแค่จังหวัดสุพรรณบุรี พระภิกษุที่เจ็บไข้ได้ป่วยทางอำเภอเลาขวัญ อำเภอห้วยกระเจา ซึ่งอยู่ติดทางด้านจังหวัดสุพรรณบุรีมากกว่าจังหวัดกาญจนบุรี ก็ยังเดินทางมารักษาตัวกันที่อำเภอด่านช้างเป็นจำนวนมากเหมือนกัน"
เมื่อทำการปิดประชุมและไหว้พระแล้ว กระผม/อาตมภาพก็เดินทางกลับยังที่พัก ระหว่างเดินทางอยู่บนทางด่วนสายเอ็ม ๘๑ จึงทำการบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนเอาไว้ ก่อนที่โรคภัยไข้เจ็บจะพาให้เสียงหายไปมากกว่านี้
สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันจันทร์ที่ ๒๙ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 30-12-2025 เมื่อ 01:10
|