แต่ว่าในส่วนที่ท่านกล่าวมีหลายอย่างที่ตลกแต่หัวเราะไม่ออก ก็คือที่ท่านปรารภว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้าง ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานบ้าง หรือแม้กระทั่งอธิบดีกรมวิชาการ แต่ละคนเหมือนอย่างกับมาว่ากินตำแหน่งเพื่อให้ผ่านงานเท่านั้น ๖ เดือน ๑ ปีก็ชิงย้ายกันหมดแล้ว..!
โดยเฉพาะในส่วนของอำเภอทองผาภูมิ ท่านบอกว่า "แล้วอย่างนี้งานของผมจะต่อเนื่องได้อย่างไร ? ในเมื่อคนใหม่มาก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลย" ก็เป็นเรื่องจริงของท่าน แล้วขณะเดียวกัน การของบประมาณ ทางด้านกรมอาชีวศึกษาก็ไม่ได้คิดให้รอบคอบ เนื่องเพราะว่าอาคารแต่ละอย่างเขาจะมีแบบที่แน่นอนตายตัว จะมีราคากลางว่าต้องใช้งบประมาณเท่าไรในการก่อสร้าง แต่ท่านบอกว่า "พวกคุณไม่ได้ดูเลยว่าพื้นที่นี้คือที่ไหน ?!"
ตัวแทนของท่านอธิบดีกรมอาชีวะศึกษาก็ยังงง ๆ อยู่ กระผม/อาตมภาพก็เลยต้องเรียนท่านไปว่า สมัยที่กระผม/อาตมภาพสร้างสำนักสงฆ์เกาะพระฤๅษี ตอนนั้นถ้าจะขนวัสดุก่อสร้างขึ้นสังขละบุรี ทรายหยาบคันละ ๓,๐๐๐ บาท แต่ค่าบรรทุกคันละ ๗,๐๐๐ บาท..! เนื่องเพราะว่าถนนหนทางไปยากมาก ต้องเป็นรถใหญ่สองเพลาเท่านั้น ถึงจะขึ้นสังขละบุรีได้
ทองผาภูมิในยุคนั้นก็ไม่ต่างกัน เพราะอย่างทางเข้าสหกรณ์นิคมตรงไปสำนักสงฆ์เกาะพระฤๅษี มีแต่ปลักควายตั้งแต่ปากทางเข้าไปยันโน่น...พื้นที่ของเหมืองสองท่อ..! เนื่องเพราะว่าทางเหมืองมีงบประมาณมาก แล้วอีกอย่างหนึ่งเขาระเบิดหินอยู่ตลอดเวลา เขาก็เลยเอาหินมาถม จนกระทั่งรถแร่หนักเท่าไรวิ่งก็ไม่ทรุดไม่ยุบ แต่พอพ้นเขตออกมาก็เป็นปลักควายไปตลอดทาง..!
กระผม/อาตมภาพสั่งวัสดุก่อสร้าง ๑ คันรถ เขาคิดค่าขนส่ง ๖,๐๐๐ บาท ในยุคนั้นทองคำบาทละ ๔,๒๕๐ บาท ค่าบรรทุกวัสดุเที่ยวละ ๖,๐๐๐ บาท..! กระผม/อาตมภาพจึงต้องรอรวมวัสดุให้ได้ใกล้เคียง ๑๘ ตัน แล้วถึงจะสั่งทีหนึ่ง ไม่อย่างนั้นก็จะไม่คุ้มกับค่ารถค่าขนส่ง
ท่านองคมนตรีบ่นว่า "พวกคุณให้งบประมาณเท่ากับสร้างในกรุงเทพฯ ในนนทบุรี แล้วรู้ไหมว่าที่นี่ค่าขนส่งเท่าไร ? ผมไปสร้างหอพักให้โรงเรียนบ้านห้วยเสือ ค่าขนส่งแพงกว่าค่าวัสดุไปเท่าครึ่ง..!" ท่านบอกทางโรงเรียนบ้านห้วยเสือไปว่า "ถ้าเชื่อผมก็ทำไป เดี๋ยวผมจะหาเงินมาให้" แล้วการประชุมครั้งก่อนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ท่านก็ปรารภกับกระผม/อาตมภาพว่า "คงต้องขอเงินหลวงพ่อเล็กเพิ่มอีกแล้ว..!" ก็เลยเรียนท่านไปบอกว่า "อ๋อ..ยุคนี้เขาไม่ให้พระมีเงิน..!"
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-12-2025 เมื่อ 02:41
|