กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กระดานสนทนาวัดท่าขนุน (https://www.watthakhanun.com/webboard/index.php)
-   เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ (https://www.watthakhanun.com/webboard/forumdisplay.php?f=173)
-   -   เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ (https://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=11508)

พิชวัฒน์ 27-02-2026 18:14

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
 
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙



เถรี 28-02-2026 01:03

วันนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙ ทุกอย่างกลับคืนเข้าสู่สภาพเดิม หลังจากเจริญพระกรรมฐานและทำวัตรเช้าแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ออกบิณฑบาตตามปกติ ญาติโยมหลายรายแสดงความยินดีอย่างออกนอกหน้า ที่ได้เห็นเจ้าอาวาสวัดท่าขนุนมาบิณฑบาตอีกวาระหนึ่ง หลังจากที่หายหน้าหายตาไปญี่ปุ่นเสียหลายวัน..!

เรื่องพวกนี้ถ้าในเบื้องต้นก็ถือว่าเป็นอนุสติ คือการระลึกถึงพระสงฆ์เป็นสังฆานุสติ
แต่ถ้าหากว่าในเบื้องปลายกลายเป็นการยึดติด ถ้าหากว่าปล่อยไม่ได้วางไม่เป็น โอกาสที่จะเข้าถึงมรรคผลอย่างแท้จริงก็ไม่มี เนื่องเพราะว่าตราบใดที่เรายังยึดสิ่งหนึ่งประการใดอยู่ ตราบนั้นเราก็ไม่สามารถที่จะหลุดพ้นจากกองทุกข์เข้าสู่พระนิพพานได้..!

หลังจากที่กลับมาและฉันเช้าเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องออกไปที่ว่าการอำเภอทองผาภูมิ เพื่อขอคัดสำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประชาชนเป็นภาษาอังกฤษ เนื่องเพราะว่าการขอวีซ่าไปนิวซีแลนด์นั้น เอกสารทั้งหมดต้องทำเป็นภาษาอังกฤษ ยังโชคดีที่ทางที่ว่าการอำเภอทองผาภูมินั้น พร้อมที่จะบริการหลวงพ่อเล็กวัดท่าขนุนอย่างเต็มที่อยู่แล้ว จึงสามารถได้รับเอกสารมาภายในเวลาอันไม่นาน จากนั้นก็ยังต้องมีสเตทเม้นท์ ตลอดจนกระทั่งหนังสือรับรองบัญชีธนาคารของตน ว่ามียอดเงินอยู่เท่าไร ? และต้องทำเป็นภาษาอังกฤษอีกเช่นกัน

ครั้นได้มาแล้ว ก็ยังต้องมาทำหนังสือรับรองทั้งตนเองว่าเป็นใครมาจากไหนต่อสถานทูตนิวซีแลนด์ และก็ต้องทำหนังสือรับรองให้น้องเล็ก (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) ซึ่งทางคณะเจ้าภาพเชิญไปร่วมเดินทางด้วยอีกรายหนึ่ง ว่าเป็นใคร ? มาจากไหน ? มีตำแหน่งหน้าที่อย่างไรในวัดท่าขนุน ? กว่าที่เอกสารทุกอย่างจะเรียบร้อยก็ได้เวลาฉันเพลพอดี

หลังเพลมีเวลาพักอยู่ประมาณ ๓๐ นาที ก็ต้องวิ่งไปร่วมการประชุมพระสังฆาธิการ ในเขตปกครองคณะสงฆ์อำเภอทองผาภูมิ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ที่วัดปรังกาสี หมู่ที่ ๓ ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

เมื่อทำหน้าที่ประธานในการประชุมเสร็จสรรพเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องมาทำหน้าที่ประธานในการเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตภาวนา ถวายพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยนายอนุสรณ์ สง่าแสง นายอำเภอทองผาภูมิ ได้นำหัวหน้าส่วนราชการทั้งหมด มาร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน

เถรี 28-02-2026 01:11

ครั้นเสร็จจากงานตรงนั้นแล้ว กระผม/อาตมภาพพร้อมด้วยพระครูวรกาญจนโชติ, ดร. เจ้าคณะอำเภอทองผาภูมิ พระครูพิสุทธิ์กาญจนาภรณ์ เจ้าคณะตำบลท่าขนุนเขต ๑ เจ้าอาวาสวัดอู่ล่อง ก็ร่วมกันอธิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคล เพื่อแจกจ่ายให้แก่ญาติโยมในงานประจำปีวัดปรังกาสี ซึ่งได้ทำพิธีกันที่บริเวณลานธรรมพ่อปู่ภู่บะศรีสัตตนาคราช หรือเรียกง่าย ๆ ว่า "ลานหลวงพ่อนาคปรก" ซึ่งมีการสร้างพญานาคราชขึ้นมา ดูสวยงามเป็นอย่างยิ่ง แต่เนื่องจากว่าพญานาคนั้นอยู่คนละทิศกับหลวงพ่อนาคปรก ก็เลยไม่ได้ภภาพติดมาในเฟรมถ่ายรูปด้วย

เมื่ออธิษฐานจิตเสร็จสรรพเรียบร้อย ทำการพรมน้ำมนต์ให้แล้วก็ขอตัวลากลับ เนื่องเพราะว่าวันนี้ยังมีภารกิจต่อเนื่องอีก ก็คือการที่ต้องไปเป็นประธานในงานแสดงของบรรดาเด็กนักเรียนโรงเรียนต่าง ๆ ภายในงานทำบุญประจำปีปิดทองรอยพระพุทธบาทวัดท่าขนุน และทำบุญอุทิศถวายอดีต ๗ เจ้าเมืองหน้าด่านจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งวันนี้เริ่มงานเป็นวันแรกของบรรดา "ออร์แกไนซ์" ที่มารับจัดงานให้ จึงทำให้มีบรรดาเต็นท์ขายของแน่นขนัดไปหมด เนื่องเพราะว่าเขาจัดสถานที่และเวที ตลอดจนกระทั่งไฟประดับให้ฟรี เพียงแต่ขอสิทธิ์ในการตั้งเต็นท์ให้คนของเขาเข้ามาทำการจำหน่ายสินค้าเท่านั้น

ในเมื่อเป็นเช่นนั้น กระผม/อาตมภาพจึงต้องมาบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุนไว้ก่อน หลังจากนั้นแล้วจึงจะได้เดินทางออกไปยังลานธรรมสมเด็จองค์ปฐม ๒๑ ศอกหน้าวัด ซึ่งตอนนี้แน่นขนัดจนแทบจะหายใจไม่ได้ ยังสงสัยอยู่เหมือนกันว่าพิธีเปิดงานนั้น บรรดาขบวนแห่จะเดินเข้าทางด้านไหนกันแน่ ?

เนื่องเพราะว่าวันพรุ่งนี้นั้นจะมีการบวงสรวงเพื่อขออนุญาตจัดงานประจำปี ตลอดจนกระทั่งทำบุญอุทิศให้แก่อดีตเจ้าเมืองหน้าด่านทั้ง ๗ หัวเมือง แต่ว่าวันพิธีใหญ่ก็คือวันที่ ๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ซึ่งช่วงประมาณบ่าย ๓ โมง จะมีขบวนแห่เทิดเกียรติอดีต ๗ เจ้าเมืองหน้าด่าน ซึ่งจะเริ่มเดินออกจากสำนักงานเทศบาลตำบลทองผาภูมิไม่เกินบ่าย ๓ โมงครึ่ง

เมื่อแห่มาถึงบริเวณหน้าวัดท่าขนุนแล้ว ก็จะจัดขบวนเข้าไปให้ช่างภาพเขาถ่ายรูป จะได้รู้ว่าบรรดาพี่น้องชาติพันธุ์ต่าง ๆ นั้น มีใครมาร่วมขบวนบ้าง แต่คราวนี้จากการที่เห็นว่าเขาตั้งเต็นท์จนแน่นไปหมด เพื่อที่จะขายสิทธิ์ให้คนเข้ามาจำหน่ายสินค้าให้มากที่สุด ขบวนแห่ของเราจะเข้าทางไหนยังมองไม่เห็นเลย คงต้องไปแก้ไขเอาตามหน้างานทีหลัง

กระผม/อาตมภาพก็เพิ่งจะเคยทำเป็นครั้งแรก ในการที่มีออร์แกไนซ์มาจัดสถานที่ให้ โดยปกติทั่ว ๆ ไปก็ดำเนินการกันเองอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าค่าเช่าเวที ตลอดจนกระทั่งค่าไฟฟ้าแสงสว่างต่าง ๆ นั้น ราคาก็นับเป็นแสนบาททีเดียว..! แล้วยังต้องมีการเช่าเต็นท์ เพื่อให้บรรดาสภาวัฒนธรรมตำบล
ต่าง ๆ เอาสินค้าของตำบลตนเองมาออกร้านฟรี ตลอดจนกระทั่งเต็นท์ในการสาธิตสินค้าต่าง ๆ หรือว่าสาธิตในเรื่องของวัฒนธรรมด้านอาหารการกิน หรือว่าการทอผ้า เป็นต้น

เมื่อมีคนมาช่วยแบ่งเบาภาระให้ ตอนแรกก็ยังคิดว่าดี แต่มาบัดนี้เห็นชัดเจนแล้วว่าน่าจะก่อให้เกิดปัญหามากกว่า..! ก็ต้องขอลองดูก่อนสักปีหนึ่ง ถ้าหากว่าปีนี้ไม่เข้าท่า ปีหน้าเราก็จัดกันเองเหมือนเดิม..!

เถรี 28-02-2026 01:14

เพียงแต่ว่าพรุ่งนี้ในช่วงเช้ามืดนั้น กระผม/อาตมภาพน่าจะไม่ได้ออกบิณฑบาต เนื่องเพราะว่าจะต้องไปทำการบวงสรวงเปิดงานประจำปี สักการะหลวงพ่อตะเคียนทอง ให้กับท่านพระครูสุตกาญจนวัฒน์, ดร. เจ้าอาวาสวัดวังปะโท่ แล้วค่อยวิ่งกลับมาบวงสรวงขออนุญาตเปิดงานประจำปีที่วัดท่าขนุน

ต่อด้วยการสวดพระพุทธมนต์ และเลี้ยงพระถวายกุศลให้แก่บรรดาอดีตเจ้าเมืองทั้ง ๗ หัวเมือง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยขอให้ทางคณะชาวมอญ ซึ่งมีท่านอาจารย์กามเทพ มิ่งสำแดง เป็นผู้นำ มาทำการบวงสรวงและเข้าทรงอดีตเจ้าเมืองต่าง ๆ ด้วย แต่ว่าหลังจากที่ท่านอาจารย์กามเทพเสียชีวิตไปแล้ว บุคคลอื่นก็ไม่มีความสามารถในการที่จะติดต่อกับบรรดาสิ่งที่มองไม่เห็นได้คล่องตัวเหมือนท่านอาจารย์กามเทพ จึงต้องยกเลิกไปโดยปริยาย เหลือแต่การบวงสรวงบูชาพระ และขออนุญาตครูบาอาจารย์ เจ้าที่เจ้าทาง ในการจัดงานเท่านั้น

เพียงแต่ว่าความร่วมมือจากชาติพันธุ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นมอญ พม่า ทวาย กะเหรี่ยง ตลอดจนกระทั่งบรรดาพี่น้องม้ง ลีซอ ตลอดจนไทย-อีสานยังคงมีอยู่เหมือนเดิม โดยทางว่าที่ร้อยตรี ดร. ชิดชัย ทองโบราณ ผู้อำนวยการโรงเรียนทองผาภูมิวิทยา รับหน้าที่ในการจัดขบวนแห่เทิดพระเกียรติในครั้งนี้ ซึ่งคำว่า "ขบวนแห่เทิดพระเกียรติ" ก็คือจะมีพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตลอดจนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี แล้วถึงจะต่อด้วยขบวนของชาติพันธุ์ต่าง ๆ

ส่วนหนึ่งที่จะลืมไม่ได้เลยก็คือ "ชาวเนปาลี" หรือที่เรียกกันว่าพี่น้องชาวเนปาล ซึ่งรับอาสามาร่วมงานทุกครั้ง ถ้าหากว่าไม่ได้มาทำหน้าที่ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอทองผาภูมิ กระผม/อาตมภาพก็คงไม่รู้เหมือนกันว่า ทองผาภูมิของเรานั้น มีพี่น้องชาวเนปาลีถึง ๒ แสนกว่าคน..! ในระยะแรกนั้นก็คือมาทำงานในเหมืองแร่ปิล็อก ซึ่งต้องวิ่ง
จากวัดท่าขนุนขึ้นเขาไปอีก ๗๐ กิโลเมตร..!

เมื่ออยู่ทำหน้าที่ไปนาน ๆ มีครอบครัวลูกหลาน ก็ส่งลูกเรียนหนังสือไทย จนกระทั่งได้สัญชาติมาแล้วหลายรุ่น เมื่อถึงเวลามีสิ่งที่จะทำให้เขาแสดงออกซึ่งตัวตนความเป็นเนปาลีของตน ท่านทั้งหลายเหล่านี้ก็ยินดีให้ความร่วมมือเป็นอย่างยิ่ง และมาร่วมงานด้วยทุกปี โดยการเช่ารถตู้วิ่งจากกรุงเทพฯ มาเพื่อออกงานของเราโดยเฉพาะ เสร็จงานก็นั่งรถตู้วิ่งกลับไปทำงานต่อ

ต้องบอกว่าเหนื่อยแทนเขาทั้งหลายเหล่านี้ แต่ก็ชื่นชมในกำลังใจของเขาซึ่งได้ทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่ แม้ว่าจะเป็นคนไทยเชื้อสายเนปาลีแล้วก็ตาม แต่ว่าก็ยังไม่ลืมเชื้อชาติของตนเอง การแสดงทางวัฒนธรรมต่าง ๆ นั้น พี่น้องชาวเนปาลี รู้สึกว่าจะเป็นนักแสดงเพียงชุดเดียวเท่านั้น ที่สามารถร้องรำตามเพลงต่าง ๆ ได้เองทุกคน โดยที่ไม่ต้องใช้ "ลิปซิงค์" หรือว่าเปิดแต่ดนตรีเหมือนกับของที่อื่น แปลว่าเขาทั้งหลายเหล่านั้น มีการถ่ายทอดส่งผ่านทางวัฒนธรรมอย่างเข้มข้นเลยทีเดียว ก็ต้องถือโอกาสเจริญพรขอบคุณทุกท่านมา ณ ที่นี้ด้วย

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันศุกร์ที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 10:33


ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว