![]() |
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๙
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๙ |
วันนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ ๑๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ สถานการณ์สงครามทำให้ข้าวของบางอย่าง โดยเฉพาะเชื้อเพลิงขาดแคลน ความจริงจะว่าขาดก็ไม่ใช่ เพียงแต่ว่าทุกคนอยู่ในอาการ "กลัว" ว่าข้าวของจะไม่เพียงพอใช้งาน จึงได้แห่กันไปเติมในลักษณะตุนเอาไว้ ซึ่งการตุนน้ำมันนั้น ทุกท่านก็จะเห็นว่ากระผม/อาตมภาพเก็บมาตั้งแต่ ๓ ปีที่แล้ว ไม่ใช่มาตุนกันตอนที่เกิดเรื่องเกิดราวแบบนี้ และที่สำคัญที่สุดก็คือต้องระมัดระวังฟืนไฟให้ดี อย่าคิดว่าเป็นน้ำมันดีเซล
สมัยที่กระผม/อาตมภาพยังเป็นวัยรุ่นอยู่ ทำงานอยู่ในโรงงานไทย-ญี่ปุ่นเมทัลอุตสาหกรรม รุ่นพี่เขาดีดก้นบุหรี่ลงไปในน้ำมันดีเซลแล้วดับให้ดูต่อหน้าต่อตา กระผม/อาตมภาพยังเห็นว่าลูกพี่เขาไม่รู้จักตาย..! น้ำมันดีเซลถ้าไม่โดนความร้อนก็ไม่เป็นไร ไม่ไวไฟ แต่ถ้าหากว่ามีความร้อนอย่างเช่นว่าแดดจัด ๆ จะระเหยเป็นไอ ตอนนั้นถ้าดีดก้นบุหรี่ลงไปก็เตรียมตัวตายได้แล้ว เพราะว่าจะติดไฟไวพอ ๆ กับเบนซินเลย..! ดังนั้น..ถ้าหากว่าใครเก็บน้ำมันดีเซลเอาไว้ ต้องระมัดระวังพอ ๆ กับเบนซิน โดยเฉพาะพวกที่มีอยู่ครึ่งถังครึ่งแกลอน เพราะว่าด้านบนก็คือส่วนที่เป็นไอระเหย พร้อมที่จะติดไฟทันที เดี๋ยวจะกลายเป็นเผาบ้านตัวเอง..! ในเรื่องของน้ำมันนั้น ประเทศไทยของเรามีสำรองอยู่ประมาณ ๓ เดือน ไม่ต้องไปกลัวขาดแคลนถึงขนาดรุมกันเติมแบบนั้น โดยเฉพาะถ้าหากว่าเติมน้ำมันเบนซิน ๙๕ อย่างกระผม/อาตมภาพ ซึ่งวันนี้เข้าปั๊มไป เห็นเขาแห่กันไปต่อคิวเติมน้ำมันดีเซล ถามถึงเบนซิน ๙๕ เจ้าของปั๊มบอกว่า "เติมได้เต็มที่เลยครับ" เพราะว่าไม่ค่อยมีใครใช้มาตั้งแต่แรกแล้ว เพราะว่าราคาแพง..! ส่วนในเรื่องของการที่แห่กันไปเติมน้ำมันนั้น สาเหตุหลักก็เพราะว่าต่างจังหวัดของเราใช้รถกระบะเป็นรถสารพัดประโยชน์ ก็คือใช้ทุกงาน ไม่ใช่แค่การบรรทุก แล้วรถกระบะร้อยละ ๙๙ ก็ใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง แต่คราวนี้โรงกลั่นบ้านเรานั้น อาจจะเป็นเพราะว่าน้ำมันคุณภาพดีเกินไป ถึงเวลากลั่นน้ำมันออกมาจะเป็นเบนซินประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นดีเซลแค่ประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่การใช้น้ำมันในบ้านเรานั้นบ้ามาก ก็คือใช้ดีเซลถึง ๗๐ - ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ใช้เบนซินแค่ ๒๐ - ๓๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น กลายเป็นกลับข้างกัน จึงทำให้บ้านเราต้องส่งน้ำมันไปขายต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นน้ำมันเบนซิน เพราะว่าเกินความต้องการในประเทศตัวเอง |
คราวนี้ที่มาพูดถึงเรื่องนี้ ก็เพราะว่าในเรื่องของการเติมน้ำมันนั้น มั่นใจว่าภายใน ๓ เดือนนี้ยังมีน้ำมันให้เติมได้ แล้วถ้าหากว่าบ้านเราได้รับน้ำมันสำรองจากต่างประเทศเข้ามาทัน ก็จะไม่ขาดแคลน เพียงแต่ว่าต้องนึกถึงราคาที่ขึ้นไปด้วย ก็คือมีน้ำมัน..แต่คุณมีเงินเติมหรือเปล่า ? ไม่ใช่ว่ากลัวว่าน้ำมันไม่มีแล้วแห่กันไปเติม แต่ได้โปรดกลัวว่าจะมีเงินเติมน้ำมันหรือเปล่า ? เนื่องเพราะว่าของทุกอย่างจะขึ้นราคาไปเรื่อย แล้วในส่วนสำคัญที่สุดก็คืออาหารการกิน
ขอบอกอีกครั้งว่าถึงแม้ทุกคนจะเริ่มตอนนี้ แต่ก็ยังไม่ช้าจนเกินไป โดยเฉพาะการเพาะถั่วงอก เราต้องการเวลาแค่คืนเดียว ดันทำไม่เป็นอีก..ฟังแล้วกูจะบ้า..! ส่วนการปลูกผักปลูกหญ้าอื่น ๆ นั้น ๒ อาทิตย์ก็พอกินได้แล้ว แต่ถ้าเอาแน่นอนก็ ๓ - ๔ อาทิตย์ เพราะว่าพืชผักนั้นโตเร็วมาก พูดง่าย ๆ ก็คือพยายาม "เซฟ" เงินสดของเราให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เราต้องเผื่อว่าภาวะสงครามจะยืดเยื้อไปมากกว่านี้อย่างหนึ่ง และเกิดการใช้อาวุธนิวเคลียร์อีกอย่างหนึ่ง เพียงแต่ว่าพรรคพวกเพื่อนฝูงบางท่านของกระผม/อาตมภาพก็ "ติดลม" ทั้ง ๆ ที่บอกว่าภายใน ๕ ปีนี้ อย่าได้ทำอะไรที่เป็นโครงการใหญ่ ต้องใช้เงินมาก แต่ก็ไม่เชื่อและลงมือไปแล้ว นั่นก็ต้องแล้วแต่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ในเรื่องของหอพักหญิงนักเรียนบ้านไกลของโรงเรียนทองผาภูมิวิทยา ตลอดจนกระทั่งห้องน้ำที่สร้างเพิ่มขึ้นมานั้น กระผม/อาตมภาพมอบงบประมาณทั้งหมดให้กับทางโรงเรียนไปแล้ว และได้ผู้รับเหมาที่ประมูลกันโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์มาทำงานแล้ว จึงไม่ต้องกลัวว่าจะไม่สำเร็จ เพียงแต่มากลัวตรงที่ว่า เมื่อถึงเวลาเด็กนักเรียนพักกันเป็นร้อย ๆ คน เรื่องอาหารการกินก็คงจะเดือดร้อนถึงวัดท่าขนุนอีกตามเคย..! ดังนั้น..ในส่วนของพระภิกษุสามเณรของเรายังไม่น่าห่วง เนื่องเพราะว่าทองผาภูมิของเรา พี่น้องมอญพม่าของเราส่วนใหญ่เกิน ๘๐ - ๙๐ เปอร์เซ็นต์ที่ใส่บาตรต่อเนื่องทุกวัน สถานการณ์ย่ำแย่อย่างไรก็ไม่ขาดการทำบุญ พวกเราจึงอยู่ได้แน่นอน แต่ว่าควรจะช่วยประหยัดเรื่องน้ำเรื่องไฟแทน โดยเฉพาะในเรื่องของน้ำ อย่าไปใช้ล้างใช้ผลาญเหมือนเดิม ทุกท่านไม่ได้เห็นว่ากระผม/อาตมภาพใช้น้ำทีหนึ่งไม่เกิน ๓ ขัน ส่วนใหญ่ก็แค่ล้างหน้าเท่านั้น น้ำท่าไม่ค่อยได้อาบกับใคร แต่ว่าไม่ได้ขอให้ทุกท่านเลียนแบบและทำตาม เพราะว่าแต่ละคนร่างกายไม่เหมือนกัน จะเป็นประเภท "จิตใจสะอาดแล้วไม่ต้องอาบน้ำก็ได้" อย่างกระผม/อาตมภาพก็หายากหน่อย ก็คือเรื่องที่เขาพูดเล่นกันแต่ดันกลายเป็นเรื่องจริง ก็คือไม่ค่อยจะได้สรงน้ำกับใคร เนื่องเพราะว่าเป็นคนผิวแห้ง ถ้าหากว่าสรงน้ำก็จะยิ่งคันมากขึ้น กลายเป็นประพฤติปฏิบัติจนกระทั่งเป็นความเคยชินไปแล้ว..! |
ของพวกเราที่ให้ช่วยประหยัดนั้น ไม่ได้ประหยัดเพื่อวัด กองทุนของวัดที่มีอยู่ ยังพอที่จะอาศัยได้แน่นอนภายใน ๕ ปีนี้ เพียงแต่ว่าช่วยกันประหยัดเผื่อให้กับญาติโยมทั้งหลายด้วย ก็แบบเดียวกับถ้าหากว่าเรากินประหยัดขึ้นหน่อยหนึ่ง ข้าวปลาอาหารก็จะมีส่วนเหลือให้กับคนอื่นมากขึ้น เป็นต้น ในสายตาของเราอาจจะมองไม่เห็นตรงนี้ แต่ลองนึกว่าถ้าหากว่าญาติโยมทั้งประเทศ ประหยัดข้าวกันคนละคำ อาหารก็เหลือจนสามารถเลี้ยงคนได้เป็นหมื่นเป็นแสนคน..!
เพียงแต่ว่าเรื่องพวกนี้ต้องทำจนกระทั่งเคยชิน ไม่ใช่มาเร่งทำกันตอนช่วงนี้ หรือถ้าหากว่าจะทำแบบกระผม/อาตมภาพก็คือ หลังเพลแล้วไม่ฉันน้ำปานะอะไรเลยนอกจากน้ำเปล่า ก็น่าจะประหยัดขึ้นไปอีกมาก แต่บรรดาร้านขายน้ำปั่นก็น่าจะหาลูกค้าได้ยากขึ้น..! ถึงเวลาที่ต้องเมตตาตัวเอง ไม่ต้องไปเมตตาคนอื่น ลดพวกของหวานพวกอะไรลงไปเท่าไร ก็มีแต่จะดีกับสุขภาพของตนเองเท่านั้น ส่วนในเรื่องของสถานการณ์โลกนั้นก็ปล่อยเขาไป ใครอยากทำตัวเป็นนักเลงโต ถึงเวลาไปยุ่งกับคนบ้า ตอนนี้ก็รู้แล้วว่าคนบ้านั้นเป็นอย่างไร ?! โดยเฉพาะคนบ้าที่มีเงิน แต่ความจริงแล้วนักเลงโตก็บ้าพออยู่แล้ว ต้องบอกว่าดันไปเอาไฟเผาบ้านตัวเอง เนื่องเพราะว่าส่วนกระทบก็คือประชาชนของประเทศตัวเองที่รับไปเต็ม ๆ..! ส่วนที่พวกเราจะทิ้งไม่ได้เลยก็คือการภาวนา โดยเฉพาะการภาวนาพระคาถาเงินล้าน ใครที่ยังทำแบบเล่น ๆ ก็ทำจริงทำจังได้แล้ว พยายามตรวจสอบกำลังใจของตนเอง ก็คืออย่าภาวนาเพราะว่าโลภ หากแต่ให้ภาวนาแทนคำภาวนาอื่น โดยระลึกว่าพระคาถานี้องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และหลวงปู่หลวงพ่อท่านให้มา ก็คือโยงจิตของตนเองให้อยู่กับพุทธานุสติ สังฆานุสติ หรือถ้าหากว่าจะทำให้ได้ผลมาก ก็ยกจิตขึ้นไปภาวนาบนพระนิพพาน สภาพจิตที่ไม่รัก ไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง จะทำให้คาถานั้นมีผลมากขึ้น และส่งผลได้เร็วขึ้น ต่อให้ไม่ร่ำรวยทันตา เพราะพื้นฐานทานบารมีของเรามีน้อย แต่ว่าอย่างน้อยในช่วงสถานการณ์ที่โลกฝืดเคืองแบบนี้ เราก็จะสามารถถูไถผ่านไปได้ โดยที่ไม่ต้องยากลำบากมากนัก สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้ พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร. เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๑๖ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย) |
| เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 00:21 |
ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน
เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.