กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กระดานสนทนาวัดท่าขนุน (https://www.watthakhanun.com/webboard/index.php)
-   เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี (https://www.watthakhanun.com/webboard/forumdisplay.php?f=47)
-   -   เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนธันวาคม ๒๕๕๙ (https://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=5319)

เถรี 13-12-2016 15:29

ถาม : การสวดพระอภิธรรมศพนั้น ผู้ที่เป็นเจ้าภาพและผู้ที่ฟังการสวดนั้น ได้รับอานิสงส์ต่างหรือเหมือนกันอย่างไรบ้างครับ ?
ตอบ : ในส่วนของการสวดพระอภิธรรมศพ ถ้าฟังแล้วมีความเข้าใจ นำเอาหลักธรรมไปปฏิบัติได้ย่อมมีอานิสงส์มากกว่า แต่ส่วนใหญ่ในปัจจุบันนี้ก็คือฟังเฉย ๆ แล้วยังคิดว่าสวดให้คนตายอีกต่างหาก ถ้าอย่างนั้นผู้ที่เป็นเจ้าภาพซึ่งมีการถวายปัจจัยไทยธรรม จะได้อานิสงส์มากกว่าคนที่ฟังเฉย ๆ

ถาม : การที่สวดพระอภิธรรมในงานศพต่าง ๆ ไม่ได้มีการเจาะจงนิมนต์พระรูปใดให้เป็นผู้สวด แต่เวลาถวายเครื่องไทยธรรมหรือชุดสังฆทาน โยมจะเห็นว่าตามวัดจัดถวายพระไว้จำนวน ๔ ชุด โยมอยากทราบว่าในลักษณะนี้ ถือว่าเป็นการถวายที่ได้อานิสงส์สังฆทานหรือไม่ ?
ตอบ : โบราณท่านฉลาด ท่านบังคับว่าสวดพระอภิธรรมต้องใช้พระ ๔ รูป เท่ากับว่าบังคับให้เป็นอานิสงส์สังฆทานอยู่แล้ว

เถรี 13-12-2016 15:34

ถาม : ผู้ร่วมงานศพควรวางกำลังใจเช่นใดในการฟังสวดพระอภิธรรมเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดครับ ?
ตอบ : ตะเถวาหัง มะริสสามิ ไม่ช้าเราก็ตายเช่นกัน

ถาม : การสวดพระอภิธรรมทำนองปกติ (พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์) กับแบบสังคหะนั้น นอกจากเรื่องทำนองแล้ว อานิสงส์หรือประโยชน์ในด้านอื่น แตกต่างกันอย่างไรบ้างครับ ?
ตอบ : ถ้าฟังเข้าใจว่า คำย่อของพระอภิธรรมแบบสังคหะนั้น ย่อมาจากหลักธรรมบทใด แล้วสามารถปฏิบัติตามได้ ก็จะมีอานิสงส์มากกว่า แต่ว่าในปัจจุบันนี้ ส่วนใหญ่ฟังเพราะคิดว่าเขาสวดให้คนตาย โอกาสที่จะฟังเข้าใจจึงหายากเต็มที หรือไม่มีเอาเสียเลย

ถาม : พระสงฆ์ผู้สวดพระอภิธรรม ๔ รูป ที่รับเครื่องไทยธรรมและของถวายจากเจ้าภาพงานศพ ของเหล่านั้นถือว่าเป็นของสงฆ์ส่วนรวมหรือส่วนองค์ครับ ? เพราะโยมเห็นแต่ละรูปถือกลับกุฏิไปเลยครับ ?
ตอบ : เรื่องของท่าน อย่าเสือกไปยุ่ง เดี๋ยวจะเดือดร้อน..!

เถรี 13-12-2016 15:35

ถาม : พระสงฆ์สามารถรับถวายและฉันน้ำปานะที่ตุ๋นรวมจากเห็ดหูหนูดำ, ขิง และพุทราจีน ได้ตลอดเวลาหรือเปล่าครับ ?
ตอบ : ถ้าพุทราจีนกับเห็ดหูหนูน่าจะอยู่ในส่วนของอาหารมากกว่า ไม่ควรที่จะเสี่ยงไปฉันหลังเพลแล้ว

เถรี 13-12-2016 15:35

ถาม : อานิสงส์การถวายผ้าสบงกับผ้าปกติ เช่น ผ้าขนหนู เป็นต้น มีอานิสงส์เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้างครับ ?
ตอบ : ถ้ากว้างคืบยาวคืบขึ้นไป มีอานิสงส์เท่ากับถวายผ้าไตรจีวรอยู่แล้ว

เถรี 13-12-2016 15:39

ถาม : การที่ฟังพระสวดเป็นภาษาบาลี แต่จิตของผู้ฟังพยายามน้อมจิตฟังตามเสียงสวดนั้นไป โยมอยากทราบว่าจิตผู้นั้นสามารถรับรู้ความหมายและเข้าใจถึงแก่นธรรมะนั้น ๆ ได้ โดยแม้กระทั่งบุคคลนั้นอ่านภาษาบาลีไม่ออกและแปลไม่รู้เรื่องเลยก็ตามหรือเปล่าครับ ?
ตอบ : ถ้าพื้นฐานเดิมมาในด้านนิรุกติสัมภิทา สามารถที่จะเข้าใจเองได้ แต่ส่วนใหญ่ท่านที่ได้นิรุกติสัมภิทาท่านก็ไม่มาเกิดแล้ว ก็เหลืออย่างที่สองคือ อาจจะมีวิสัยเก่าที่เคยศึกษาทางด้านนั้นมาก่อน เวลาได้ยินได้ฟังแล้วจะเกิดความเข้าใจ เพราะสามารถจะระลึกถึงของเก่าที่เคยศึกษาขึ้นมาได้เอง

เถรี 13-12-2016 15:42

ถาม : ทำไมพญามารถึงพยายามทำทุกวิถีทาง ที่จะขัดขวางไม่ให้มนุษย์เราได้หลุดพ้นเข้าสู่พระนิพพานครับ ?
ตอบ : มะเหงกแน่ะ...! ท่านพยายามส่งเสริมทุกวิถีทาง แต่มึงโง่เอง...! เด็กเรียนหนังสือ ถ้าสอบไม่ผ่านจะจบได้ไหม ? ท่านอุตส่าห์ทดสอบด้วยความขยันอยู่ทุกวัน เสือกไปว่าท่านอีก...!

ถาม : พญามารจะได้ประโยชน์อะไรจากการกักให้เรายังเวียนว่ายอยู่ในวัฏสงสารครับ ?
ตอบ : เป็นอะไรที่โคตรน่าสงสารเลยสำหรับครูคนนี้ ขยันสอนเด็ก ขยันสอบเด็ก แต่เด็กดันไปด่าว่าท่านด้วยความโง่อีก หาว่าท่านไปกักเอาไว้ไม่ให้สอบผ่าน ทั้งที่ตัวเองฝีมือไม่ถึง

เถรี 13-12-2016 15:43

ถาม : พระอภิธรรมคือธรรมที่พระพุทธองค์ทรงเทศนาโปรดพระพุทธมารดา อยากทราบว่าหลังจากนั้นพระพุทธองค์ทรงใช้พระอภิธรรมเทศนาท่านใดอีกบ้างครับ ?
ตอบ : ไม่ได้เทศน์อีกเลย เพราะไม่มีมนุษย์ที่ไหนมีเวลาฟังติดต่อกันถึงสามเดือน ยกเว้นให้พระสารีบุตรนำไปสอนศิษย์ที่เคยเกิดเป็นค้างคาวทั้ง ๕๐๐ มาก่อน

เถรี 13-12-2016 15:49

ถาม : พระสงฆ์ที่ท่านมักจะพยากรณ์เหตุการณ์ล่วงหน้าแล้วไม่เป็นไปตามที่พยากรณ์ไว้ อย่างนี้พระรูปนั้นต้องอาบัติปาราชิกข้ออวดอุตริมนุสสธรรมหรือไม่ ?
ตอบ : เราต้องเข้าใจคำว่าอุตริมนุสสธรรมก่อน อุตริมนุสสธรรม แปลว่า ธรรมอันยิ่งที่ไม่มีในมนุษย์ทั่วไป ในบาลีบอกว่า ฌานัง วา วิโมกขัง วา สะมาธิง วา สะมาปัตติง วา มัคคัง วา ผลัง วา ก็คือในเรื่องของฌาน วิโมกข์ วิมุตติ สมาธิ สมาบัติ มรรคและผล ถ้าส่วนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับส่วนนี้เขาไม่เรีกว่าอุตริมนุสสธรรม

โดยเฉพาะเรื่องของการพยากรณ์ ถ้าเป็นไปเพื่อตั้งใจอวดคนอื่น เพื่อหวังลาภผล นั่นถึงจะโดนอวดอุตริมนุสสธรรม แต่ถ้าหากท่านรู้เห็นตามนั้น หรือโดนหลอกให้เห็นตามนั้น แล้วพยากรณ์ไปจนเกิดความผิดพลาด เห็นอย่างไรก็บอกตามนั้นตรง ๆ ไม่ถือว่าเป็นการอวด แต่โดยปกติการรู้เห็นจะต้องรู้ด้วยว่าควรที่จะบอกได้เท่าไร

เถรี 13-12-2016 15:50

ถาม : อยากทราบว่าบุคคลที่ประกอบอาชีพที่พระพุทธองค์ทรงห้ามแล้วจึงร่ำรวย แล้วพวกเขาเหล่านั้นก็นำปัจจัยบางส่วนจากการประกอบอาชีพนั้นมาทำบุญ อยากทราบว่าเขาเหล่านั้นจะได้บุญไหม ? และจะต้องรับผลกรรมจากการประกอบอาชีพอย่างนั้นไหมครับ ?
ตอบ : บุญส่วนบุญ บาปส่วนบาป ถึงเวลาก็ให้ผลตามวาระของตน

เถรี 13-12-2016 15:51

ถาม : เวลาราดน้ำแล้วน้ำไปโดนมดตาย หรือไถนาแล้วไปโดนพวกมดแมลงเข้า ควรวางกำลังใจอย่างไรดีคะ ?
ตอบ : วางกำลังใจว่า...กูต้องลงนรกแน่ ๆ...!

เถรี 13-12-2016 15:52

ถาม : กรณีที่เราไม่มีแบงค์ย่อยในการทำบุญ เราสามารถแลกเงินหรือทอนเงินในซองทำบุญที่คนทำบุญได้อธิษฐานไว้เรียบร้อยแล้วได้หรือไม่ครับ จะเกิดโทษหรือไม่อย่างไรครับ ?
ตอบ : ได้...ใส่คืนไปมากกว่าก็ยิ่งดี

เถรี 13-12-2016 15:53

ถาม : ไม้ถือที่หลวงพ่อกำลังจัดสร้าง มีวิธีใช้และอานุภาพเหมือนหรือต่างกับมีดหมอเพชราวุธอย่างไรคะ ?
ตอบ : ยังไม่ทันที่จะสร้างเลย แล้วจะรู้ไหม ?

เถรี 13-12-2016 15:59

ถาม : ถ้าผมจับพระนิพพานในระหว่างขับรถ และเกิดอุบัติเหตุตาย ผมตายแล้วจะไปไหนครับ ?
ตอบ : น่าจะลงข้างล่างนะ เขาให้จับพวงมาลัยดันไปจับพระนิพพาน...! ก็ต้องดูว่าตอนนั้นกำลังใจของเราตัดละได้แค่ไหน ไม่ใช่เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาแล้วเราก็ไปโอดโอยอยู่กับความเจ็บปวดตรงนั้น อย่างนั้นก็คงจะมีหวังหรอกว่าจะได้เห็นเงาพระนิพพานกับเขาบ้าง..!

เถรี 13-12-2016 16:02

ถาม : อยากจะให้ช่วยแนะนำวิธีดับทุกข์ เป็นทุกข์ที่เกิดจากการไม่ได้ในสิ่งที่อยากได้ ไม่ได้ดั่งใจเรา ทั้ง ๆ ที่เรารู้ไม่ได้สิ่งนี้ ชีวิตเราก็ยังอยู่ได้ไม่เดือดร้อน มีชีวิตที่ปกติดีกว่าคนอื่น ๆ ที่ลำบากอยู่ตั้งเยอะ แต่ในใจก็ยังอยากได้และเป็นทุกข์จากการไม่สมหวัง ขอคำแนะนำที่จะตัดความอยากนี้ออกไปด้วยค่ะ ?
ตอบ : ก็แค่ "เลิกอยาก" เท่านั้น

เถรี 13-12-2016 16:05

ถาม : ปกติเป็นคนชอบรับกระแสต่าง ๆ ได้ และบางครั้งทำให้ร่างกายเจ็บปวด เช่น น้องสาวป่วยโดยที่เราก็ไม่รู้ คืนนั้นเราเจ็บปวด ไม่สามารถนอนได้ทั้งคืน เวลารับกระแสจากคนอื่น และทำให้เราเจ็บปวดร่างกาย เป็นเพราะอะไร ? และควรจะทำอย่างไรคะ ?
ตอบ : ก็แค่เลิกรับมาเท่านั้นเอง ต้องตั้งใจภาวนาให้อารมณ์ใจทรงตัว ถ้าสมาธิทรงตัวอยู่ สิ่งต่าง ๆ รอบตัวจะรบกวนไม่ได้ นี่แสดงว่าช่วงนั้นขาดสติ

เถรี 13-12-2016 16:07

ถาม : บางครั้งที่ให้คำแนะนำ รับฟัง หรือช่วยเหลือคนอื่นโดยทำตามที่เขาขอร้อง ทำให้เกิดผลต่อตนเอง เช่น เจ็บปวดร่างกาย ควรทำอย่างไรคะ ? หรือไม่ควรฟังหรือยุ่งกับเรื่องของใครหรือเปล่าคะ ?
ตอบ : ถ้าตัดสินใจเลิกรับไม่ได้ก็จงทนต่อไป..!

เถรี 13-12-2016 17:03

ถาม : ได้ดูคลิปที่หลวงปู่ท่อนพูดถึงว่า ท่านได้พบในหลวงในนิมิต ท่านเล่าเรื่องวิบากที่ท่านเสียตา เพราะท่านเมินเฉยเมื่อทรัพย์สมบัติของผู้อื่นจะเกิดภัยพิบัติ การเมินเฉยหรืออยู่เฉยก็เป็นความผิดหรือคะ ?
ตอบ : ถ้าสามารถช่วยเหลือเขาได้แล้วไม่ช่วย ก็ถือว่าสภาพจิตของเราตอนนั้นต้องประกอบไปด้วยอกุศลกรรมบางอย่างอยู่ ในเมื่อสภาพจิตของเรามีอกุศลกรรมอยู่ ไม่ว่าจะเป็นยินดีในโทษที่เกิดขึ้นกับคนอื่น หรือไม่ชอบหน้าคนอื่น แล้วพลอยยินดีที่เห็นความวิบัติของเขา ก็ย่อมแสดงให้เห็นว่าใจเราไม่ดี โทษที่เกิดขึ้นเกิดจากกำลังใจที่ไม่ดีของเราเอง เพราะเป็นมโนกรรม

ถาม : และเราควรมีหลักในการพิจารณาว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำเมื่อไรคะ ?
ตอบ : อะไรที่ไม่เกินวิสัยที่จะช่วยเขาได้ก็ให้ช่วย ถ้าเกินวิสัยให้ตั้งกำลังใจว่า ถ้าสามารถช่วยได้เมื่อไรเราก็จะช่วย

เถรี 13-12-2016 17:15

พระอาจารย์กล่าวว่า "คำถามหลายอย่างแทบจะหาประโยชน์สำหรับตนเองไม่ได้เลย ถามเพราะอยากรู้เฉย ๆ หลายคนก็ถามในลักษณะที่ตั้งธงเอาไว้ในใจแล้วว่าคำตอบควรเป็นอย่างนี้ ก็ยังสงสัยเหมือนกันว่าจะถามไปทำไม ?"

เถรี 14-12-2016 09:39

พระอาจารย์กล่าวว่า "วันนี้เป็นการรับสังฆทานและสอนกรรมฐานที่บ้านวิริยบารมีแห่งนี้เป็นวันสุดท้าย เดือนหน้าหรือปีหน้าก็ไปเจอกันที่บ้านเติมบุญ ข้างสถานีรถไฟฟ้าบางรักใหญ่ นนทบุรี

ในส่วนของการโยกย้ายสถานที่ พวกเราส่วนหนึ่งก็เกิดความหวั่นไหว ต้องบอกว่าเสียทีที่ปฏิบัติธรรมกันมานาน เพราะเรื่องแค่นี้เรายังปล่อยให้กระทบกำลังใจเราได้ ถ้าเป็นเรื่องอื่นที่หนักกว่านี้ ก็ย่อมจะทำให้เรามีความหวั่นไหวมากยิ่งขึ้น


การปฏิบัติธรรมของเราต้องมีความมั่นคงขึ้นเรื่อย ๆ และเคยชินกับ 'สิ่งธรรมดา' อย่างที่เขาพิจารณากันว่า เราต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งปวง เพราะถ้าเราไปฝืนก็เป็น 'การฝืนธรรมชาติ ฝืนธรรมดา' ฉะนั้น...ถ้าหากเห็นธรรมดาได้ ก็จะรู้ว่าธรรมดาของโลกเป็นเช่นนี้ ในเมื่อรู้ว่าธรรมดาของโลกเป็นเช่นนี้ เราสามารถปล่อยได้ วางได้ กำลังใจของเราจะก้าวขึ้นสู่อีกระดับหนึ่ง ก้าวเข้าไปส่วนของสังขารุเปกขาญาณ ซึ่งเป็นส่วนที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับนักปฏิบัติธรรมที่จะต้องมีไว้

ถ้าไม่มีในสังขารุเปกขาญาณ เราก็ยังต้องกระทบกระทั่งกับผู้อื่น กับสัตว์อื่น กับสิ่งของ กับสถานที่ กับทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะยังมีความรักชอบเกลียดชังเป็นปกติ โดยเฉพาะบางอย่างที่นอนเนื่องอยู่ในสันดานของเรา เป็นอนุสัยกิเลส เรารู้ไม่เท่าทัน อย่างเช่น ความหัวดื้อ ความรั้น ไม่ฟังใคร เป็นต้น ถึงเวลาต่อให้เขายกเหตุผลมาร้อยแปด เราก็ไม่ฟัง ถ้าลักษณะอย่างนั้นโอกาสที่จะกลายเป็นปทปรมะ คือ บุคคลที่สงเคราะห์ไม่ได้ โปรดไม่ได้ เพราะว่ารู้มากเกินไป ก็จะเกิดขึ้นแก่เรา"

เถรี 14-12-2016 09:41

"ฉะนั้น...สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เราต้องหาประโยชน์ในด้านธรรมะให้ได้ หลักการสำคัญที่สุดก็คือ อะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม เราต้องรักษาความผ่องใสของใจเอาไว้ให้ได้ อย่าได้หวั่นไหวไปกับสิ่งต่าง ๆ รอบข้าง อะไรที่ดีเกิดขึ้นกับเรา จิตใจก็อย่าฟูมากนัก อะไรที่ร้ายเกิดขึ้นกับเรา ก็อย่าห่อเหี่ยวแฟบฟุบมากจนเกินไป

การย้ายสถานที่ใหม่ก็ย่อมมีบุคคลที่สะดวกขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องมีบุคคลที่เดินทางลำบากขึ้น เพราะระยะทางไกลขึ้น เป็นต้น บุคคลที่อยู่ใกล้ก็ให้วางกำลังใจลักษณะที่ว่า เป็นโชคดี เป็นบุญใหญ่ของเราแล้ว ที่สามารถเดินทางไปปฏิบัติธรรมหรือไปทำบุญได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ส่วนบุคคลที่ไกล เดินทางลำบากขึ้น ต้องต่อรถหลายต่อ ก็ให้วางกำลังใจลักษณะที่ว่า ได้แสดงออกซึ่งความพากเพียรของเราที่จะก้าวเข้าไปหาความดี ที่จะไขว่คว้าหาความดี แม้ว่าจะลำบากเพียงใดเราก็ไม่ท้อถอย ถ้าอยู่ในลักษณะอย่างนี้จึงจะสมกับเป็นนักปฏิบัติ แต่ถ้ามัวไปตัดพ้อต่อว่า กอบโกยเอา รัก โลภ โกรธ หลง เข้ามาใส่ตัว ก็จะมีแต่โทษมากกว่าประโยชน์

ในวันสุดท้ายก็ขอตักเตือนพวกเราเอาไว้ว่า
สิ่งใดก็ตามที่เกิดขึ้น สิ่งทั้งหลายเหล่านั้นเราต้องสรรหาประโยชน์มาให้ได้ และที่สำคัญที่สุด ก็คือ รักษาสภาพจิตของเราให้มั่นคง แน่วนิ่ง ไม่หวั่นไหว ไม่ยินดีและไม่ยินร้าย ถ้าทำอย่างนั้นได้โอกาสที่เราจะหลุดพ้นจากกองทุกข์นี้จึงจะมีขึ้นมาได้

ไปเปิดดูหนังสือสวดมนต์วัดท่าขนุนก็ได้ ปัพพชิตอภิณหปัจเวกขณะที่ว่า เราจักมีประการต่าง ๆ คือว่า เราจะพลัดพรากจากของรักของชอบใจเป็นธรรมดา ฯลฯ ไล่ไปเถอะ ครบ ๑๐ ข้อเมื่อไร ถ้ายังไม่บรรลุก็ให้ทบทวนใหม่"


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 15:03


ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว