แบบเดียวกับที่อาตมภาพเห็นพระใหม่ยังจำหน้าไม่ได้เลย ถามว่า "คุณบวชมานานเท่าไร ?" ท่านบอกว่า "สามพรรษาแล้วครับ" อาตมาก็ "เฮ้ย..เยอะขนาดนั้นเลยหรือ ? ตกลงบวชเดือนไหน ?" ไล่ไปไล่มา บวชได้เก้าเดือน สรุปว่าท่านบอกว่า "หนึ่งพรรษาก็คือสามเดือน" อาตมาเลยบอกไปว่า "เอ็งจำไว้เลยว่าของพระ หนึ่งพรรษาก็คือหนึ่งปี" ไม่ใช่เก้าเดือนแล้วนับเป็นสามพรรษา..!
คราวนี้การที่แจ้งวันเวลาไว้ก็เพื่อเตือนสติชาวพุทธของเรา ว่าอย่ามัวแต่ไปสนใจเรื่องภายนอก อะไรที่พอทำได้ก็ทำไป อะไรที่เกินกำลังก็ปล่อยวางบ้าง ไม่อย่างนั้นแล้วเราจะมีเวลาไม่พอที่จะสร้างความดีใส่ตัว อาตมาเจอมาด้วยตัวเอง
อาตมภาพ "โยม ไม่ไปวัดทำบุญบ้างเล่า ?"
โยม "โอ๊ย เดี๋ยวรออายุมากกว่านี้หน่อยเจ้าค่า"
อาตมภาพ "โยม เมื่อไรจะเข้าวัดสักที ?"
โยม "ลูกยังเล็กอยู่เจ้าค่ะ"
อาตมภาพ "โยม..ลูกโตแล้ว เมื่อไรจะเข้าวัดสักที ?"
โยม "อ๋อ..กำลังเลี้ยงหลานเจ้าค่ะ"
กูจะบ้า..! มึงไม่ต้องเข้าวัดหรอก เดี๋ยวเขาหามมึงเข้าเองแหละ..! พระจะไปชักบังสุกุลอนิจจา วะตะ สังขาราฯ ให้..!
นั่นคือลักษณะของผู้ประมาท ที่โบราณเขาบอกว่า "ปลูกเรือนใกล้ท่า ไม่มีน้ำจะกิน" ปลูกบ้านอยู่ริมน้ำแท้ ๆ แต่ไม่มีน้ำจะกิน เพราะไม่ยอมเดินไปท่าน้ำ ปลูกบ้านอยู่ข้างวัดแต่ไม่เข้าวัด ฟังแล้ว "น้ำตาจิไหล" ไหม..?
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 20-08-2025 เมื่อ 17:29
|