กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กระดานสนทนาวัดท่าขนุน (https://www.watthakhanun.com/webboard/index.php)
-   เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนมกราคม ๒๕๖๙ (https://www.watthakhanun.com/webboard/forumdisplay.php?f=172)
-   -   เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๙ (https://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=11453)

พิชวัฒน์ 24-01-2026 17:40

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๙
 
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันเสาร์ที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๙



เถรี 25-01-2026 00:15

วันนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๒๔ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ ตั้งแต่ประมาณตี ๕ ครึ่ง กระผม/อาตมภาพซึ่งเก็บข้าวของขึ้นรถและแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ก็ไปยังห้องครัวของเฮือนฮิมน้ำรีสอร์ท ซึ่ง "หลวงพ่อนิล" (พระครูวินัยธรธวัชชัย ชาครธมฺโม) ประธานที่พักสงฆ์อาศรมศรีชัยรัตนโคตร จังหวัดสกลนคร "ท่านติงลี่" (พระอธิการสมมาศ คุณาธิโก) เจ้าอาวาสวัดประตูด่าน จังหวัดกาญจนบุรี "ครูบาพันแสน" (เจ้าอธิการธรรมชัย อคฺคธมฺโม) เจ้าอาวาสวัดศิลาวาส (ปิงโค้ง) รักษาการเจ้าคณะตำบลปิงโค้ง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมคณะก็มาถึงเรียบร้อยแล้ว

ทางด้าน "โยมพี่เล็ก" (นางปรภาว์ บุญริ้ว) และพรรคพวก ช่วยกันทำข้าวต้มให้เป็นอาหารเช้า เหตุที่พวกเราต้องรีบฉันกันตั้งแต่ก่อน ๖ โมงเช้า ก็เพราะว่ากำหนดการนั้น กระผม/อาตมภาพและคณะต้องไปรับครูบาเหนือชัย โฆสิโต ประธานที่พักสงฆ์วัดถ้ำป่าอาชาทอง ออกจากนิโรธกรรมตอนหกโมงเช้า

เมื่อฉันเช้ากันแล้ว จึงต้องรีบบอกลา "โยมพี่เล็ก" แล้ววิ่งตรงไปยัง "ผาม้า" ขึ้นไปจนถึงสถานที่ซึ่งทางสำนักได้เตรียมเอาไว้ให้เป็นที่จอดรถ เปลี่ยนเป็นรถขับเคลื่อน ๔ ล้อ วิ่งตรงขึ้นไปยังบริเวณที่ครูบาเหนือชัยท่านเข้านิโรธกรรมอยู่ แต่ก็ยังต้องเดินขึ้นบันไดไปอีก ๓ ช่วงใหญ่ กว่าที่จะมาถึงสถานที่ซึ่งท่านตั้งกระท่อมไว้เป็นที่เข้านิโรธกรรม ในช่วงที่ท่านยังเคลื่อนไหวได้เป็นปกตินั้น ส่วนใหญ่ก็จะไปเข้าอยู่ในถ้ำ ซึ่งจะต้องปีนเขาขึ้นไปอีกหลายซับหลายซ้อน เมื่อเกิดอาการอัมพาตจากเส้นเลือดสมองแตก ทำให้เคลื่อนไหวได้ยาก ท่านจึงมาอยู่แค่บริเวณนี้เท่านั้น

เมื่อไปถึง พวกเราก็ฉวยโอกาสทำบุญกับท่านก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นก็นั่งรอจนกระทั่งคณะญาติโยมนำเอาอาหารอ่อน ประเภทน้ำข้าวและรังนกมาถวาย เมื่อท่านฉันแล้ว ก็ช่วยกันประคับประคองท่านค่อย ๆ เดินทีละก้าวลงมา ซึ่งตอนแรกก็นึกว่าไม่เท่าไร ไม่ทราบเหมือนกันว่าครูบาท่านน้ำหนักมากขึ้น หรือว่ากระผม/อาตมภาพแก่ขึ้นก็ไม่รู้ กว่าจะลงมาถึงบริเวณที่เขาเอาม้ามารับท่านต่อ กระผม/อาตมภาพก็ออกอาการแขนล้าแทบหมดแรง ได้ยินหลวงพ่อนิลบ่นว่า "หนักมากครับ ผมเองก็ล้าไปหมดเหมือนกัน" ทำให้พวกเราคำนวณกันว่าครูบาเหนือชัยท่านตอนนี้น้ำหนักน่าจะใกล้เคียง ๑๐๐ กิโลกรัมแล้วกระมัง ?

เถรี 25-01-2026 00:23

จากนั้นพวกกระผม/อาตมภาพก็นั่งรถขับเคลื่อน ๔ ล้อ ลงมายังบริเวณด้านหน้าลานพระไพรีพินาศ ซึ่งจะเป็นจุดตั้งขบวนแห่ ซึ่งตรงนี้จะมีทหารนำเอาเสลี่ยงมารับกระผม/อาตมภาพและหลวงพ่อนิล ส่วนท่านอื่น ๆ ก็ต้องเดินตามหลังม้าของครูบาเหนือชัยไป

ปรากฏว่า "ครูบาหน่อแก้วฟ้า" (พระครูสมุห์เจษฎา โชติปญฺโญ) ประธานที่พักสงฆ์ลานธรรมอรหันตาหน่อแก้วฟ้าโพธิญาณ อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา ได้มาถึงแล้ว ทางด้านบรรดาช่างฟ้อนและบรรดาคณะรำกลองสะบัดชัยก็ได้นำขบวนไปด้านหน้า มีการฟ้อนเจิง ฟ้อนดาบ และพ่นไฟด้วยเหมือนกับทุกปี เพียงแต่ว่าปีนี้รวบรัดมาก

เมื่อมาถึงหน้าศาลาเอนกประสงค์ ก็วางเสลี่ยงลง ให้กระผม/อาตมภาพและหลวงพ่อนิลลงที่นี่ ครั้นเข้าห้องน้ำห้องท่าแล้ว ก็นั่งประจำที่ซึ่งเขาจัดเตรียมเอาไว้ให้ช่วยกันรับสังฆทาน ครูบาเหนือชัยท่านก็ไปเข้าห้องน้ำและแต่งตัวใหม่จนเรียบร้อย ถึงได้ขึ้นมายังบริเวณหน้าศาลาเอนกประสงค์

กระผม/อาตมภาพนำในการทำบวงสรวงบูชาพระรัตนตรัย ขออนุญาตในการทำพิธีสืบชะตาหลวงให้แก่ครูบาเหนือชัย เสร็จแล้วก็มอบให้ท่านทำน้ำมนต์พรมให้แก่ญาติโยม ส่วนตนเองมานั่งแจกรางวัลคณะกลองสะบัดชัยและช่างฟ้อนต่าง ๆ ปรากฏว่ามีส่วนเกินมาเป็น ๑๐ คน ที่แท้เป็นผู้ที่ยังไม่ได้รำ หากแต่ว่าจะรำหลังพิธีบวงสรวงนี่เอง กระผม/อาตมภาพควักจนหมดกระเป๋า ๕,๐๐๐ กว่าบาท เป็นอันว่างานนี้มาแล้วกลับตัวเปล่าอย่างแน่นอน..!

สักครู่หนึ่ง ตุ๊พ่อสิงห์ (พระอธิการสิงห์ วิสุทฺโธ) เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทถ้ำป่าไผ่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูนก็มาถึง ท่านถวายปัจจัยส่วนตัว ๕,๐๐๐ บาทเหมือนกับทุกครั้ง แล้วก็นั่งรับสังฆทานร่วมกัน พวกเรารับสังฆทานไปก็ชมการฟ้อนการแสดงต่าง ๆ ไปด้วย

จนกระทั่ง ๙ โมงครึ่ง ก็ได้นำครูบาเหนือชัยเข้าสู่ซุ้มสืบชะตา กระผม/อาตมภาพทำการล้อมสายสิญจน์ให้กับท่าน แล้วไปกราบพระประธานทางด้านหลัง จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยแล้วเข้าที่ภาวนา ให้บรรดาพระซึ่งนิมนต์มาทำการเจริญพระพุทธมนต์ในพิธีสืบชะตาหลวง

เมื่อพระท่านบอกว่า "เต็มที่แล้ว" กระผม/อาตมภาพก็ลืมตาขึ้นมาจะทำน้ำมนต์ แต่ปรากฏว่าเทียนหมดไป
ทั้งต้นแล้ว..! จึงหันมาทำฝ้ายผูกข้อมือ หรือที่พวกเราเรียกตามภาษากลางว่าสายสิญจน์ ให้กับครูบาเหนือชัย ครั้นอธิษฐานผูกขวัญให้ท่านแล้ว ก็ทำการพรมน้ำมนต์ และรับไทยธรรม ซึ่ง "แม่อี๊ด" นำมาถวาย แล้วขอตัวเพื่อเดินทางไปยัง "สำนักปฏิบัติธรรมพระธาตุโป่งไฮ" ซึ่งได้นิมนต์กระผม/อาตมภาพไปบวงสรวง เพื่อบรรจุหัวใจพระประธานที่เพิ่งสร้างเสร็จไม่นานนี้

เถรี 25-01-2026 00:36

เมื่อวิ่งลงจาก "ผาม้า" แล้ว ก็ต้องวนไปหาปั๊มเติมแก๊สให้รถก่อน เนื่องเพราะว่าสำนักปฏิบัติธรรมพระธาตุโป่งไฮนั้น อยู่ลึกเข้าไปในด้านที่เรียกว่า "แม่สลองใน" ถนนคดเคี้ยววกวน ขึ้นเขาไปจนเวียนหัว..!

เมื่อวิ่งมาได้ระยะหนึ่ง เห็นว่าได้เวลาเพลแล้ว จึงได้แวะฉันภัตตาหารเพล ซึ่งเป็นก๋วยเตี๋ยวเหนือที่เราเรียกกันว่า "ข้าวซอย" ซึ่งมีทั้งข้าวซอยเนื้อและข้าวซอยไก่ รสชาติใช้ได้ทีเดียว แล้ววิ่งคดเคี้ยววกวนขึ้นเขาต่อไปจนปวดหัว ขนาด "พี่กู" หรือว่ากูเกิ้ลแม็พ บางทีก็ออกอาการเอ๋อ เพราะว่าไม่มีคลื่นโทรศัพท์ ไม่มีคลื่นอินเตอร์เน็ต แต่ว่าพวกเราล็อกเป้าไว้แล้ว จึงไม่ฟังกูเกิ้ลแม็พ หากแต่ว่าวิ่งตรงไปเรื่อย ๆ

จนกระทั่งในที่สุดก็มาถึงตำบลแม่สลองใน ซึ่ง "วัดพระธาตุโป่งไฮ" หรือว่า "สำนักปฏิบัติธรรมพระธาตุโป่งไฮ" นั้น อยู่หมู่ที่ ๒๑ ตำบลแม่สลองใน กระผม/อาตมภาพได้ยินแล้วก็ยังตกใจว่า ทำไมถึงได้มีหมู่บ้านเยอะขนาดนี้ ? ท่านเจ้าอาวาสแจ้งว่าความจริงมีอยู่ ๕๐ กว่าหมู่บ้าน แต่ว่าไม่มีการแยกออกไปเป็นอีกหลายตำบล

น่าจะเป็นเพราะว่าบริเวณนี้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นพี่น้องม้ง หรือว่าจีนฮ่อ ซึ่งถ้าหากว่าแยกออกไปแล้ว บุคคลซึ่งมีอิทธิพลอยู่ในพื้นที่ ขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่บ้านหรือกำนันเมื่อไร ก็อาจจะมีการปิดหูปิดตาทางราชการ ทำให้ไม่สามารถที่จะเข้าถึงและพัฒนาได้ ดีไม่ดีก็อาจจะเป็นแหล่งซ่องสุมอาชญากรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะพวกยาเสพติด จึงต้องปล่อยให้มีหมู่บ้านจำนวนมากมายมหาศาลเอาไว้ในตำบลเดียวแบบนี้..!

เมื่อทุกท่านมาถึงพร้อมแล้ว กระผม/อาตมภาพก็ทำการบวงสรวงบูชาพระรัตนตรัย ขออนุญาตในการบรรจุหัวใจพระประธาน ซึ่งทำเป็นลักษณะของพระประธานแบบยุคทวารวดี แต่ว่าในยุคนั้น พระประธานนั่งจะอยู่ในท่าแสดงธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แต่ที่นี่กลับวางพระหัตถ์ลงบนเข่าทั้งสองข้าง อยู่ในท่าเหมือนกับปางมารวิชัย แต่ก็แปลกตาไปอีกแบบหนึ่ง

เมื่อถึงเวลาก็ได้ทำการถวายน้ำอบน้ำหอมให้กับพระบรมสารีริกธาตุ ที่บรรจุอยู่ในหัวใจพระประธาน แล้วก็มอบให้กับช่าง ปีนเข้าไปบรรจุภายในองค์พระ ความจริงกระผม/อาตมภาพนั้น จะต้องทำหน้าที่ติดพระอุณาโลมถวายแก่องค์พระประธานด้วย แต่ว่าต้องปีนขึ้นไปบนนั่งร้านสูง จึงทำให้ครูบาพันแสนบอกว่า "หลวงพ่อไม่ต้องขึ้นหรอกครับ มันอันตราย เดี๋ยวผมจะทำหน้าที่ตรงนี้แทนเอง"

กระผม/อาตมภาพจึงลงไปทางด้านล่าง ชมการแสดงของพี่น้องม้งทางด้านนี้ ซึ่งมีเด็กวัยรุ่น น่าจะเป็นนักเรียน ๓ คน มาทำการเต้นให้ดู แล้วก็มีบรรดาพ่อยกแม่ยก มอบเงินรางวัลให้คนละ ๒๐ บาทบ้าง ๑๐๐ บาทบ้าง ส่วนกระผม/อาตมภาพนั้นเตรียมเอาไว้ให้คนละ ๕๐๐ บาท สรุปว่าปัจจัยที่รับมาในวันนี้ดูท่าจะไม่เหลืออะไร ?!

ครั้นรับไทยธรรมมาจากเจ้าอาวาสวัดพระธาตุโป่งไฮแล้ว กระผม/อาตมภาพก็เพิ่มกลับไปอีก ๕,๐๐๐ บาท มอบให้ท่านเพื่อช่วยสร้างวัดที่นี่ เนื่องเพราะว่าสถานที่อยู่ลึกขนาดนี้ แล้วก็มีแต่พี่น้องม้ง พี่น้องจีนฮ่อ ไม่ทราบเหมือนกันว่าเขาจะให้การสนับสนุนสักเท่าไร ? ถ้าหากว่ามาแล้วรับสิ่งของกลับไป ก็จะเป็นการเบียดเบียนกันเสียเปล่า ๆ..!

จากนั้นก็ทำการมอบเสื้อยันต์ให้กับบรรดาอาสาสมัครทหารพราน ซึ่งมาตั้งกองร้อยดูแลความเรียบร้อยอยู่ทางด้านนี้ แล้วขอตัวเพื่อที่จะเดินทางข้ามดอยแม่สลอง ลงไปอำเภอฝาง เข้าสู่อำเภอเชียงดาว เพื่อที่จะไปพักที่ "วัดศิลาวาส" ของครูบาพันแสน แล้วพรุ่งนี้จะได้ประกอบพิธีต่าง ๆ ตามที่ท่านได้นิมนต์เอาไว้ต่อไป

สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันเสาร์ที่ ๒๔ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 20:31


ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว