ดังนั้น..ในแต่ละวันของเรา จึงต้องปรับตัวตามหน้างาน หรือว่าตามอารมณ์กระทบที่มาในแต่ละเวลา ทำอย่างไรจะรักษากำลังใจของเราให้นิ่ง ให้เย็น โดยที่ไม่หวั่นไหวไปกับ รัก โลภ โกรธ หลง ต่าง ๆ มีสติระลึกรู้อยู่เสมอว่า กิเลสกำลังจะชวนเราไปในด้านเสียหาย แล้วก็ทิ้งในส่วนที่ไม่ดี เลือกเอาเฉพาะในส่วนที่ดีกับกำลังใจของเรา
เรื่องพวกนี้สำหรับนักปฏิบัติธรรมในช่วงแรก ๆ จะไม่เข้าใจ ทุกคนก็ตีมั่วไปก่อน หัวร้างคางแตกบ้าง ถูกเป้าหมายบ้าง แต่เมื่อถูกเป้าหมายแล้วต้องรู้จักจดจำ ว่าทำไมถึงถูก ? แล้วทำตามวิธีแบบนั้นใหม่ ก็คือเราตั้งกำลังใจไว้อย่างไร ภาวนาอย่างไร วางกำลังใจในลักษณะอุเบกขาอย่างไร ทำมากน้อยเท่าไร ถึงได้เกิดผลแบบนั้น
เป็นเรื่องที่ต้องใช้ปัญญาเป็นอย่างสูง สติกับปัญญาถ้าไม่เพียงพอ ก็ต้องเพียรพยายามทำให้มากกว่านี้
โดยเฉพาะในส่วนของสมาธินั้น เรายิ่งทำ สติก็จะยิ่งแหลมคมว่องไว ปัญญาก็จะเกิดมาก จะเห็นช่องทางในการประคับประคองอารมณ์ใจของเราเอง ให้ยืนระยะอยู่ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในแต่ละครั้ง
ยิ่งรักษาอารมณ์ใจไว้ให้ทรงตัว โดยที่ไม่โดน รัก โลภ โกรธ หลง รบกวนได้นานเท่าไร เราก็จะยิ่งมีความชัดเจนแจ่มใสของดวงจิต และเห็นช่องทางในการ "ไปต่อ" ได้มากเท่านั้น
สำหรับตอนนี้ก็ตั้งใจในการภาวนาพระคาถาเงินล้านของเราได้แล้ว
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-08-2025 เมื่อ 00:52
|