กระผม/อาตมภาพนั้นก็สงสารประเทศชาติของเราในปัจจุบันนี้ เนื่องเพราะว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งควรที่จะมีความรู้รอบรู้จริงในเรื่องต่าง ๆ แต่ปรากฏว่าแต่ละท่านแสดงความเห็นออกมาแล้ว โดน "ทัวร์ลง" กระหน่ำอย่างชนิดที่เรียกว่าไม่เป็นผู้เป็นคน แต่ก็ไม่เห็นเขาเหล่านั้นจะเข็ดจะกลัว ถ้าไม่ใช่เพราะรับงานมา ก็อาจจะปัญญาน้อย จนไม่เห็นว่าสิ่งที่ตัวเองพูดหรือทำนั้น เป็นทุกข์เป็นโทษแก่ผู้อื่น และทำให้ประเทศชาติของเราเสียหายอย่างไร
จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า ต่อให้ท่านทั้งหลายย้ายพรรค เปลี่ยนพรรค เปลี่ยนชื่อไปสักเท่าไรก็ตาม ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงแนวคิดและพฤติกรรมที่เป็นอันตรายต่อประเทศชาติอย่างนี้อีก คาดว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าท่านอาจจะถึงกับสูญพันธ์ุก็เป็นไปได้..!
เราท่านทั้งหลายถ้าหากตั้งใจจะช่วยเหลือประเทศชาติของเรา อันดับแรกเลย ให้ปฏิบัติตนอยู่ในศีลในธรรมและกฎหมายบ้านเมืองก็เพียงพอแล้ว ถ้าหากว่าทุกคนอยู่ในศีลในธรรม ไม่ละเมิดในสิทธิของผู้อื่น รักษากฎหมายบ้านเมือง ไม่ล่วงละเมิดกฎหมายแล้ว ประเทศชาติของเราก็จะสงบสุขโดยอัตโนมัติ
องค์ในหลวงก็ไม่ต้องเหนื่อยยากในการที่จะมาประสานสามัคคีให้พวกเรารักกัน เพราะว่าทุกคนรู้สิทธิและหน้าที่ของตน และปฏิบัติตามได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่เห็นว่าเป็นสิทธิของตน แต่จะไปละเมิดสิทธิของผู้อื่นเท่าไรเราไม่สนใจ ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่าท่านทั้งหลายขาดทั้งธรรม ทั้งวินัย และละเมิดกฎหมายบ้านเมือง พูดง่าย ๆ ว่าเป็นบุคคลที่ไม่รู้กาลเทศะ
จะทำสิ่งหนึ่งประการใดในสมัยนี้ สื่อโซเชียลสามารถที่จะส่งเรื่องออกไปทั่วโลกได้เร็วมาก สิ่งที่ท่านทำก็จะโดนตราเอาไว้เป็นประวัติของตนเอง แต่ว่าถ้าหากว่าเราไม่หน้าด้านใจดำ ก็เป็นนักการเมืองที่ดีไม่ได้ ฟังแล้วกระผม/อาตมภาพเองก็ออกอาการ "น้ำตาจิไหล" ว่า นักการเมืองในบ้านเราเมืองเราจะหาดีไม่ได้อย่างที่เขาว่าจริง ๆ หรือ ?
ถ้าอย่างนั้นบุคคลที่น่าสงสารที่สุดก็จะกลายเป็นองค์ในหลวง ที่แบ่งสรรพระราชอำนาจออกไปแล้ว ผู้อื่นนำไปใช้โดยที่ขาดความระมัดระวัง ขาดความยำเกรงในพระราชอำนาจ ทำให้ประเทศชาติสับสนวุ่นวาย แล้วในขณะเดียวกัน พระองค์ท่านก็ยังต้องเสียเวลาลงมาแก้ไข ในเรื่องที่คนอื่นเขาทำเละเทะเอาไว้อีกต่างหาก พูดง่าย ๆ แบบหยาบ ๆ ก็คืออนุญาตให้คนอื่นขี้ แล้วพระองค์ท่านก็ต้องไปตามเช็ดตามล้าง กลายเป็นภาระหนักสำหรับผู้ที่ต้องรับผิดชอบประเทศชาติทั้งประเทศ
แม้ว่าแบ่งสันปันส่วนพระราชอำนาจออกไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรัฐสภาก็ดี วุฒิสภาก็ดี ทางด้านศาลตุลาการก็ตาม แต่ว่าการใช้อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการนั้น ในปัจจุบันนี้เขาไม่ค่อยจะรักษาชื่อเสียงวงศ์ตระกูล พูดง่าย ๆ ว่าไม่รักวงศ์ตระกูลยังไม่พอ ยังไม่รักหน้าตัวเองอีกต่างหาก สิ่งต่าง ๆ ที่ทำจึงมีแต่จะสร้างความเสียหายให้กับตนเองและครอบครัว ตลอดจนกระทั่งท้ายที่สุด ที่เสียหายหนักที่สุดก็คือประเทศชาติของเรา
ก็ได้แต่เอาใจช่วยว่าขอให้ทุกคน มีสติจากบุญเก่าที่หนุนเสริมเข้ามาได้ทันเวลา แล้วช่วยกันประคับประคองรักษาประเทศชาติบ้านเมืองของเรา ให้มั่นคงถาวรสืบไป เพื่อที่พระพุทธศาสนาจะได้มีที่ประดิษฐานอย่างมั่นคง ประชาชนจะได้มีหลักใจ ในการที่จะนำพาตนเองให้พ้นจากกองทุกข์ได้ สมกับที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ตั้งพระราชประสงค์เอาไว้
สำหรับวันนี้ ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้
พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันเสาร์ที่ ๒๗ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๗
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
__________________
........................
เกิดมาทั้งที เอาดีให้ได้ ตายไปทั้งที ฝากดีเอาไว้ อยู่ให้เขาเกรงใจ ไปให้เขาคิดถึง
จะเช มัตตา สุขังธีโร ปัญญาชน พึงสละสุขส่วนตน เพื่อสุขยิ่งใหญ่ของส่วนรวม
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 29-09-2024 เมื่อ 03:05
|