ต้องไปดูในธรรมบท นางปติปูชิกาจุติจากความเป็นนางฟ้า ไปเกิดในโลกมนุษย์ โตขึ้นมา อายุ ๑๖ ปีก็แต่งงาน มีลูก ป่วยตายตอนอายุประมาณ ๕๐ ปี ด้วยความที่หลุดจากความเป็นนางฟ้า แล้วเกิดเป็นคนเลย ไม่ผ่านชาติอื่นคั่นอยู่ ก็เลยยังจำได้ว่า ตัวเองเป็นบาทบริจาริกาของมาลาภารีเทพบุตร
ดังนั้น..เวลาทำบุญก็จะอธิษฐานว่า "ขอให้ได้กลับไปอยู่กับสำนักของสามี" นี่คนฉลาดเขาอธิษฐานกันนะ อธิษฐานแล้วบ้านไม่แตก ประมาณว่าอธิษฐานดัง ๆ "เจ้าประคุณณณ..การทำบุญครั้งนี้ ขอให้ได้ไปเกิดกับผัวเก่าอีกทีเถิด" ผัวก็คงนั่งยิ้มกริ่มเลย..ใช่ไหม ? ที่ไหนได้..คนละผัวกัน..!
พอตายแล้ว ด้วยความที่กำลังใจมุ่งมั่น ก็เลยกลับไปเกิดที่เดิม ปรากฏว่ามาลาภารีเทพบุตรพาบาทบริจาริกาเที่ยวสวนอยู่ตั้งแต่เช้ายันเพล หันกลับมา "อ้าว..นางปติปูชิกาหายไปไหนมาครึ่งวัน ?" นางปติปูชิกาก็เล่าให้ฟังว่า จุติหมดอายุจากความเป็นนางฟ้า ลงไปเกิดเป็นมนุษย์ แต่งงาน มีลูก ป่วยตายตอนอายุประมาณ ๕๐ ปี มาลาภารีเทพบุตรตกใจมาก "นี่อายุมนุษย์สั้นขนาดนี้เลยหรือ ?" ก็คือมีอายุแค่ครึ่งวันของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์..!
อายุเทวดาชั้นต่ำสุดคือจตุมหาราช ๑ วันเท่ากับ ๕๐ ปีมนุษย์ ชั้นดาวดึงส์ ๑ วันเท่ากับ ๑๐๐ ปีของมนุษย์ คราวนี้มาลาภารีเทพบุตรอยู่ชั้นดาวดึงส์ เมียตายไปเกิดในโลกมนุษย์ จนอายุ ๕๐ ปี แล้วกลับมาเกิดใหม่ที่ดาวดึงส์ ซึ่งเวลาเพิ่งผ่านไปแค่ครึ่งวัน..! ท่านจึงถามต่อว่า "อายุของมนุษย์น้อยถึงเพียงนี้ ยังทรงความไม่ประมาทอยู่หรือเปล่า ?" นางปติปูชิกาบอกว่า "เต็มไปด้วยความประมาทเจ้าค่ะ ไม่ค่อยนิยมในการสร้างบุญสร้างกุศล เพลิดเพลินอยู่กับทรัพย์สมบัติโลก ๆ ของตนเอง"
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 26-08-2025 เมื่อ 04:38
|