การทำผิดยังมีอีกประเภทหนึ่งก็คือ ทำถูกแต่ผิด อย่างเช่นว่าทรงฌาน ทรงสมาบัติได้ แล้วยินดีพอใจอยู่แค่นั้น ไม่หาความก้าวหน้าใด ๆ ต่อไป
พระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีฯ ท่านถึงได้บอกว่า "บุคคลที่สร้างบารมีไว้ดี ย่อมพบเจอครูบาอาจารย์ที่ดี" ถ้าหากว่าสร้างบารมีมาไม่ดี อาตมภาพไม่ยกตัวอย่างใคร นอกจากคุณน้าคนโตของตัวเอง เพราะว่าครั้งแรกที่คุณน้าไปวัด ก็คือพรรคพวกเพื่อนฝูงชวนกันไปทำบุญที่วัดดอยนางแล จังหวัดเชียงราย ไปไกลขนาดนั้น..! ไปทำบุญกับท่านอาจารย์นิกร วัดดอยนางแล
เมื่อเกิดเรื่องอื้อฉาวขึ้นมา ท่านก็เปลี่ยนที่ไปทำบุญกับท่านอาจารย์ยันตระ วัดสุญญตาราม พอท่านอาจารย์ยันตระหนีเตลิดเปิดเปิงไปต่างประเทศ ท่านก็ไปทำบุญกับหลวงพ่อภาวนาพุทโธ วัดสามพราน คนเราอะไรจะถูกหวยได้สามรอบติด ๆ กัน..!
เขาถึงได้บอกว่า "ถ้าเราเจอครูบาอาจารย์ที่นำผิดสอนผิด อาจจะเสียโอกาสในชีวิตไปเลย" เนื่องเพราะว่าบางท่านอาจจะเป็นมิจฉาทิฏฐิ แบบใครสักคนที่ชื่อ "ไอ้เต่า" เขาบอกว่า "พระบวชมาไม่หมดกิเลส แล้วบวชมาทำไม ? พระควรที่จะหยุดบอกบุญ เรี่ยไร ก่อสร้าง ต่าง ๆ ได้แล้ว เพราะส่อว่าจะทุจริต" คนนี้น่าจะบรรลุธรรมระดับสูงแล้ว..!
ถ้าหากว่าเป็นมิจฉาทิฏฐิลักษณะนี้จะน่าสงสารมาก เพราะคำว่าทิฏฐิคือความเห็น คือความคิด คือวิสัยทัศน์ในการดำเนินชีวิตของตนเอง ถ้าเป็นบุคคลประเภท "ไอ้เต่า" ก็จะอยู่ในลักษณะที่ว่าชาตินี้เอาดีไม่ได้แน่นอน เพราะในความรู้สึกของเขานั้น พระเณรไม่มีดีแม้แต่รูปเดียว มีแต่เขาดีอยู่คนเดียว พอแล้ว..การตำหนิด่าว่าคนอื่นเป็นสิ่งไม่ดี..!
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 22-08-2025 เมื่อ 02:37
|