กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กระดานสนทนาวัดท่าขนุน (https://www.watthakhanun.com/webboard/index.php)
-   เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๕ (https://www.watthakhanun.com/webboard/forumdisplay.php?f=119)
-   -   เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๕ (https://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=8629)

ตัวเล็ก 31-05-2022 19:20

เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๕
 
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันอังคารที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๕



เถรี 01-06-2022 01:00

วันนี้ตรงกับวันอังคารที่ ๓๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕ สิ้นเดือนอีกแล้ว เราจะต้องนึกอยู่เสมอว่า วันเวลาล่วงไป ๆ เราทั้งหลายทำอะไรกันอยู่ ? คุณวิเศษของเรามีหรือไม่ เพื่อที่จะได้ไม่เก้อเขินเมื่อเพื่อนสหธรรมิกไต่ถาม ? สวดกันอยู่บ่อยเต็มที แต่พวกเราก็ลืมเอามาใช้งาน

ช่วงหลายวันที่ผ่านมา กระผม/อาตมภาพไปปลุกเสกวัตถุมงคลหลายแห่ง พรุ่งนี้ก็ต้องไปอีก คราวนี้มีอยู่แห่งหนึ่ง ครั้งล่าสุดที่ผ่านมา ต้องบอกว่าเหนื่อยเป็นพิเศษ เหตุที่เหนื่อยเป็นพิเศษเพราะว่า วัตถุมงคลผ่านการปลุกเสกมาหลายครูบาอาจารย์แล้ว..มั่วไปหมด..!

คำว่า มั่วไปหมด แปลว่าอะไร ? ก็คือครูบาอาจารย์แต่ละท่านมีความสามารถไปคนละทิศคนละทาง ต่างคนต่างก็ใช้ความสามารถของตัวเองแล้วไปด้วยกันไม่ได้ อย่างเช่นว่ารายหนึ่งลงมหาลาภ อีกรายหนึ่งไปลงมหาอุด รายหนึ่งไปลงเมตตามหาละลวย อีกรายหนึ่งดันไปลงคงกระพันชาตรี ก็เจริญละขอรับ..!

พวกท่านเคยคิดไหมว่าจะมีปัญหาอย่างนี้ด้วย ? คือ ถ้าหากว่าปลุกเสกเดี่ยวก็จบเลย ถนัดทางด้านไหนก็ว่าไปเลย หรือถ้าหากว่าปลุกเสกพร้อมกัน ก็จัดกระแสไปพร้อมกัน เสร็จเรียบร้อยในทีเดียวเลย แต่ประเภทที่เขาเสกเสร็จมาหลายราย แล้วเราไปทีหลังนี่ รับประกัน..เหนื่อยลิ้นห้อยทุกราย..! ยกเว้นว่าหูหนวกตาบอดไม่รู้อะไร แล้วเราก็มั่วต่อไปอีกรายหนึ่ง..! ก็ขึ้นอยู่กับความเฮงของคนที่เอาไปใช้ ลองนึกถึงว่าถ้าเราลงมหาลาภไว้ แล้วไปโดนมหาอุดทับข้างบน แล้วจะเกิดอะไรขึ้น..!??

หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี เป็นสุดยอดครูบาอาจารย์ท่านหนึ่ง ที่ในชีวิตกระผม/อาตมภาพได้พบมา ถ้าหากว่าหลวงปู่โต๊ะอยู่ในพิธีไหน พระเกจิอาจารย์ทุกรูปจะสบายใจมาก เพราะว่าหลวงปู่ท่านจัดกระแสให้เสร็จสรรพเรียบร้อยหมด พูดง่าย ๆ ว่าในพิธีมีหลวงปู่องค์เดียวก็ได้ แต่ถึงมีหลายองค์ ท่านก็ช่วยทำให้ จึงเบาแรงคนอื่นไปมาก

เถรี 01-06-2022 01:08

ตั้งแต่อดีตมาจนปัจจุบัน พระเกจิอาจารย์ส่วนใหญ่ใช้กำลังสมาธิเฉพาะตน น้อยรายที่จะขอบารมีพระ หรือว่าขอให้พรหมเทวดา ขอให้ครูบาอาจารย์สงเคราะห์ได้ ถามว่าท่านได้อภิญญา ได้สมาบัติ สามารถทรงฌานได้ แล้วยังไม่พออีกหรือ ?

ก็ต้องฟังที่หลวงพ่อฤๅษีฯ ท่านเล่าว่า หลวงพ่อเล็ก วัดบางนมโค ได้รับคำสั่งหลวงปู่ปานเอาวัตถุมงคลไปเสกตลอดไตรมาส เมื่อยกกลับมา ท่านบอกว่า "ใช้ไม่ได้..ให้เอาไปเสกใหม่" หลวงพ่อเล็กก็มานั่งกุมหัว ก็เข้าสมาบัติ ๘ เต็มที่แล้ว ไม่มีอะไรเกินกว่านี้อีกแล้ว ทำไมเสกมาตั้ง ๓ เดือนยังใช้ไม่ได้ ?

ท้ายสุดในเมื่อครูบาอาจารย์สั่งให้เสกใหม่ ท่านไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ก็เลยขอบารมีพระสงเคราะห์ เมื่อพระท่านบอกว่าเต็มแล้ว ก็แบกไปถวายหลวงปู่ปาน ท่านบอก "เออ..ต้องอย่างนั้น" เพราะว่าลำพังตัวเราเอง ต่อให้มีความสามารถแค่ไหน ก็เต็มไปด้วยข้อจำกัด

เนื่องจากว่าคนที่ทรงอภิญญาสมาบัติจะมีระยะเวลา ทำได้มาก เวลาก็นานมาก ทำได้น้อย เวลาก็น้อย อย่างเช่นว่าอาจจะอธิษฐานให้มีอานุภาพไป ๒๐๐ ปี แล้วหลังจากนั้นล่ะ ? ไอ้พวกหลานพวกเหลนเอาไปใช้ต่อ อาจจะซวยไม่รู้ตัว เพราะว่ากลายเป็นวัตถุปกติธรรมดาชิ้นหนึ่งไปแล้ว..!

ดังนั้น...พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดท่าซุงถึงได้สอนพระของท่านว่า เวลาเสกวัตถุมงคล อย่าใช้ความสามารถของตัวเอง อันดับแรกเลย กราบขอบารมีพระพุทธเจ้าท่านสงเคราะห์ ถัดจากนั้นก็ขอท้าวสหัมบดีพรหม ผู้เป็นอธิบดีของพรหมทั้งปวง แล้วก็มาขอท่านปู่พระอินทร์ ผู้เป็นหัวหน้าเทวดาทั้งหมดให้ช่วย

เถรี 01-06-2022 01:10

ท่านบอกว่า ต่อให้เป็นเทวดาชั้นปลายแถวก็ยังมีความสามารถมากกว่ามนุษย์หัวแถว แล้วอายุขัยของเทวดาก็ยาวนานมาก เราอาจจะตายไปหลายครั้งแล้ว แต่ท่านเองก็ยังอยู่ ดังนั้น...สิ่งที่ท่านสงเคราะห์จะมีอายุการใช้งานที่ยืนนานกว่ามาก หรือถ้าได้บารมีพระพุทธเจ้าท่านสงเคราะห์ก็เป็นอันว่าจบกันเลย

ดังนั้น...ต่อไปถ้าหากว่าท่านทั้งหลายต้องไปในงานประเภทนี้ ก็อย่าไปมั่วตามเขา อย่างไรเสียให้กราบขอบารมีพระท่านสงเคราะห์ไว้ก่อน นึกอะไรไม่ออกก็ อิติปิ โสฯ สวากขาโตฯ สุปฏิปันโนฯ ว่าไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะหมดพิธี เพียงแต่ว่าให้น้อมใจนึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ด้วยความเคารพ หวังเป็นที่พึ่งที่ระลึกจริง ๆ ขอให้ท่านช่วยสงเคราะห์ เสกวัตถุมงคลทั้งหมดในพิธีนี้ให้ด้วย ส่วนจะได้แค่ไหนอีกเรื่องหนึ่ง

หลวงพ่อวัดท่าซุงท่านบอกเอาไว้แล้วว่า ทิพจักขุญาณชัดเจนมากเท่าไร ก็ทำตามที่พระท่านสั่งหรือครูบาอาจารย์ท่านสั่ง ถ้าหูหนวกตาบอด ก็ใช้วิธีที่
กระผม/อาตมภาพบอกไป

คราวนี้ในงานปลุกเสกวัตถุมงคลที่ผ่าน ๆ มา ก็มีการเข็นครูบาอาจารย์เข้าไปในพิธี อย่างหลวงปู่เจ้าคุณพัฒน์ วัดห้วยด้วน ไม่มากไม่มาย อายุแค่ ๑๐๐ ปี..! หลวงปู่สมบุญ วัดลำพันบอง ๑๐๑ ปี หลวงปู่เจ้าคุณสุวรรณ วัดดอนไก่ดี ๑๐๕ ปี
กระผม/อาตมภาพหันไปบอกบรรดาไอ้ทิดที่รับใช้อยู่ข้าง ๆ ว่า "ถ้าถึงขนาดเข็นรถ เอ็งก็ไม่ต้องรับงานให้ข้าแล้วนะ ถ้าเดินเองไม่ได้ ข้าไม่ไปหรอก..!"

เห็นใจว่าเรื่องของพระเรานั้นเป็นเรื่องที่อัศจรรย์มาก ยิ่งแก่ยิ่งมีราคา คุณไปดูของอย่างอื่นสิ แก่ไปแล้วมีราคาไหม ? มีแต่เก่าหมดสภาพไปเรื่อย สมัยนี้ไม่ต้องมีอะไร แค่แก่อย่างเดียวก็พอ ไม่ต้องแก่วิชา แค่แก่อายุ เขาก็เอาเราไปขายได้แล้ว..!

ตรงนี้ก็แค่บ่นให้ฟังเท่านั้น ว่าในปัจจุบันของเรานี้ ครูบาอาจารย์หลายรูปอายุหมดลง เพราะว่าลูกศิษย์พาออกงานโดยไม่บันยะบันยัง โดยเฉพาะท่านที่ใช้กำลังของตัวเองในการเสกวัตถุมงคล ในเมื่อต้องทอนพลังจิตของตัวเองไปเรื่อย ๆ ส่วนที่ต้องค้ำร่างกายอยู่ก็หมดไปเรื่อย ท้ายที่สุดหมดจนกระทั่งค้ำร่างกายไม่อยู่ ก็เป็นอันว่าไปละนะ..! เรื่องพวกนี้ยิ่งนานไปพวกท่านก็จะยิ่งได้รู้เห็นมากขึ้น

เถรี 01-06-2022 01:22

ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะพูดในวันนี้ก็คือ มีการรณรงค์ให้เลิกใช้เลขไทย ตรงนี้ไม่ต้องมารณรงค์ในเว็บวัดท่าขนุน เพราะว่ากระผม/อาตมภาพเล็งเห็นตรงนี้มานานแล้ว ถึงได้บังคับเว็บวัดท่าขนุนใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องและใช้เลขไทย ต้องบอกว่าทำมานานหลายสิบปีแล้ว แล้วบรรดาท่านทั้งหลายที่โดนใบแดงบ้าง โดนจับแช่แข็งเพราะไม่กลับไปแก้ไขบ้าง มีจนนับไม่ถ้วน..!

เนื่องเพราะ
กระผม/อาตมภาพเล็งเห็นตรงจุดนี้ว่า ถ้าพวกเราไม่ช่วยกันรักษาเอาไว้ ภาษาไทยที่พวกเราภูมิใจหนักหนาว่าเราเป็นประเทศที่เป็นเอกราช ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นใคร ถามว่าทำไมไม่เคยเป็นเมืองขึ้นใคร ? ทั้ง ๆ ที่เราเสียกรุงให้พม่า ๒ ครั้ง ก็เพราะว่าพม่าไม่ได้มาปกครอง แต่ปล่อยให้เราครองกันเอง

เรามีอักษรไทย ซึ่งพิสูจน์ได้ว่ามีมาตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ๗๐๐ กว่าปีมาแล้ว แต่มาเจอไอ้ลูกหลานสายตาสั้น วิสัยทัศน์แคบ อ้างว่าไม่เป็นสากล ขอยกเลิกการใช้เลขไทย แค่นั้นยังไม่พอ ยังให้ยกเลิกการใช้พุทธศักราช ถ้าพวกท่านสังเกตจะเห็นว่ากระผม/อาตมภาพไม่เคยอ่านว่า พ.ศ. แต่จะอ่านว่าพุทธศักราชเสมอ

สิ่งทั้งหลายเหล่านี้คือการประกาศความเป็นไทย และความเป็นเอกราชของเรา โปรดระมัดระวังไว้ว่า ต่อไปภายภาคหน้าจะมีไอ้พวกสิ้นสติ จะรณรงค์ให้เลิกใช้ภาษาไทย โดยอ้างว่าภาษาไทยใช้กันในกลุ่มน้อย ไม่ถึง ๘๐ ล้านคนเท่านั้น..!

ถ้าหากว่าเราไม่เข้มแข็ง และไม่มั่นคงเอาไว้ในภาษาไทยตั้งแต่บัดนี้ เรื่องนี้จะมาเร็วกว่าที่คิด เพราะว่าแม้กระทั่งการรณรงค์ให้ยกเลิกสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นหลักชัยสำคัญที่สุดสถาบันหนึ่งในประเทศไทยของเราก็ได้เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งล้วนแล้วมาจากพวกหวังดีแต่ประสงค์ร้ายทั้งสิ้น..!

วิธีที่ดีที่สุดก็คือ ทำอย่างไรที่ให้เรามีความเข้มแข็ง มั่นคง ทำอะไรแล้วมีคนยินดีทำตาม ? ถึงเวลาแล้วเราบอกกล่าวอะไรแล้วมีคนจำนวนมากทำตาม ก็สามารถที่จะรักษาสิ่งทั้งหลายเหล่านี้เอาไว้ได้

จึงฝากเป็นภาระของพระภิกษุสามเณรและญาติโยมทั้งหลายว่า ทำอย่างไรที่เราจะฝึกฝนใน ศีล สมาธิ ปัญญา ของเราให้เกิดผลเป็นทิฏฐธรรมมิกัตถประโยชน์ คือประโยชน์ที่เห็นทันตาในชาตินี้ เมื่อถึงเวลาญาติโยมเขาเห็น เกิดความศรัทธาเลื่อมใสขึ้นมา เราจะทำอะไรก็มีคนยินดีทำตามเป็นจำนวนมาก

วันนี้ก็ขอเรียนถวายแก่พระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมทั้งหลายแต่เพียงเท่านี้


พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
วันอังคารที่ ๓๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 04:50


ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว