มีหลวงพ่อรูปหนึ่ง ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดกาญจนบุรี เป็นบุคคลที่เก็บสังฆทานทุกชิ้นยัดไว้ในห้อง ท้ายที่สุดก็ไม่มีที่ให้นอน..! ต้องออกมานอนเลี้ยงยุงนอกห้อง จะสมน้ำหน้าท่านก็ใช่ที่ ก็ในเมื่อท่านหวง ไม่ยอมแบ่งไม่ยอมปันใครเลย ก็ปล่อยให้ท่านนอนเลี้ยงยุงของท่านไปก็แล้วกัน..!
ดังนั้น..เรื่องพวกนี้เป็นการฝึกตนของเราอย่างหนึ่ง ว่าสามารถตัด รัก โลภ โกรธ หลง อย่างไรได้บ้าง ไม่ใช่อวดร่ำอวดรวย มีเท่าไรให้เขาได้ แต่ทุกครั้งที่ให้ก็คือต้องสังเกตใจของเราว่า มีความตระหนี่ถี่เหนียวหรือไม่ ? ให้ด้วยเมตตากรุณาแล้ว ถึงเวลาวางอุเบกขาได้หรือไม่ ? ไม่ใช่ให้แล้วก็ยังตามไปดู ตามไปจับ ตามไปจ้อง ว่าเขาใช้ของเราหรือเปล่า ?
กระผม/อาตมภาพเจอมามากต่อมากแล้ว ถึงเวลาถามว่า "ถวายข้าวของชนิดนั้นไป หลวงพ่อยังใช้อยู่หรือเปล่า ?" "อ๋อ..ไม่ทันได้ใช้ ให้เขาไปแล้ว..!" คุณจะไม่ศรัทธา เลิกถวาย กระผม/อาตมภาพก็ดีใจ กูจะได้ไม่ต้องรับมาให้รกกุฏิ..!
ดังนั้น..เรื่องทั้งหลายที่พูดมาในวันนี้ก็คือ พระภิกษุสามเณรส่วนใหญ่ของเรา ต้องจัดการกับกิเลสในใจของตนเอง ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ โดยเฉพาะพยายามเคร่งครัดในส่วนของวินัย ก็คือศีลพระเอาไว้ เนื่องเพราะว่าในเบื้องต้น เราจะเป็นพระภิกษุสามเณรหรือไม่ก็อยู่ที่ศีลเท่านั้น ศีลบกพร่อง ความเป็นพระภิกษุสามเณรก็ลดน้อยถอยลง ถ้าไปเจออาบัติหนักเข้า ก็อาจจะขาดความเป็นพระภิกษุสามเณรไปเลย..!
เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่เราท่านต้องตระหนักด้วยตัวเอง ไม่ใช่รอครูบาอาจารย์ พระพี่เลี้ยง หรือว่าเพื่อนฝูงมาจ้ำจี้จ้ำไชคอยบอกคอยกล่าวให้ คนรักที่จะปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ จะต้องไม่เบื่อไม่หน่ายในการขัดเกลาตัวเองด้วยประการทั้งปวง ไม่อย่างนั้นแล้วอยู่ไปก็ขาดทุนไปตลอดเวลา ถ้าอย่างนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะอยู่ไปทำอะไร ?!
สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันพุธที่ ๒๔ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๘
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-12-2025 เมื่อ 02:47
|