เมื่อขึ้นไปจนกระทั่งเกือบถึงยอดเขาคิชกูฎ กระผม/อาตมภาพก็สวนกับคณะของพระครูโกศลธรรมานุสิฐ เจ้าอาวาสวัดสวนหงษ์ เจ้าคณะอำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งนำคณะมากราบสักการะพระคันธกุฎีขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเช่นกัน ในคณะยังมีพระครูใบฎีกาจำนงค์ ปิยวณฺโณ เจ้าอาวาสวัดตะลุ่ม เจ้าคณะตำบลมะขามล้ม จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อนร่วมรุ่นพระอุปัชฌาย์ของกระผม/อาตมภาพอีกรูปหนึ่งด้วย
หลังจากทักทายกันด้วยความยินดีแล้ว กระผม/อาตมภาพก็เดินสวนขึ้นไปจนถึงพระคันธกุฎี ใช้เวลาตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงจุดนี้ประมาณ ๑๖ นาที ตามที่ทิดเฟิร์ส (นายบัณฑิต เอี่ยมตระกูล) จับเวลาให้ ทำให้มีผู้ติดตามมาทันแค่ ๔ - ๕ คนเท่านั้น พวกเราต้องรอกันอยู่พักใหญ่กว่าที่คณะส่วนใหญ่จะตามมาถึง และได้ยินว่าคุณยายเล็กหกล้มเสียด้วย..! แต่ดูอาการแล้วน่าจะไม่เป็นอะไรมาก
พวกเราได้ฟังบรรยายจากท่านเจ้าคุณกอล์ฟ แล้วก็เจริญพระพุทธมนต์ถวายเป็นพุทธบูชา ตามด้วยการสมาทานพระกรรมฐาน และนั่งสมาธิภาวนา เห็นภาพองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าใหญ่โตเต็มแผ่นดินแผ่นฟ้า ประกอบไปด้วยฉัพพรรณรังสีสวยงามเป็นยิ่งนัก..!
เมื่อกราบอุทิศส่วนกุศลเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็ถ่ายรูปหมู่ร่วมกัน จากนั้นค่อยเดินลงมา ขึ้นถึงรถแล้วเห็นว่าเวลาเหลือน้อย พวกเราจึงได้ตรงไปยังโรงแรมราชคฤห์ เรสซิเดนซ์ โฮเต็ล เพื่ออาศัยห้องอาหารในการฉันเพล ไปทำการตักอาหารที่ประกอบไปด้วยผักกับผัก แต่ว่าทางด้านน้องการ์ตูน ได้จัดอาหารที่มีส่วนประกอบของไก่บ้าง ปลาบ้าง ไข่ดาวบ้าง มาเผื่อให้ด้วย
เมื่อฉันเสร็จสรรพเรียบร้อย เข้าห้องน้ำแล้ว กระผม/อาตมภาพต้องนั่งส่งงานรออยู่ครู่ใหญ่ กว่าที่ทุกคนจะมาพร้อมเพรียงกัน แล้วก็เดินทางไปยังวัดเวฬุวันที่อยู่ห่างออกไปนิดเดียวเท่านั้น เมื่อไปถึงแล้วไม่มีที่จอดรถ ทุกคนต้องรีบแห่ลงไปข้างล่าง เมื่อ "คุณวิชาญ" มัคคุเทศก์ท้องถิ่นไปจ่ายค่าตั๋วให้แล้ว เขาก็เปิดช่องพิเศษให้พวกเราเดินเข้าไปข้างใน
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 16-12-2025 เมื่อ 02:08
|