กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กระดานสนทนาวัดท่าขนุน (https://www.watthakhanun.com/webboard/index.php)
-   เก็บตกจากบ้านเติมบุญ (https://www.watthakhanun.com/webboard/forumdisplay.php?f=65)
-   -   เก็บตกบ้านเติมบุญ ต้นเดือนตุลาคม ๒๕๖๓ (https://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=7262)

เถรี 29-10-2020 09:15

พระอาจารย์กล่าวว่า “ช่วง ๒-๓ วันนี้เครื่องปรับอากาศที่ห้องพักข้างบนไม่เย็น อาตมาคิดว่าน้ำยาหมด ช่างมาดูให้แล้วบอกว่าไม่มีอะไรเสียหาย ทุกอย่างดีหมด ยกเว้นหลวงพ่อเปิดไว้แค่ ๒๗ องศาเซลเซียส หน้านี้ฝนมา ความชื้นเยอะ ก็เลยไม่เย็น ๒๗ องศาเซลเซียสนี่อาตมาเปิดแบบเกรงใจแล้วนะ ปกติจะเปิด ๒๘ องศาเซลเซียส..! ที่เปิดก็ไม่ใช่อะไรหรอก เปิดให้หายใจได้เท่านั้น ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีอากาศหายใจ

ห้องปรับอากาศเป็นต้นเหตุของมะเร็ง ไม่ควรที่จะใช้เสียด้วยซ้ำไป เพราะว่าร่างกายของเรา ถ้าเนื้อเยื่อขาดออกซิเจนก็จะดิ้นรนเพื่ออยู่รอดให้ได้ จึงสร้างเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมา พอสร้างขึ้นมาก็กลายเป็นก้อนมะเร็ง คราวนี้การอยู่ในห้องปรับอากาศออกซิเจนมีน้อย ใครนอนห้องปรับอากาศบ่อย ๆ ก็เตรียมพร้อมที่จะเป็นมะเร็งไว้ด้วย ยังโชคดีที่อาตมาสู้ไม่ได้ เพราะว่านอนห้องปรับอากาศแล้วจะคัน ที่พอรับได้ก็คือเปิดสัก ๒๗-๒๘ องศาเซลเซียส ซึ่งไม่มีใครเขาเปิดกัน”

เถรี 29-10-2020 09:23

พระอาจารย์กล่าวว่า “โยมอาจจะสงสัยว่าอาตมาขัดถูเสกเป่าอะไรอยู่ เป็นพระสังกัจจายน์เนื้อยาจินดามณี ยาจินดามณีถ้าทำถูกสูตรจริง ๆ เวลาแห้งแล้วจะแข็งเป็นหิน ลักษณะเหมือนกับเป็นพระธาตุ จนกระทั่งคนเขาบอกว่า ยาเม็ดจินดามณีหลวงปู่บุญ หลวงปู่เพิ่ม ค้อนทุบไม่แตก ไอ้คนพูดบ้า..! ถ้าค้อนทุบนี่แตกแน่นอน แต่มือทุบไม่แตก ค้อนทุบลงไปจะเหลือหรือ ? หินยังแตกเลย..!

ว่าง ๆ ก็ฝึกดูอิริยาบถและสัมปชัญญะ เคลื่อนไหวไปภาวนาไป เป็นการซักซ้อมสมาธิใช้งานไปในตัวด้วย โบราณท่านใช้วิธีเคี้ยวหมาก เคี้ยวไปกำหนดรู้ไป ภาวนาไป สติจะอยู่ภายในตลอด เราจะเห็นว่าหลวงปู่หลวงพ่อจำนวนมากด้วยกัน
คายชานหมากออกมาแล้วปืนยิงไม่ออก เพราะว่าไหน ๆ ก็ภาวนาแล้วจึงเล่นคาถามหาอุดไปด้วย ส่วนยุคของอาตมาถ้าจะเคี้ยวก็ควรที่จะเคี้ยวหมากฝรั่ง แต่อาตมาใส่ฟันปลอมเยอะ ไม่เหมาะที่จะเคี้ยวหมากฝรั่ง เพราะว่าเวลาเคี้ยวเสร็จฟันปลอมจะติดหมากฝรั่งออกมาด้วย ...(หัวเราะ)...”

เถรี 29-10-2020 09:25

พูดถึงข่าวรถไฟชนกับรถบัสทอดกฐิน “ไปทอดกฐิน เจอรถไฟชนตายเกือบ ๒๐ ศพ ได้แต่หวังว่ากำลังใจคงจะยึดมั่นในบุญกุศลนะ อย่างน้อย ๆ ก็จะได้ไปดี

คนขับรถทัวร์ประมาทมาก รถไฟเปิดหวูดเตือนแล้วก็ยังไม่ยอมหยุด ยังอุตส่าห์คลานข้ามไปอีก พวกเราคงไม่คิดว่าความเร็ว ๙๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้นเร็ว เพราะว่าส่วนใหญ่ก็ขับรถกันเกิน ๑๐๐ แต่ว่ารถไฟที่มากับราง ๙๐ นั้นคือ ๙๐ เต็ม ๆ ส่วนของพวกเราถ้าขับ ๑๒๐ เดี๋ยวเจอโน่นก็ต้องเบรก เจอนี่ก็ต้องชะลอ บางทีเฉลี่ยยังไม่ได้ ๑๐๐ เลย

ไปคำนวณความเร็วผิดก็โดนรถไฟเสยเสียเต็มที่ คนตายไม่เป็นไรหรอก ถ้ากำลังใจเกาะบุญน่าจะไปดี แต่ที่บาดเจ็บสาหัส พิกลพิการจะทำอย่างไร ? ถ้าหากว่ารถไม่มีประกันบุคคลที่สามก็เจริญ..! แต่ว่าส่วนใหญ่เขาบังคับให้มีอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้ให้มากมายอะไร”

เถรี 29-10-2020 09:25

พระอาจารย์กล่าวกับโยมที่ช่วยงานบ้านเติมบุญ “นี่เขาเรียกว่าตกงานใช่ไหม ? ไม่มีคนแล้วไปไหนไม่เป็น ขึ้นมานั่งกันหน้าสลอน ...(หัวเราะ)... ทำไปตามหน้าที่ คนมากก็ทำเต็มที่ คนน้อยก็ทำเต็มที่ ทำให้ตอบตัวเองได้ว่าเราเต็มที่แล้ว

เถรี 29-10-2020 09:26

ถาม : เดือนหน้าจะสอบใบประกอบวิชาชีพแพทย์ค่ะ ?
ตอบ : ก็สอบสิจ๊ะ อย่าแค่อยาก...ลงมือทำ ถ้าอยากนั้นยังไม่ได้ทำ ต้องลงมือทำเลย อย่าไปกลัวอะไรที่ลำบาก และอย่าไปคิดอะไรล่วงหน้า ถ้ายากจริงเขาก็คงไม่จบไปเป็นหมอกันเยอะแยะหรอก

เถรี 29-10-2020 09:28

พระอาจารย์กล่าวว่า “น่าเสียดายที่ช่วงนี้เป็นช่วงไวรัสโควิด-๑๙ อาละวาด ไม่อย่างนั้นอาตมาอยากจะไปสิงคโปร์ที่เป็นประเทศอยู่ใกล้ ๆ เรา จะไปดูว่าสนามบินที่ปรับปรุงใหม่แล้วเป็นอย่างไร

สิงคโปร์เป็นประเทศยากจนมาก คำว่า “จน” ในที่นี้ ก็คือจนทรัพยากรธรรมชาติ ไม่มีป่าไม้ ไม่มีน้ำจืด แต่สิงคโปร์พยายามพลิกความจนให้เป็นมี ก็คือไม่ยอมจนแต้ม ไม่ยอมจนใจ สรรหาสิ่งต่าง ๆ มา ไม่มีป่าไม้ก็ปลูกสวนรุกขชาติขึ้นมา ไม่มีกล้วยไม้ก็เพาะพันธุ์ขึ้นมา ซื้อนักวิชาการไปจากเมืองไทยนี่แหละ แล้วก็ทำเป็นสวนกล้วยไม้ที่โด่งดังมาก ค่าเข้าชมแพงทีเดียว

ในเมื่อสิงคโปร์สร้างสิ่งที่ไม่มีให้มีขึ้นมา ก็เป็นเรื่องที่เราควรจะไปดูไปศึกษา จะได้เอาแรงบันดาลใจมาปรับปรุงว่า เราที่มีอยู่จะดัดแปลงอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะว่าเขาไม่มียังทำให้มีได้ ส่วนของเราถ้าหากว่ามีแล้วไม่รู้จักเอามาใช้ประโยชน์ ต้องบอกว่าเสียชาติเกิด..!”

เถรี 29-10-2020 09:30

พระอาจารย์กล่าวว่า “ระยะนี้เขาเตรียมตัวจะประท้วงรัฐบาลกัน อาตมาสังเกตแล้วเป็นการปะทะสังสรรค์ของคนสองวัย ก็คือวัยรุ่นกับวัยร่วง วัยรุ่นนี่ต้องบอกว่าฮอร์โมนล้นเกิน ส่วนวัยร่วงนี่ก็คือฮอร์โมนกำลังขาด ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะทำให้สองรุ่นนี้ไปด้วยกันได้ เพราะว่าคนยุคเก่าก็จะมองว่า “เฮ้อ...เด็กสมัยนี้” ส่วนเด็กรุ่นใหม่ก็ “ไดโนเสาร์แล้วปู่..!”

เพียงแต่ว่าถ้าเรารู้จักดูดี ๆ จะเห็นว่าทั้งสองรุ่นนั้น ความจริงแล้วควรที่จะต้องหันหน้าเข้าหากัน เพราะว่าเด็กวัยรุ่นพลังงานกำลังเหลือเฟือ ทำอะไรก็ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ส่วนคนแก่นั้นประสบการณ์เหลือเฟือ ผ่านชีวิตมามาก ผ่านโลกมามาก บางอย่างเด็กวัยรุ่นยังไม่เคยผ่านมาก่อน ต้องลองผิดลองถูก แต่ถ้าหากว่าได้ประสบการณ์จากผู้ใหญ่ ก็ไม่ต้องเสียเวลาไปลองผิดลองถูกกับใคร สามารถเข้าสู่การปฏิบัติงานจริงได้เลย

ดังนั้น..ทำอย่างไรที่จะหาตัวเชื่อมคนทั้งสองรุ่นนี้เข้าหากันได้ ซึ่งก็คงต้องหาผู้ใหญ่ในแผ่นดินซึ่งเป็นที่เชื่อถือ แต่ว่าสมัยนี้ก็หายาก ลองไปนึกถึงตอนที่พลตรีจำลอง ศรีเมือง พาคนประท้วงพลเอกสุจินดา คราประยูร แล้วมีในหลวงรัชกาลที่ ๙ ออกมาเตือนสติทั้งสองฝ่าย ว่าถ้าทำอย่างนี้ต่อไป ใครจะแพ้ใครจะชนะนั้นไม่สำคัญแล้ว เพราะว่าที่แพ้ที่สุดก็คือประเทศชาติที่เสียหายล่มจมไป

เพราะฉะนั้น..บุคคลที่มีแนวคิดที่แหลมคม มีความสามารถที่จะหลอมรวมคนสองวัย และมีบารมีเพียงพอที่จะทำให้ทั้งสองฝ่ายหันหน้าเข้าหากันได้นั้น ตอนนี้ยังหายากอยู่”

เถรี 30-10-2020 23:54

ถาม : ลูกชายความจำเสื่อม ก็เลยไปบนบวชกับหลวงพ่อ แต่ว่าช่วงนี้งานอะไรก็ยังไม่เสร็จ ก็เลยจะขอเลื่อนบวชไปช่วงหลังปีใหม่ครับ ?
ตอบ : อันนี้ต่อรองอาตมาไม่ได้ ต้องไปต่อรองกับคนที่เราบนด้วย ส่วนใหญ่เวลาเราบนก็จะเอาเร็ว ๆ แต่เวลาแก้บนก็จะให้ช้า ๆ ระวัง..รางวัลใหญ่จะมาเสียก่อน..!

ถาม : แล้วลูกชายเขาจะเป็นอย่างไรบ้างครับ ?
ตอบ : ต้องถามหมอ ความจำเสื่อมดันมาถามพระ..!

ถาม : เขาจำได้หมดแล้วครับ แต่ว่าอาการเขาเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมครับ ?
ตอบ : จับฝึกกรรมฐาน ถ้าหากว่าสมาธิทรงตัว ทุกอย่างจะดีขึ้น

คนเคยเจ็บเคยป่วยจะให้เหมือนเดิมคงเป็นไปไม่ได้ ก็ต้องมีเปลี่ยนแปลงกันบ้าง แต่ว่าระยะหลังมีหนังบ้าง หนังสือบ้าง ประเภทที่เรียกว่าทะลุมิติไปเข้าอีกคนหนึ่ง ก็เลยเหมือนกับว่าความจำเสื่อมใช่ไหม ? ...(หัวเราะ)...

เถรี 30-10-2020 23:56

พระอาจารย์กล่าวกับโยม “ค่อย ๆ เดินนะจ๊ะ อายุมากขึ้นก็ต้องระวังมากขึ้น ช่วงเดือนที่ผ่านมาอาตมาตกบันได บันไดทางเดินกลับจากบิณฑบาต เพราะว่าฝนมักจะตกหนักตอนช่วงเช้าที่เดินบิณฑบาต สบงจีวรรัดตัวจนก้าวไม่ออก ขั้นบันไดเป็นขั้นใหญ่ แต่เท้าก้าวได้นิดเดียวเพราะว่าสบงรัดติดอยู่ ก็ร่วงเลย ...(หัวเราะ)...

ถึงได้เข้าใจว่า สมัยอยู่วัดท่าซุงอาตมาไม่เคยเรือล่ม แต่บรรดารุ่นพี่ ๆ ที่เรือล่มเขาแนะนำกันไว้ เขาบอกว่าเรือล่มเมื่อไรสลัดจีวรออกให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นจะโดนจีวรรัดจมน้ำตาย พอมาเจอกับตัวเองตอนฝนตกถึงได้รู้ จีวรดูดติดเนื้อ ก้าวขาไม่ออก แล้วถ้าอยู่ในน้ำก็ไม่สามารถที่จะเตะขาเพื่อว่ายน้ำได้ ...(หัวเราะ)...

พระเณรวัดท่าขนุนเคยชินกับการเดินตากฝนทุกเช้า ไม่ชินก็ต้องชิน เพราะว่าเจ้าอาวาสไม่ทิ้งการบิณฑบาต อายุก็มากกว่า ตำแหน่งก็สูงกว่า แถมยังป่วยตลอดด้วย
คุณจะเอาข้ออ้างอะไรมา..! จะอ้างว่าแก่ก็แก่สู้เจ้าอาวาสไม่ได้ จะอ้างว่าป่วยก็ป่วยสู้เจ้าอาวาสไม่ได้ จะอ้างว่ามีหน้าที่การงาน เจ้าอาวาสก็มีมากกว่า จึงต้องไปตากฝนด้วยกันแต่โดยดี..!

ถึงเวลาโยมอายุมากก็ค่อย ๆ ลุก ค่อย ๆ นั่ง โดยเฉพาะการใส่รองเท้านี่แหละที่ต้องระวังสุด ๆ รองเท้าถุงเท้านี่เวลาเราเดินบันไดที่เป็นไม้กระดานจะลื่นมาก อาตมาเคยบอกพระเณรให้สังเกตว่า บ้านโยมบางหลังเราต้องขึ้นบันไดไป ๔-๕ ขั้นเพื่อที่จะรับบาตร คราวนี้บันไดก็ชัน ประกอบกับหน้าฝนบันไดเปียกก็ลื่นมาก เราต้องตั้งสติระมัดระวังสุดชีวิต ทำอย่างไรที่เวลาปกติเราจะตั้งสติให้ได้ระดับนั้น ถ้าเวลาปกติตั้งสติได้ในระดับที่ขึ้นลงบันไดชัน ๆ เปียก ๆ ลื่น ๆ ได้ ก็แปลว่าพอที่จะเอาตัวรอดได้ ไม่อย่างนั้นสติไม่พอ รัก โลภ โกรธ หลง เกิดขึ้นก่อน ก็โดนลากไปไกลหลายกิโลเมตรแล้ว


เถรี 30-10-2020 23:57

ถาม : เดจาวูนี่เป็นอนาคตังสญาณหรือเปล่าครับ ?
ตอบ : เป็นไปได้ทั้งอนาคตังสญาณและอตีตังสญาณ ส่วนใหญ่แล้วฝรั่งเขาเข้าใจว่าเป็นอนาคตังสญาณ แต่เราต้องเห็นอย่างเช่นว่า เขามองภาพบางอย่าง เสร็จแล้วเขารู้สึกว่าเขาเคยมาที่นี่มาก่อน อันนั้นก็คืออตีตังสญาณ ในอดีตเคยมาตรงนั้น คนไทยเราใช้คำว่าเหมือนกับฝันไป ...(หัวเราะ)...

เถรี 05-11-2020 09:45

ถาม : พ่อของหนูมีเพื่อน ...(ไม่ชัด)... จะชวนพ่อหนูไปทำงาน ?
ตอบ : ถ้ามีงานอยู่แล้วจะไปสนใจเขาทำไม ? จำไว้ว่าใครช่วยเราก็คือต้องเป็นหนี้บุญคุณเขา หนี้อะไรก็ใช้ได้หมด หนี้บุญคุณใช้ไม่มีวันหมด เพราะฉะนั้น..ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าเป็นหนี้บุญคุณใคร มีอะไรทดแทนได้ก็ทดแทน ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าไปขอร้องใคร

ก่อนนั้นมีพระผู้ใหญ่จะให้อาตมาเป็นพระครูฐานานุกรม คือพระครูปลัดของเจ้าคุณชั้นธรรม ซึ่งถ้าหากว่าได้เลื่อนเป็นพระครูสัญญาบัตร ก็จะได้เทียบผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอก แต่อาตมาไม่ไปรับ จะได้ไม่ต้องเป็นหนี้บุญคุณใคร

เถรี 05-11-2020 09:51

ถาม : ตอนที่ทรงอารมณ์นิพพาน ควรจะต้องเป็นอารมณ์ที่นิ่งสงบไปเลยหรือว่าอย่างไรคะ ?
ตอบ : ไม่ใช่ รัก โลภ โกรธ หลง ไม่เกิดก็พอแล้ว รัก โลภ โกรธ หลง ไม่เกิดก็เอาใจเกาะพระหรือเกาะพระนิพพานไว้ ถ้าเกาะพระพุทธเจ้าก็นึกว่าพระพุทธเจ้าอยู่บนพระนิพพาน

ถาม : ระหว่างนั้นถ้าไม่รู้จะทำอะไร แล้วภาวนาได้ไหมคะ หรือควรจะหยุดที่อารมณ์นิ่ง ๆ ไปเลย ?
ตอบ : ถ้ายังมีลมหายใจอยู่ดูลมหายใจ ถ้ายังมีคำภาวนาอยู่ ภาวนาไปด้วย ถ้าลมหายใจหายไป คำภาวนาหายไป ค่อยรับรู้อย่างเดียวว่าตอนนี้หายไป

ถาม : (ไม่ชัด) ?
ตอบ : ต้องดูด้วยว่าตอนนั้นลักษณะเป็นอย่างไร เพราะว่าบางอย่างอาจจะออกไปในแนวของอรูปฌานก็ได้ ดังนั้น..ถ้าเอาแน่ ๆ ก็คือนึกถึงภาพพระไว้เป็นหลัก

ถาม : พอนึกถึงภาพพระเสร็จแล้วจะนึกว่าตัวเองลอยเข้าไปอยู่ในองค์พระ แล้วจะกลายเป็นความสว่าง สว่างไปหมดเลยค่ะ ?
ตอบ : ก็เอาแค่นั้นแหละ กำหนดว่าเราอยู่กับพระหรือยู่กับพระนิพพาน แล้วรักษาอารมณ์นั้นให้อยู่กับเราให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

เถรี 05-11-2020 09:54

ถาม : (ไม่ชัด) ?
ตอบ : นิ่งก็รู้ว่านิ่ง คิดก็รู้ว่าคิด เรามีหน้าที่ตามดูตามรู้เฉย ๆ อย่าไปปรุงไปแต่งอะไร

ถาม : แม้แต่อยากให้อารมณ์นี้อยู่นาน ๆ ก็ไม่ควรใช่ไหมคะ ?
ตอบ : อยากก็ไม่ได้ ดิ้นรนให้พ้นไปก็ไม่ได้ เรามีหน้าที่ตามดูตามรู้เท่านั้น

ถาม : แล้วจะทำอย่างไรให้รักษาอารมณ์ตรงนี้ให้ได้นาน ๆ คะ ?
ตอบ : ทำบ่อย ๆ พอสภาพจิตเคยชิน สมาธิก็จะยืนยาวขึ้นไป แต่คราวนี้พอเราไปเริ่มอยาก ใจเริ่มฟุ้งซ่านก็หลุด หลุดแล้วก็ให้ตื๊อกลับเข้าไปใหม่

เถรี 05-11-2020 09:56

ถาม : อารมณ์นี้บางครั้งก็ทำให้เหมือนแบบเฉยชากับอะไรที่เข้ามา ไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ ?
ตอบ : แล้วไม่ดีหรือ ? หรือจะกระโดดโลดเต้นตามกิเลสไป ? ถ้าทำได้จะตายด้านชั่วคราว จนกว่าเราจะไปปรุงไปแต่งใหม่ ถึงจะ รัก โลภ โกรธ หลง ใหม่ ทำให้หลายคนที่ไม่เคยเข้าถึง คิดว่าตัวเองบรรลุแล้ว แต่ความจริงเป็นการใช้กำลังสมาธิกดกิเลสเอาไว้เท่านั้น

ถาม : บางครั้งก็ซ้อนกาย ?
ตอบ : จะทำอะไรก็ทำ แต่ถ้าหากว่าปรุงแต่งมาก ๆ เผลอเมื่อไรจะโดนกิเลสจะตีร่วง..!

เถรี 05-11-2020 09:58

ถาม : อยู่กับอารมณ์ปัจจุบันนี่อยู่อย่างไรคะ ?
ตอบ : ก็อยู่กับลมหายใจตรงหน้า

ถาม : อยู่แล้วก็คิดว่า เราไม่มีในร่างกายแบบนี้ ทำไม่ได้ค่ะ ?
ตอบ : ไม่จำเป็นต้องคิดก็ได้

ถาม : อยู่กับลมหายใจ ?
ตอบ : อยู่แค่ตรงนี้ ไม่ไปอดีตไม่ไปอนาคต ถ้าทำงานอยู่ก็จดจ่อกับงานเฉพาะหน้า

เถรี 05-11-2020 10:02

:cebollita_onion-17::cebollita_onion-17: เก็บตกเดือนตุลาคม ๒๕๖๓ หมดแล้วค่ะ :cebollita_onion-17::cebollita_onion-17:
ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย ทะเล คะน้า เถรี เผือกน้อย และนายกระรอก


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 21:12


ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว