กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กระดานสนทนาวัดท่าขนุน (https://www.watthakhanun.com/webboard/index.php)
-   เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ (https://www.watthakhanun.com/webboard/forumdisplay.php?f=173)
-   -   เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ (https://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=11469)

พิชวัฒน์ 02-02-2026 16:20

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙
 
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙



เถรี 03-02-2026 00:04

วันนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙ กระผม/อาตมภาพไปร่วมทำวัตรเช้ากับผู้เข้าอบรมบาลีก่อนสอบประจำปี ๒๕๖๙ ที่วัดไร่ขิง (พระรามหลวง)

หลังจากที่ฉันเช้าร่วมกับพระเถรานุเถระและเซ็นชื่อเข้าเยี่ยมแล้ว ก็ได้เดินทางไปยังวัดชลธราราม (ท่าซิก) หมู่ที่ ๖ ตำบลท่าคอย อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ตามการนิมนต์ของหลวงพ่อญา (พระครูวัชรชลธรรม) เจ้าคณะอำเภอท่ายาง เจ้าอาวาสวัดชลธราราม (ท่าซิก) เพื่อไปร่วมงานบำเพ็ญกุศลครบรอบวันมรณภาพของหลวงพ่อตี๋ (พระครูพิพัฒน์วัชรากร) อดีตเจ้าคณะอำเภอท่ายาง อดีตเจ้าอาวาสวัดชลธราราม (ท่าซิก)

ภายในงานได้พบพระเถรานุเถระที่คุ้นเคยเป็นจำนวนมาก และได้รับฟังเรื่องเก่า ๆ ของชาวเพชรบุรี ซึ่งถ้าหากว่าไม่ได้นำมากล่าวไว้ในที่นี้ นานไปอาจจะลืมไปก็ได้ ชาวเพชรบุรีได้ผูกวลี หรือเรียกโบราณว่า "โศลก" กล่าวถึงพระเถระของจังหวัดเพชรบุรีหลายรูปด้วยกัน บางรูปเป็นภาษาชาวบ้าน ฟังดูอาจจะหยาบคาย แต่ถ้าหากว่าไม่ดัดจริต ก็จะเห็นว่าเป็นของปกติ

โศลกหรือว่าวลีเหล่านี้ในวงการพระสงฆ์ หรือว่าเครื่องรางของขลัง ก็ต้องนึกถึง "๙ เครื่องรางสะท้านแผ่นดิน" ซึ่งกล่าวไว้ว่า

"หมากดี ที่วัดหนัง เบี้ยขลัง วัดนายโรง

ไม้ครู อยู่คู่วัดอินทร์ มีดบิน ต้องวัดหนองโพธิ์

พิสมร วัดพวงมาลัย ครั่งเหลือร้าย วัดโตนดหลวง

ราหู คู่วัดศีรษะ แหวนอักขระ วัดหนองบัว

ลูกแร่ ที่วัดบางไผ่ ฤทธิ์เหลือร้ายหาใดปานฯ"
เหล่านี้เป็นต้น


ส่วนโศลกที่เกี่ยวกับเกจิอาจารย์ของจังหวัดเพชรบุรีเขากล่าวเอาไว้ว่า

"พ่อจ้วนเลี้ยงช้าง พ่อจ่างเลี้ยงชี

พ่อเปล่งเลี้ยงผี พ่อตี๋ทำไร่

พ่อใบเลี้ยงโจร พ่อผลกวาดวัด

พ่อตัดทำควย วัดธรรมรังสีเห็นดีเอาด้วย
ซึ่งสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ กล่าวถึงพระเกจิอาจารย์ของ ๘ วัดด้วยกัน

เถรี 03-02-2026 00:07

วัดแรกก็คือหลวงพ่อจ้วน วัดพระพุทธบาทเขาลูกช้าง หรือในสมณศักดิ์ที่ "พระครูพิพิธพัชรศาสน์" ท่านเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อทองศุข (พระครูพินิตสุตคุณ) วัดโตนดหลวง ได้ธุดงค์ไปพักในถ้ำที่เขาลูกช้าง ชาวบ้านเห็นปฏิปทาเข้มขลังของท่าน จึงได้นิมนต์ให้ช่วยสร้างวัด ท่านต้องบุกเบิกสร้างวัดพระพุทธบาทเขาลูกช้างขึ้นมา ในการก่อสร้างนั้น ท่านใช้ช้างในการลากซุง จึงต้องเลี้ยงช้างเอาไว้ในวัด กลายเป็นที่มาของวลีที่ว่า "พ่อจ้วนเลี้ยงช้าง"

ส่วน "พ่อจ่างเลี้ยงชี" นั้น ก็คือหลวงพ่อจ่าง วัดเขื่อนเพชร หรือว่าในชื่อชาวบ้านก็คือวัดโค้งข่อย สมณศักดิ์ของท่านคือ "พระครูสุนทรวชิรเวช" ท่านเป็นหมอรับรักษาชาวบ้าน โดยเฉพาะโรคภัยไข้เจ็บด้านกระดูกแตกกระดูกหักต่าง ๆ และเป็นสำนักปฏิบัติธรรมด้วย จึงทำให้วัดของท่านมีคนมาก และมีแม่ชีมาก จนกลายเป็นวลีที่ว่า "พ่อจ่างเลี้ยงชี"

ส่วนวลีต่อไปที่ว่า "พ่อเปล่งเลี้ยงผี" นั้น หมายถึงหลวงพ่อเปล่ง วัดบางประจันต์ (วัดวังไคร้) หรือในสมณศักดิ์ "พระครูเวทวชิรานุกูล" อดีตท่านเคยเป็นทหารผ่านศึก พอปลดประจำการก็บวช ศึกษาทั้งทางการแพทย์แผนไทย การรักษาโรคภัยต่าง ๆ โดยเฉพาะโรคแปลก ๆ เช่นผีเจ้าเข้าสิง ในยุคนั้น ใคร ๆ ก็ต้องพาคนป่วยไปหาหลวงพ่อเปล่ง ซึ่งท่านก็รักษาได้ทุกรายไป จนได้รับวลีที่ว่า "พ่อเปล่งเลี้ยงผี"

วลีต่อไป "พ่อตี๋ทำไร่" ก็คือหลวงพ่อตี๋ (พระครูพิพัฒน์วัชรากร) อดีตเจ้าอาวาสวัดชลธราราม (ท่าซิก) อดีตเจ้าคณะอำเภอท่ายางนั่นเอง ท่านมีที่ดินซึ่งเขาถวายไว้สำหรับเป็นกัลปนา และเป็นที่ธรณีสงฆ์ ท่านก็ปลูกกล้วยปลูกมะนาว งอกงามเจริญดีมาก อนุญาตให้ชาวบ้านเข้าไปเก็บกินได้ หรือถ้าหากว่าในช่วงผลิดอกออกผลขึ้นมา ก็นำไปขาย เอาเงินเอาทองมาในการพัฒนาวัด จนกระทั่งได้รับวลีที่ว่า "พ่อตี๋ทำไร่" เพราะว่าท่านทำไร่จริง ๆ

ปฏิปทาคล้ายคลึงกับหลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง จังหวัดนครปฐม ที่ท่านทำไร่ทำนาทั้งวัน จนกระทั่งมีชาวบ้านไปฟ้องร้อง จนในกรุงเทพฯ ต้องส่งพระสังฆการีมาสอบสวนท่าน ไปถึงก็ยังเห็นท่านเทียมวัวไถนาอยู่เลย เมื่อได้ยินว่ามีพระผู้ใหญ่จากกรุงเทพฯ มาสอบสวนว่าท่านไม่ยอมทำกิจของสงฆ์ เอาแต่ทำนาทำไร่ ท่านบอกว่าชาวบ้านยกนาให้ เพื่อที่ทำแล้ว กัลปนาผลที่เกิดขึ้นเป็นสิทธิของวัดตาก้อง ท่านจะได้เอาส่วนนั้นมาพัฒนาวัด ใครว่าท่านไม่ได้ปฏิบัติในกิจของสงฆ์ ท่านสามารถท่องปาฏิโมกข์ถอยหลังได้ ว่าแล้วก็ท่องให้ฟัง จนพระสังฆการีต้องยอมกราบแล้วลากลับไป

เถรี 03-02-2026 00:12

วลีต่อไปก็คือ "พ่อใบเลี้ยงโจร" หมายถึงหลวงพ่อใบ วัดหนองบัว (พระครูสุวรรณพัชรคุณ) ซึ่งท่านชอบสักยันต์เหนียวคงกระพันที่เรียกกันว่า "ยันต์คางคก" มีทั้งยันต์คางคก ๑ ตัว ยันต์คางคก ๒ ตัว ยันต์คางคก ๗ ตัว และยันต์คางคก ๙ ตัว โดยเฉพาะยันต์คางคก ๑ ตัวและ ๙ ตัวนั้น ภายหลังท่านไม่ยอมสักให้ใครง่าย ๆ เพราะว่าสักไปแล้วหนังเหนียว อยู่ยงคงกระพัน กลายเป็นเสือเป็นสางไปหมด..! จนกลายเป็นวลีที่ว่า "พ่อใบเลี้ยงโจร"

วลีต่อไปก็คือ "พ่อผลกวาดวัด" ได้แก่ หลวงพ่อเจ้าคุณผล (พระพินิตสมณการ วิ.) วัดสหธรรมิการาม หรือชื่อชาวบ้านคือ "วัดหนองแขม" เป็นสหธรรมิกรุ่นน้องของหลวงพ่อตัด วัดชายนา ท่านเป็นบุคคลที่มีเมตตามาก เป็นพระนักพัฒนา เลี้ยงพระเลี้ยงเณรมาก วัดวาอารามสะอาดเรียบร้อย จนกลายเป็นที่มาของวลีที่ว่า "พ่อผลกวาดวัด"

ส่วนเรื่องของหลวงพ่อตัด วัดชายนานั้น ก็คือ หลวงพ่อเจ้าคุณตัด (พระพุทธวิริยากร) สมัยที่ท่านยังเป็นพระครูอยู่ ท่านได้ศึกษาเล่าเรียนวิชาอาคม สร้างเครื่องรางของขลังต่าง ๆ ไว้มาก ถึงขนาดเคยกล่าวไว้ว่า "ก่อนปี ๒๔๙๖ ผมเอาหมด ทุกอย่างที่ไหนเขาว่าดี ผมไปขอเรียนมาหมด"

โดยเฉพาะท่านเรียนวิชาของสายหลวงพ่อกุน (พระครูสุชาตเมธาจารย์) วัดพระนอน เรียนการทำตะกรุดจากหลวงพ่อทอง (พระครูโสภิตธรรมาภรณ์) วัดเขากระจิว และเรียนการทำปลัดขิก หรือเพชรพญาธร จากหลวงพ่อชุ่ม (พระครูเกษมสุตคุณ) วัดกุฏิบางเค็ม ซึ่งใช้เคล็ดลับก็คือต้องเป็นไม้ผูกคอตาย และทำได้ขลังเป็นอย่างยิ่ง จนกลายเป็นวลีที่เราฟังแล้วหยาบคายว่า "พ่อตัดทำควย" ซึ่งหลวงพ่อตัดเองท่านได้ยินก็ยังหัวเราะ และเขียนติดข้างฝากุฏิไว้ให้ชาวบ้านเขาอ่านเสียด้วย..!

ด้วยความที่ว่าท่านศึกษามามาก แล้วก็มีลูกศิษย์ลูกหามาก ไปช่วยสร้างวัดวาอารามต่าง ๆ จนกลายเป็นประโยคสุดท้ายว่า "วัดธรรมรังษีเห็นดีเอาด้วย" ก็คือวัดธรรมรังษี ตำบลหนองพลับ อำเภอเมืองเพชรบุรี นั่นเอง ตั้งอยู่ทางไปหาดเจ้าสำราญ มีจุดเด่นก็คือพระองค์ใหญ่ ถ้ามองไกล ๆ เหมือนกับพระตั้งอยู่กลางทุ่งนาเขียวขจี
มีต้นตาลที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองเพชรบุรี ดูตอนพระอาทิตย์ตกดินจะสวยมาก

ในช่วงท้าย ๆ หลวงพ่อตัดท่านไปช่วยก่อสร้างวัดธรรมรังษี และในช่วงนั้นน่าจะเป็น "พระปลัดทวี" เป็นเจ้าอาวาสอยู่ ท่านก็คงจะขอศึกษาวิชาทำปลัดขิก หรือว่าวิชาเพชรพญาธรนี้ ไปจากหลวงพ่อตัด จนกลายเป็นวลีว่า "วัดธรรมรังษีเห็นดีเอาด้วย"

เรื่องพวกนี้จะว่าไปแล้วไม่ใช่เรื่องที่ชาวบ้านเขาตำหนิพระ หากแต่เขายกย่องว่าพระเถระทั้ง ๘ วัดหรือว่า ๘ รูปนี้เป็นบุคคลที่มีปฏิปทาเฉพาะตน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาวัดของตน หรือว่าช่วยเหลือชาวบ้าน ช่วยพัฒนาวัดวาอารามอื่น ๆ เหล่านี้เป็นต้น เป็นการยกย่องกันกลาย ๆ นั่นเอง เพียงแต่ว่าบางอย่างฟังดูแล้วก็คล้ายกับเรื่องตลก แต่ว่าก็ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของจังหวัดเพชรบุรี

เมื่อได้รับข้อมูลนี้มา ถ้ากระผม/อาตมภาพไม่เอามาลงไว้ ต่อไปเรื่องพวกนี้ก็อาจจะสูญหาย ไม่มีใครจดใครจำ เพราะตามวลีของคนโบราณที่ว่า "ของกินถ้าไม่กินก็เน่า เรื่องเล่าถ้าไม่เล่าก็ลืม" จึงจำเป็นที่จะต้องเล่าเอาไว้ก่อน เพราะว่างานในวันนี้นั้น ผูกพันกับหนึ่งในพระเกจิอาจารย์ก็คือ พ่อตี๋ทำไร่ - พระครูพิพัฒน์วัชรากร (หลวงพ่อตี๋) อดีตเจ้าคณะอำเภอท่ายาง อดีตเจ้าอาวาสวัดชลธราราม (ท่าซิก) นั่นเอง

สำหรับวันนี้ ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันจันทร์ที่ ๒ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 04:31


ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว