กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กระดานสนทนาวัดท่าขนุน (https://www.watthakhanun.com/webboard/index.php)
-   เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนมีนาคม ๒๕๖๙ (https://www.watthakhanun.com/webboard/forumdisplay.php?f=174)
-   -   เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๙ (https://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=11537)

ตัวเล็ก 11-03-2026 19:47

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๙
 
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพุธที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๙



เถรี 12-03-2026 00:40

วันนี้ตรงกับวันพุธที่ ๑๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ตอนนี้ภาวะสงครามเริ่มมีผลกระทบกับบ้านเรา คือ "เรือสินค้ามยุรีนารี" ที่ติดธงไทย โดนโจมตีที่ช่องแคบฮอร์มุซ ยังโชคดีที่ว่าลูกเรือปลอดภัย ความจริงถ้าเป็นไปได้ กระผม/อาตมภาพอยากจะขนวัตถุมงคลไปไล่แจกทุกคนเสียด้วยซ้ำไป..!

เนื่องเพราะว่าในช่วงที่อิสราเอลโจมตีฉนวนกาซ่าใหม่ ๆ มีคนไทยรอดมาได้ แล้วบอกว่าพกวัตถุมงคลของวัดท่าขนุนอยู่ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่กระผม/อาตมภาพขอกับพระท่านไว้ก็คือว่า ถ้าหากว่าจำเป็นต้องสูญเสีย ก็ให้เสียทรัพย์สิน แต่อย่าให้เสียชีวิต เนื่องเพราะว่าถ้ายังมีชีวิตอยู่ เราสามารถที่จะหาสิ่งของอื่น ๆ ได้ใหม่ เพราะว่าบางอย่างถ้าเป็นวาระของกรรมเราก็ฝืนไม่ได้

ในเรื่องของวัตถุมงคล นอกจากเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ให้ระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์แล้ว ของแถมก็คือช่วยผ่อนเคราะห์กรรมต่าง ๆ จากหนักให้เป็นเบา จากเบาให้เป็นหาย ซึ่งเรื่องพวกนี้ ต้องมีประสบการณ์ถึงจะทำให้เรามั่นใจมากขึ้น แต่ด้วยความที่ว่ากระผม/อาตมภาพไม่คบหาสมาคมกับทางตลาดพระเลย ดังนั้น..ประสบการณ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับวัตถุมงคลจึงเป็นที่รู้กันในวงแคบ ไม่มีใครไป "ปั่นข่าว" เพื่อจำหน่ายวัตถุมงคล นอกจากบางรายที่นำประสบการณ์มาลงในเว็บไซต์วัดท่าขนุน ซึ่งก็เป็นส่วนน้อย

เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าอันดับแรกเลย ตั้งแต่สมัยครูบาอาจารย์ ก็คือหลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุง ตอนนั้นท่านสั่งทำพระปิดตา ซึ่งเรียกกันเป็นการภายในว่า "ปิดตา ตชด." หลังจากที่เขาเอามาส่งแล้ว หลวงพ่อบอกว่าไม่ต้องเอาเข้าพิธี ให้เก็บไปเลย..!

เมื่อสงสัยแล้วกราบเรียนถาม ท่านบอกว่าทางโรงงานพิมพ์เกินไปเป็นเท่าตัว..! ถ้าของเราออกจำหน่ายเมื่อไร เขาจะออกจำหน่ายตามมาทันที แต่ด้วยความที่ของเขาไม่ได้เอาเข้าพิธี จึงเป็นเรื่องที่จะพาให้คนที่นำไปใช้แล้ว ถ้าไม่ได้ผลแถมยังเดือดร้อนอีก บุคคลที่จะโดนด่าก็คือหลวงพ่อนั่นเอง..!

แม้กระทั่งล่าสุด วัตถุมงคล ๒ รุ่นก็คือ พระสมเด็จคำข้าว กับ พระสมเด็จหางหมากของวัดท่าซุง ก็มีการทำปลอมกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน พูดง่าย ๆ ว่าอุตส่าห์ถอดพิมพ์ไป แต่ว่าก็ยังมีจุดให้สังเกตได้ เนื่องเพราะว่าเนื้อพระต่างกัน และขนาดพระเล็กกว่านิดหน่อย กระผม/อาตมภาพไปเจอในแผงพระ บอกเจ้าของแผงว่า "ให้เก็บไปเลย ไม่อย่างนั้นคุณนั่นแหละจะเสียชื่อ เพราะว่าเอาของปลอมมาจำหน่าย" เจ้าของบอกว่า "พี่เขยฝากมา จะไม่รับเขาก็จะหาว่าเราไม่มีน้ำใจ แต่ถ้าหลวงพ่อบอกแบบนี้ ผมจะได้มีข้ออ้างไปบอกเขาว่าเป็นของปลอม"

ส่วนของวัดท่าขนุนไม่ต้องห่วง ไปหาซื้อราคาถูก ๆ ในช็อปปี้หรือลาซาดาได้มากมาย ปลอมกันเกือบทุกรุ่น โดยเฉพาะถ้าเป็นเนื้อตะกั่วจะปลอมทันที เพราะว่าวัสดุราคาถูก พวกเราจะเห็นว่าระยะหลัง กระผม/อาตมภาพไม่ทำวัตถุมงคลเนื้อตะกั่ว ก็คือปิดทางหากินของเขาไปเลย ถ้าเอ็งอยากได้เงินก็ต้องลงทุนให้มากกว่านี้หน่อย..!

ขนาดพระสมเด็จองค์ปฐมเนื้อเขียวเหล็กไหล ฉลองอายุ ๖๐ ปีพระครูวิลาศกาญจนธรรม ทางวัดออกราคาองค์ละ ๒,๕๐๐ บาท ในช็อปปี้องค์ละ ๑๙๙ บาท แล้วก็ยังคนสิ้นสติไปซื้ออีก..! ไม่เคยคิดเลยว่าถ้าออกจากวัดราคาแพงขนาดนี้ เขาไปขายแค่ ๑๙๙ บาท จะเอากำไรมาจากไหน ?

เถรี 12-03-2026 00:45

เพียงแต่ว่าส่วนใหญ่แล้วพวกเราก็มักจะขาดวิจารณญาณ ถึงเวลาเกิดความอยากได้ขึ้นมา ปัญญาก็หายหมด..! กลายเป็นว่าไปซื้อของทำเลียนแบบ ซึ่งสมัยนี้มีการถอดบล็อกด้วยคอมพิวเตอร์ แม้ว่าจะได้ใกล้เคียงแต่ยังมีจุดให้สังเกตได้ เพียงแต่ว่าเราต้องมีความชำนาญด้วย

สำหรับแผ่นยันต์เกราะเพชรแผ่นใหญ่ เนื้ออลูมิเนียมที่ให้บูชาอยู่ จะตัดยอดวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๙ นี้ เหลือเท่าไรจะนำกลับมาจำหน่ายที่วัดท่าขนุน เนื่องเพราะว่าญาติโยมจำนวนหนึ่ง อุตส่าห์เดินทางไกลมาถึงวัดท่าขนุนเพื่อขอบูชา แต่ไม่มีให้เขา เนื่องเพราะญาติโยมส่วนมากคิดว่า การเปิดให้บูชาคือเปิดที่วัด แต่ของวัดท่าขนุนเราเปิดจองในเว็บไซต์มาโดยตลอด แล้วทุกคนต้องเข้าไปจองเหมือนกัน

แม้แต่กระผม/อาตมภาพเอง ถ้าอยากได้ก็ต้องเข้าไปจอง ก็ทันเขาบ้าง ไม่ทันเขาบ้าง ตามระเบียบ แล้วหลายท่านก็ไม่ค่อยจะอ่านกฎเกณฑ์กติกา ถึงเวลากลัวว่าจะไม่ได้ ก็ตั้งหน้าตั้งตาจองไปก่อน แต่กลายเป็นทำผิดกติกา ก็เลยไม่ได้อยู่ดี..!

ดังนั้น..ในช่วงที่ภาวะสงครามจะค่อย ๆ รุนแรงขึ้นไปเรื่อย จนกระทั่งท้ายที่สุด จะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตัดสินใจใช้อาวุธนิวเคลียร์ ถึงเวลานั้นก็จะยิ่งเดือดร้อนหนักเข้าไปอีก โดยเฉพาะประเทศที่อยู่ใกล้รัศมี ในส่วนของบ้านเรา ส่วนใหญ่สภาพอากาศก็พัดจากเหนือลงใต้ ถ้าหากว่ามีกัมมันตภาพรังสีมา ก็ต้องมาจากด้านเหนือของประเทศเรา ซึ่งก็คือประเทศจีน..! ก็แปลว่าโอกาสที่พวกเราจะถูกหวยนั้นมีอยู่ เพียงแต่ว่าในส่วนที่เรามองไม่เห็น พรหมเทวดาท่านตั้งท่ามาหลายสิบปีแล้ว ที่จะป้องกันตรงส่วนนี้ แต่ก็ไม่อยากให้ทุกคนประมาท

ถ้ามีวัตถุมงคลอะไรที่เรามั่นใจให้พกติดตัวไว้ และอาราธนาทุกวัน ถือเสียว่าระยะนี้เป็นการซักซ้อมกรรมฐานแบบเข้มข้นก็แล้วกัน แล้วก็อย่าเผลอขอแค่ตัวเอง ขอทั้งทีก็ขอให้คุ้มครองตัวเราและคนที่เรารักด้วย เนื่องเพราะว่าวัตถุมงคลนั้น จะว่าไปแล้วก็มีรัศมี ก็คือระยะในการคุ้มครองอยู่ ถ้าหากว่าพระ หรือพรหม หรือเทวดาท่านสงเคราะห์มาก ก็คุ้มครองรักษาได้ไกลหน่อย

แต่ถ้าหากว่าสงเคราะห์ทั่ว ๆ ไปก็อาจจะได้เฉพาะคนที่พกติดตัว
เพียงแต่ว่าเรื่องแบบนี้ไม่ต้องเสียเวลามาถาม ไม่ใช่เรื่องที่จะเอาไปบอกไปกล่าว เพราะแม้กระทั่งทางโลกเขาก็รับไม่ได้ อาจจะเป็นการโฆษณาเกินจริง แล้วก็คงจะโดน สคบ. เล่นงานเอาข้อหาโฆษณาเกินจริง เพราะว่าส่วนอื่นนั้นพิสูจน์ไม่ได้..!

เถรี 12-03-2026 00:47

ในส่วนของพระภิกษุสามเณรของเรา วัตรปฏิบัติต่าง ๆ ให้เร่งรัดมากขึ้น เนื่องเพราะว่าเราต้องเป็นที่พึ่งของญาติโยมเขา ลักษณะของการเป็นผู้นำคน ก็เหมือนกับหัวรถจักร ถ้าหากว่ามีตู้พ่วงมาก ก็ต้องใช้กำลังมาก มีตู้พ่วงน้อยก็ใช้กำลังน้อยลง แต่ก็ยังลำบากกว่าตนเองคนเดียว ในเมื่อต้องเป็นที่พึ่งของคนอื่น ก็ต้องเร่งรัดขัดเกลา สะสมกำลังของตนให้มากเพียงพอ ที่ญาติโยมเขาจะพึ่งพาอาศัยได้

อีกส่วนหนึ่งก็คือระยะนี้งานของวัดเราจะมีมากขึ้น ตั้งแต่โครงการธุดงค์ธรรมยาตราเฉลิมพระเกียรติ ๗๕ พรรษา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ช่วงวันที่ ๑๙ - ๓๐ มีนาคมนี้ ก็คืออีกไม่กี่วัน

อีกงานหนึ่งก็คืองานฝึกอบรมพระวิปัสสนาจารย์ของคณะสงฆ์ภาค ๑๔ ซึ่งวันนี้ ทางด้านพระมหาสุพิศ ธมฺมคุตฺโต ป.ธ. ๘ เลขานุการรักษาการเจ้าคณะภาค ๑๔ เพิ่งจะติดต่อมา ขอให้กระผม/อาตมภาพรับเป็นเจ้าภาพด้วย ก็จะอยู่ในวันที่ ๒๓ - ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๙ นี้ เดี๋ยวต้องรอหนังสือและตารางการอบรม ที่ออกมาอย่างแน่นอนเสียก่อน

เราในฐานะเจ้าภาพจะมีพระวิปัสสนาจารย์ของคณะสงฆ์ภาค ๑๔ อย่างน้อย ๘๐ รูปมาอบรมด้วย กระผม/อาตมภาพอาจจะขอแทรกพระวัดท่าขนุนของเราเข้าไปสัก ๑๐ รูปหรือ ๒๐ รูป เพื่อที่ถึงเวลาจะได้ประกาศนียบัตรพระวิปัสสนาจารย์ของคณะสงฆ์ภาค ๑๔ ถึงเวลาจะได้ใช้งานได้ เพราะว่ามีหนังสือรับรองให้แล้ว

ก็แปลว่างานจะมีแต่หนักขึ้น สภาวะของประเทศชาติและโลกก็ไม่ค่อยจะอำนวย แต่ก็ช่วยเหลือกันไป โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤษภาคม ข้าวของต่าง ๆ จะค่อย ๆ แพงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่คาดว่าภาระแค่นี้ วัดท่าขนุนของเรายังน่าจะแบกกันไหว

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันพุธที่ ๑๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 18:20


ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว