ชั้นที่ ๒ นั้นเป็นเตาเผา ซึ่งใช้อุณหภูมิต่ำสุดที่ ๘๐๐ องศาเซลเซียส ยกเว้นว่าถ้าเป็น "สโตนเซรามิค" ก็จะใช้อุณหภูมิมากกว่านั้น ก็คือประมาณ ๑,๓๐๐ องศาเซลเซียส เป็นต้น
ส่วนชั้นที่ ๓ นั้นเป็นการลงสีเขียนลาย ซึ่งลายทั้งหลายเหล่านี้เมื่อเผาแล้ว ก็จะออกมาเป็นลายสีน้ำเงินขาวที่เรียกกันว่า "ลายคราม"
ช่างแต่ละคนที่ลงสีลงลายนั้น ล้วนแล้วแต่เขียนด้วยความชำนาญ ประดุจดังเครื่องจักรก็ไม่ปาน เมื่อถามอายุงานแล้วก็ต้องตกใจ เพราะว่าหลายคนทำงานมา ๒๐ กว่า ๓๐ ปีในหน้าที่เหล่านี้ ถึงได้ชำนาญชนิดยกพู่กันลากปราด ๆ ไปได้เลย ไม่ต้องลงเส้นลงลายอะไรล่วงหน้า เป็นสิ่งที่ดูแล้วน่าอัศจรรย์มาก ๆ
จนกระทั่งพระเดชพระคุณพระพรหมเสนาบดี (พิมพ์ ญาณวีโร ป.ธ. ๗) ที่ปรึกษามหาเถรสมาคม รองประธานอำนวยการโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ด้วยหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา (หมู่บ้านรักษาศีล ๕) ดูแล้วประทับใจ จึงได้สั่งหม้อน้ำมนต์จำนวน ๓๕๐ ใบ เพื่อที่จะนำไปเป็นของที่ระลึก ถวายพระเถระที่มาร่วมงานวันเกิด ๘๐ ปีของท่านในเดือนกันยายนนี้ เมื่อกำชับแล้วกำชับอีกว่าสามารถที่จะผลิตได้ทันเวลา พวกเราจึงได้รับของที่ระลึกแล้วจากมาด้วยความพอใจ
เพียงแต่ว่ากระผม/อาตมภาพนั้นไม่กล้าหยิบของมามาแม้แต่ชิ้นเดียว ทั้งที่เจ้าของบอกว่าต้องการชิ้นไหนให้หยิบเอาได้เลย เนื่องเพราะว่าพระของเรานั้นไม่ใช่จะไปหยิบของญาติโยมส่งเดชได้ ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเขาจะมีการหวงอะไรทีหลังหรือเปล่า ? ถ้าหากว่าได้รับอนุญาตแล้วหยิบส่งเดช ไปเจอสิ่งที่เขาหวงขึ้นมา อาจจะซวยไม่รู้จบ..!
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : เมื่อวานนี้ เมื่อ 08:52
|