กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กระดานสนทนาวัดท่าขนุน (https://www.watthakhanun.com/webboard/index.php)
-   เก็บตกจากบ้านเติมบุญ (https://www.watthakhanun.com/webboard/forumdisplay.php?f=65)
-   -   เก็บตกจากบ้านเติมบุญ ต้นเดือนมกราคม ๒๕๖๒ (https://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=6451)

นายกระรอก 06-01-2019 14:05

เก็บตกจากบ้านเติมบุญ ต้นเดือนมกราคม ๒๕๖๒
 
หลังกล่าวคำขอขมา “ถ้าใช้ “อิมินา” ต้องลง “ปูเชมะ” ถ้าเป็น “อิมัง” ถึงจะลง “ปูเชมิ” ของพวกเราไม่ใช่เซียนบาลี เรื่องผิดเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว”

นายกระรอก 06-01-2019 14:09


หลังจากถวายผ้าป่า “ภาษาบาลีพวกเราไม่ถนัด บางทีก็เอาความเข้าใจของเราใส่เข้าไป บาลีใช้ ป.ปลา “ปังสุกูละจีวะรานิ” แปลว่า จีวรอันมาจากผ้าเปื้อนฝุ่น แต่พอแปลงเป็นไทยเขาเปลี่ยนเป็น บ.ใบไม้ เราจะออกเสียงว่า “บังสุกุล” ไม่ใช่ “บังสกุล” นะ ดังนั้น..ของพวกนี้ถ้าเราไม่เข้าใจก็จะว่าผิด ๆ ไปเรื่อย หลายท่านก็ “บังสุกูละจีวะรานิ” กลายเป็นบาลีปนไทย ซึ่งผิด

แล้วยิ่งเด็กรุ่นใหม่บางทีไปไกลเลย “คิกขุสังโฆ” ต้อง “ภิกขุสังโฆ” พระภิกษุอันเป็นหมู่สงฆ์ ไม่ใช่ภิกษุผู้น่ารัก..! ไปกันไกลมาก เพราะฉะนั้น..อะไรที่เราเป็นชาวพุทธพยายามทำให้ถูก ทำให้ดีไว้ แบบเดียวกับ “พุทธะปูชา” อย่าลืมว่าบาลีเขาใช้ ป.ปลา พอมาเป็นภาษาไทยถึงเป็น “พุทธบูชา” ดังนั้น..ถ้าเขา “พุทธะปูชา มหาเตชะวันโต” เราก็ ปูชา ตามเขา “ปูเชมิ” เราก็ ปู ตามเขาไป ไม่อย่างนั้นแล้วจะกลายเป็นผิด โดยเฉพาะบางส่วนผิดแล้วความหมายเพี้ยนไปเลย จะทำให้คนที่รับช่วงต่อ ๆ ไป ผิดไปด้วย”

นายกระรอก 06-01-2019 14:12

“ในช่วงปีใหม่พวกเราตั้งใจมาทำสามีจิกรรม คือ กระทำสิ่งที่ดีงาม เป็นแบบอย่าง เป็นธรรมเนียมประเพณีแต่เดิม ๆ มา ได้แก่ การขอขมาพระรัตนตรัย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะว่าการที่เราทั้งหลายได้คิด พูด ทำ ก็จะต้องมีบางสิ่งบางอย่างในขณะที่สภาพจิตของเรายังหยาบอยู่ มีการล่วงเกินต่อพระรัตนตรัยโดยรู้ตัวก็ดี ไม่รู้ตัวก็ดี เราก็มาขอขมากัน ซึ่งความจริงพระท่านก็ไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองอะไร เพียงแต่ว่าการแสดงออกด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจของเรา ก็คือเรารู้ว่าผิด เราขอขมา ถ้าหากว่าเป็นเด็กกระทำต่อผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่เห็นก็ให้ความเอ็นดู ให้ความเมตตา ก็ให้อภัย ก็เท่ากับว่าทุกสิ่งทุกอย่างกลับเข้าสู่ความดีงามเหมือนเดิม

ส่วนในเรื่องของการสร้างบุญสร้างกุศลรับปีใหม่ เช่นการถวายผ้าป่า ก็ถือว่าเป็นการสร้างเสริมบุญกุศลรับศักราชใหม่ เอาสิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต ซึ่งถ้าเราสามารถทำได้โดยตลอด สิ่งชั่วทั้งหลายก็ไม่สามารถที่จะเข้าสู่ชีวิตของเราได้ เพราะว่าความดีความชั่วนั้น สภาพจิตของเรารับได้อย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีใครสามารถที่จะทำชั่วทำดีพร้อม ๆ กันได้ ถ้าหากว่าความดี อาศัยอยู่ในใจของเราที่เหมือนเก้าอี้ตัวเดียว ความชั่วก็เข้าไม่ได้ แต่ถ้าความชั่วเข้ามาก่อน ความดีก็เข้าไม่ได้เช่นกัน

นายกระรอก 06-01-2019 14:14

“ดังนั้น..ท่านทั้งหลายที่มาในวันนี้จะเห็นว่า เรามีการขอขมาพระรัตนตรัย รับศีล ถวายทาน ในส่วนนี้ที่ท่านทั้งหลายตั้งใจทำก็เป็นส่วนของทาน ของศีล คราวนี้การที่ตั้งใจฟังโอวาท ก็คือตัวสมาธิภาวนา แปลว่าเราทั้งหลายได้ทำบุญกุศลในส่วนของไตรสิกขา ศีล สมาธิ ปัญญา โดยสมบูรณ์พร้อมในช่วงปีใหม่นี้แล้ว

อาตมภาพในฐานะพระภิกษุสงฆ์ในพระพุทธศาสนา ขออาราธนาบารมีองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทั้งหลาย ครูบาอาจารย์ทั้งหลายสืบ ๆ กันมา มีหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง หลวงปู่สาย วัดท่าขนุน เป็นที่สุด

ได้โปรดดลบันดาลให้ท่านทั้งหลาย ประสบแต่ความสุขความเจริญ มีความปรารถนาที่สมหวังทุกประการ สิ่งหนึ่งประการใดที่ท่านตั้งความปรารถนาแล้ว ถ้าไม่เกินวิสัยในผลบุญที่ได้สะสมมาจนถึงปัจจุบันชาตินี้ ก็ขอให้ความปรารถนาของท่านทั้งหลาย จงสำเร็จสัมฤทธิ์ผล สมดังมโนรถปรารถนาทุกประการด้วยเทอญ”

เถรี 06-01-2019 20:52

ถาม : ฟังเทปหลวงพ่อวัดท่าซุงแล้วมีกำลังใจทำอานาปานสติ ช่วงนอนหลับอยู่มีเงาดำนั่งทับ เขางอแขน กดแขนทั้งสองข้างของผม ผมเกิดอาการกลัวจึงหลับตาข่มจิต แม้จะหลับตาก็เห็นชัดว่าแขนของเขายืดตรงยาว ทำท่าจะลุกออก สุดท้ายผมจึงกลัว แล้วลุกขึ้นวิ่ง เปิดประตูหนีออกไปหายายแต่ก็ถูกดึงกลับ แบบนี้หลายครั้งจึงปล่อย เงาดำตนนั้นเป็นผู้ใดครับ ? และเขาต้องการอะไรครับ ?
ตอบ : ก็ถามเขาเองสิวะ..! อยู่ตรงนั้นไม่ถามก็ช่วยไม่ได้..! โดนครั้งเดียวทำเป็นขวัญหนีดีฝ่อ อาตมาโดนอยู่สามปีเต็ม ๆ ทั้งกลางวันและกลางคืน

เถรี 06-01-2019 21:26

ถาม : ความรู้สึกตึง ๆ ระหว่างคิ้วและส่วนอื่น ๆ บริเวณศีรษะ เช่น ที่ศีรษะ ขมับกับใบหูสองข้าง ช่วงกระหม่อม กระโหลกด้านหลังใกล้กับท้ายทอย บางครั้งเป็นทั้งศีรษะไปถึงบ่าสองข้าง ไม่เคยเป็นส่วนลงต่ำกว่าบ่า ไม่มีอาการเวทนา คืออะไร ? ตอนหลังไม่จำเป็นต้องนั่งสมาธิก็เป็น เพียงแต่จะมีอาการแรงมากหรือแรงน้อย
ตอบ : เป็นอาการที่สมาธิเริ่มทรงตัวในระดับหนึ่ง

เถรี 06-01-2019 21:57

ถาม : การตั้งจิตอุทิศบุญกุศลในระหว่างพระสวดให้พร ผลจะแตกต่างจากการอุทิศบุญเองอย่างไร ?
ตอบ : เหมือนกัน เพราะว่าต้องอุทิศเองทั้งคู่ ไม่ได้มีความต่างกันตรงไหน ยกเว้นว่าเวลาพระให้พร แทนที่จะตั้งหน้าตั้งตารับ กลับมัวแต่ไปอุทิศส่วนกุศลอยู่ ผลก็เลยได้น้อยไปหน่อย

เถรี 06-01-2019 21:59

ถาม : การปิดวาจา จะช่วยเสริมด้านการปฏิบัติธรรมให้ดีขึ้นหรือไม่ ?
ตอบ : ต้องฟังคำพูดของหลวงปู่บุดดา ท่านว่า “ถ้าไม่พูดแล้วมันคิดไหมเล่า ?”

เถรี 06-01-2019 22:09

ถาม : เรื่องเปรตคนเป็น คือเป็นเปรตก่อนทั้งที่ยังไม่ตาย ตอนกลางคืนเวลาหลับ จิตเป็นเปรตออกมาเดินหิวโหยที่วัด ถ้าเป็นกรณีเช่นนี้แสดงว่าเมื่อตายแล้วไม่พ้นจากการเป็นเปรตแน่นอนใช่หรือไม่ ?
ตอบ : เขาเรียกว่ามนุสสเปโต ถ้าหากไม่มีบุญอื่นมาช่วย ตายแล้วต้องไปเป็นเปรตอย่างแน่นอน

ถาม : จะมีวิธีแก้ไขหรือช่วยเหลือได้อย่างไร ?
ตอบ : บอกให้เขาสร้างบุญสร้างกุศลให้มากเข้าไว้ โดยเฉพาะการทำสมาธิภาวนาให้อารมณ์ใจทรงตัว ถ้ายอมทำก็ยังพอมีโอกาสรอดได้บ้าง

เถรี 06-01-2019 22:30

ถาม : การให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินเราโดยเก็บดอกเบี้ยแพง ๆ เช่น ร้อยละสิบ สิบห้า ยี่สิบต่อเดือนนี้ แม้เป็นการยินยอมทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ จะถือว่าเป็นบาปต่อเจ้าหนี้ไหมคะ และผลกรรมนี้จะส่งผลอย่างไรคะ ?
ตอบ : ถ้าตัดกำลังใจได้ก็ไม่มีผลอะไรเลย เพราะว่าลูกหนี้ทะลึ่งมากู้เอง คนกู้ต้องรู้อยู่แล้วว่าดอกเท่าไร แต่ถ้าตัดกำลังใจไม่ได้ คิดอยู่อย่างเดียวว่าเราทำให้เขาลำบาก เราทำให้เขาเดือดร้อน เราไปเก็บเขาแพง ๆ ก็หาเรื่องลงนรก เพราะว่าใจของเราเศร้าหมอง

ถาม : การให้ผู้อื่นยืมเงินโดยไม่เก็บดอกเบี้ย โดยหวังผลแค่ว่าต้องการช่วยเหลือเขานี้ถือเป็นบุญอย่างหนึ่งไหมคะ ?
ตอบ : ก็ให้เขาไปเลย อย่าไปให้ยืม

ถาม : การที่ลูกหนี้เบี้ยวหนี้เรานี้ เหตุเป็นเพราะกรรมเราของเราหรือไม่คะ เราควรจะวางใจอย่างไร หรือแก้ไขอย่างไรดีคะ ?
ตอบ : มีทั้งกรรมใหม่และกรรมเก่า ต้องทำใจแบบอาตมา คือ เงินที่ให้เขายืมถือว่าตกน้ำ ถ้าได้คืนมาก็กำไร ไม่ได้คืนมาก็เท่าทุน

เถรี 06-01-2019 22:37

ถาม : ในสังสารวัฏนี้ เราอยู่ภายใต้กฎอื่นนอกเหนือจากกฎแห่งกรรมไหมคะ ? อย่างเช่นว่า ถ้าเรารู้สึกไม่ค่อยมีความสุข เราจะบอกว่าเป็นเพราะวิบากกรรมของเราอย่างเดียวหรือคะ เป็นเพราะสาเหตุอื่นด้วยไหมคะ ?
ตอบ : เห็นเขาบอกว่ามีกฎพลังงานของไอน์สไตน์ด้วยนะ เคยได้ยินไหม ...(หัวเราะ)... จำไว้ว่ากฎหรือทฤษฎีของคนอื่นเป็นสิ่งที่ยังไม่มีใครคัดค้าน ถ้าเขาคัดค้านได้ขึ้นมากฎเกณฑ์หรือทฤษฎีนั้นก็จะตกไป แต่ของพระพุทธเจ้าไม่ใช่ทฤษฎี แต่เป็นอริยสัจคือความเป็นจริงแท้ จะเป็นได้อย่างเดียวคือทฤษฎีสัมบูรณ์ ทฤษฎีที่ไม่มีใครคัดค้านได้ เพราะฉะนั้น..นอกจากกฎแห่งกรรมที่พระพุทธเจ้ากล่าวถึงซึ่งครอบคลุมทุกสิ่ง ถ้ายังอยากทะลึ่งมีมากกว่านั้นอีกก็จะเก่งเกินพระพุทธเจ้าไปแล้ว...!

เถรี 07-01-2019 18:51

ถาม : ถ้าเราไม่ถวายสังฆทาน แต่ไปทำทานในรูปแบบวิหารทาน หรือให้เงินพ่อแม่ ถึงแม้จะไม่เยอะ บวกกับภาวนาคาถาเงินล้านทุกวัน วันละ ๑๐๐ จบ ขึ้นไป ถ้าอยากทราบว่าให้เงินพ่อแม่มีอานิสงส์มากมายแค่ไหน ?
ตอบ : ก็เป็นแค่ทาน ถ้าเป็นแค่ทาน อานิสงส์ก็ไม่เกินสังฆทานและวิหารทาน อย่างไรการให้พ่อแม่ก็ไม่ใช่สังฆทานอยู่แล้ว

เถรี 07-01-2019 18:56

ถาม : เวลาที่อ่านหนังสือ จิตใจไม่จดจ่อกับหนังสือเลยครับ อ่านไปแล้วจำเนื้อความในหนังสือไม่ได้ รู้สึกเหมือนมึนหัวตลอดเวลา บางครั้งคิดจะเขียนอีกอย่างหนึ่ง แต่กลับเขียนลงในกระดาษอีกอย่างหนึ่ง เวลาตรวจทานสิ่งที่เขียนลงไป ก็ไม่พบสิ่งที่เขียนผิด เหมือนมีอะไรมาบังตาไว้ ไม่ทราบว่าเป็นเพราะสาเหตุอะไร หรือเป็นเพราะกรรมอะไร ลูกควรแก้ไขอย่างไร ?
ตอบ : ขาดสติอย่างมาก มีทางเดียวก็คืออยู่กับลมหายใจเข้าออกให้มาก ๆ ไว้ ก็แปลว่าแก้ได้ด้วยอานาปานสติ ภาวนาจับลมหายใจอย่างเดียว

เถรี 07-01-2019 18:59

ถาม : เมื่อเรียน ๒ อย่างพร้อมกัน คือ เรียนภาษาบาลีและเรียนปริญญาตรี จะต้องปฏิบัติตนอย่างไรเพื่อให้ได้ผลดีทั้งสองทาง ?
ตอบ : ต้องทุ่มเทมากกว่าคนอื่นอย่างน้อย ๕ เท่า โดยเฉพาะภาษาบาลี

เถรี 07-01-2019 19:01

ถาม : ผมขออนุญาตปรึกษาครับ ผมจะแต่งงาน ผมสามารถแจกพระเครื่องเป็นของชำร่วยในงานแต่งได้ไหมครับ ?
ตอบ : แจกได้ โดยเฉพาะพระเครื่องแพง ๆ อย่างสมเด็จวัดระฆัง...! อะไรประมาณนี้

เถรี 07-01-2019 19:04

ถาม : ทำไมพอเรานั่งสมาธิไปแล้วสักครู่หนึ่ง รู้สึกว่าตัวอุ่นขึ้นจนหายหนาวไปเลยครับ ทั้ง ๆ ที่อากาศเย็นมาก เกิดจากอะไรครับ ?
ตอบ : เกิดจากสองสาเหตุด้วยกัน สาเหตุประการแรกก็คือ สภาพจิตพอเริ่มทรงตัวจะไม่สนใจอาการภายนอก ก็แปลว่าพอสมาธิทรงตัวแล้วจิตกับประสาทเริ่มแยกออกจากกัน จึงไม่รับรู้อาการภายนอก ประการที่สองก็คือ พอสมาธิทรงตัว ลมละเอียดมากขึ้น การสันดาปเผาผลาญในร่างกายมีมากขึ้น ความอุ่นก็เลยมากขึ้น บางคนถึงขนาดนั่งเหงื่อแตกเลยก็มี

เถรี 07-01-2019 19:10

ถาม : ทราบมาว่าพระปัจเจกพุทธเจ้าท่านไม่มีพระสัพพัญญุตญาณ ท่านมี "อสาธารณญาณ" อีก ๕ ข้อที่เหลือที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีหรือไม่ครับ ?
ตอบ : มีหมดทุกอย่าง ยกเว้นสัพพัญญุตญาณเท่านั้น

เถรี 07-01-2019 19:13

ถาม : การนึกถึงภาพวัด เช่น วัดพระแก้ว จัดเป็นอนุสติด้านใดบ้างครับ ?
ตอบ : ถ้าหากนึกว่าวัดนั้นเป็นวัดในพระพุทธศาสนาก็จัดเป็นพุทธานุสติ ถ้านึกว่าเราเคยไปฟังเทศน์ที่นั่นก็เป็นธัมมานุสติ ถ้านึกว่าในหลวงเคยไปบวชที่นั่นก็เป็นสังฆานุสติ อยู่ที่ว่าเราจะนึกถึงส่วนประกอบอะไร แต่โดยส่วนใหญ่เมื่อนึกถึงวัด เราก็มักจะนึกถึงพระพุทธรูป ก็จัดเป็นพุทธานุสติ

เถรี 07-01-2019 19:14

ถาม : วัตถุมงคลของวัดที่มีคาถาอาราธนาเฉพาะ เช่น พระขุนแผนเกราะเพชร กำไลนวหรคุณ หรือตะกรุดมหาสะท้อน ต้องอาราธนาด้วยคาถา อิทธิฤทธิ พุทธะนิมิตตัง ฯ ด้วยหรือไม่ครับ ?
ตอบ : ถ้าอย่างไหนมีคาถาเฉพาะก็ไม่ต้องใช้

เถรี 07-01-2019 19:16

ถาม : หากโรงแรมหรือคอนโดตั้งศาลพระภูมิในทิศตะวันตก ผู้พักอาศัยอื่น ๆ นอกจากเจ้าของอาคารจะได้รับความเดือดร้อนหรือไม่ และแก้ไขอย่างไรครับ ?
ตอบ : เดือดร้อนแค่คนตั้งเท่านั้น วิธีแก้ไขก็คือบอกเขาให้ตั้งให้ถูกต้อง แต่เขาก็คงไม่ฟังเราหรอก

เถรี 07-01-2019 19:17

ถาม : มีปริวาสวัดหนึ่งจัดแต่องค์สวดมีสองรูป ต่างรูปต่างสวดให้พร้อมกัน พระมาขออยู่ปริวาสก็มาชุดละสองรูป รูปที่เป็นองค์สวดก็สวดคนละฉายา สวดพร้อมกัน เป็นโมฆะไหมครับ ?
ตอบ : ถ้าไม่สับสนในชีวิตก็ไม่เป็นไร ถ้าสวดผิดก็มีปัญหา

เถรี 07-01-2019 19:21

ถาม : การสร้างบ้านเพื่อเลี้ยงนกนางแอ่น แล้วเก็บรังขายอย่างที่เขาเลี้ยงกัน เป็นบาปหรือไม่ครับ ?
ตอบ : ก็เท่ากับขโมยรังนก ถ้าขโมยของเขาก็ย่อมบาปอยู่แล้ว

เถรี 07-01-2019 20:36

ถาม : ผมได้อ่านเรื่องค้างคาวฟังธรรม ที่ในอดีตกาลค้างคาวได้ฟังอภิธรรม ไม่เข้าใจอภิธรรม แต่ชอบใจในเสียง พอค้างคาวตายแล้วได้ไปเกิดบนสวรรค์ และกลับมาเกิดในศาสนาของพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ได้ฟังอภิธรรมบทเดิม และบรรลุเป็นพระอรหันต์ในที่สุด ผมสงสัยว่าถ้าคนเปิดเทปอภิธรรมฟังจาก internet หรือที่อื่น ๆ แต่ไม่เข้าใจเนื้อหาของอภิธรรม ถ้าเขาเกิดอีกทีในยุคของพระพุทธเจ้าในอนาคต คนเหล่านี้ฟังอภิธรรมอีกที แล้วจะได้เป็นพระอรหันต์แบบในเรื่องค้างคาวหรือเปล่าครับ ?
ตอบ : ต้องดูว่าสภาพจิตเขาจดจ่ออยู่กับพระอภิธรรมนั้นหรือเปล่า ? ถ้าจดจ่ออยู่จนกระทั่งไปเกิดในสุคติแท้แน่นอนแบบเดียวกับค้างคาวทั้ง ๕๐๐ ตัวนั้น โอกาสที่จะได้ฟังรอบใหม่แล้วบรรลุก็มี แต่ถ้าฟังแล้วใจไม่เกาะ ดันไปลงทุคติเสียก่อน พระพุทธเจ้าผ่านไปหลายองค์ยังไม่ได้ขึ้นมาเลย

เถรี 07-01-2019 20:38

ถาม : ผมอ่านเกี่ยวกับเทวดา ที่มีบริวารเป็นนางฟ้า ๕๐๐ องค์เป็นอย่างต่ำ ผมสงสัยว่าถ้าอยากมีนางฟ้าเยอะ ๆ ต้องทำบุญเป็นประเภทไหนดีครับ ?
ตอบ : สร้างบุญกุศลอะไรก็ได้ ยิ่งบุญใหญ่มากเท่าไรก็ดีเท่านั้น เพราะว่าเรายิ่งสร้างกุศลบารมีมากเท่าไร บริวารก็จะมากเท่านั้น จะสร้างโบสถ์สัก ๗-๘ หลังก็ได้

เถรี 07-01-2019 21:00

ถาม : ผมอ่านเกี่ยวกับพระพรหม พระพรหมท่านเสวยสุขจากฌานสมาบัติ และมีวิมานอยู่คนเดียว ผมสงสัยว่าพระพรหมบุญเยอะกว่าเทวดา ทำไมพระพรหมถึงไม่มีบริวารให้รับใช้ครับ ?
ตอบ : ทำไมต้องมีบริวารรับใช้ วัน ๆ ได้แต่นั่งเข้าฌานเงียบอยู่ จะไปใช้ใคร ?

เถรี 07-01-2019 21:01

ถาม : อีกไม่นานจะมีการเลือกตั้ง ผมสงสัยว่า สมมติมีพรรคการเมืองซื้อเสียงด้วยการแจกเงิน จะเป็นอกุศลกรรมหรือไม่ครับ เพราะไม่มีศีลข้อไหนห้ามซื้อเสียง ?
ตอบ : ไปถาม กกต...! ถ้าเจตนาทุจริต ใจของตนเองรู้ว่ากระทำทุจริต ก็ต้องเศร้าหมอง จัดเป็นอกุศลกรรมอยู่แล้ว

เถรี 07-01-2019 21:09

ถาม : รัฐบาลปัจจุบันได้แจกเงิน ๕๐๐ บาทให้แก่คนจน และเงินเหล่านี้ก็มาจากภาษี ผมสงสัยว่าคนที่เสียภาษีและรัฐบาลจะได้บุญหรือเปล่าครับ ?
ตอบ : ต้องดูว่าเราเสียภาษีแล้วตั้งใจให้ไปแจกคนจนหรือเปล่า ? ถ้าเสียภาษีตามหน้าที่อย่างเดียวก็ไม่ได้บุญอะไร แต่ถ้าตั้งใจว่าภาษีของเราจะให้รัฐบาลเอาไปแจกคนจน ส่วนบุญก็เป็นของเราด้วย

เถรี 07-01-2019 21:14

ถาม : ก่อนที่หลวงพ่อจะเรียนจบปริญญาเอก หลวงพ่อก็มีภาระหน้าที่มากมาย อยากถามว่าหลวงพ่อมีเทคนิคอย่างไรให้เรียนเก่ง ถึงแม้ว่าหลวงพ่อจะมีงานมากที่ต้องดูแล ?
ตอบ : ไม่มีเทคนิคอะไรหรอก อาจารย์สอนอะไรก็จำให้หมดแค่นั้นเอง

เถรี 07-01-2019 22:01

ถาม : บุคคลที่ทรงฌานได้ ญาณก็จะเกิดเพราะอาศัยฌาน บุคคลเหล่านี้สามารถเอากำลังญาณมาตัดกิเลสได้ง่าย ๆ เลยได้ใช่ไหมครับ ?
ตอบ : ยังไม่มีกำลังญาณตัวไหนที่ใช้ตัดกิเลสได้..! สิ่งที่ตัดกิเลสได้คือกำลังของฌานเท่านั้น ญาณเป็นเพียงเครื่องรู้เพื่อให้เราตระหนักอย่างแท้จริงว่า การเวียนว่ายตายเกิดนับกัปไม่ถ้วนเช่นนี้ เรายังปรารถนาอีกหรือไม่ ? และต้องตัดสินใจเอง การตัดสินใจนั้นใช้กำลังของฌาน

บางคนอาจจะสงสัยว่าอาสวักขยญาณ (เครื่องรู้ว่ากิเลสสิ้นไปแล้ว) มีไว้เพื่ออะไร ? ก็มีไว้รู้ว่าเรียนจบแล้วแค่นั้นเอง


ถาม : ญาณในอุปกิเลส ๑๐ แตกต่างกับญาณที่จะตัดกิเลสอย่างไรครับ ?
ตอบ : ส่วนใหญ่ญาณในอุปกิเลสนั้น “รู้...แต่ไม่ช่วยในการตัดกิเลส” ก็คือจะคิดอะไรก็ตาม ก็จะมีเหตุมีผลกว้างไกล เข้าใจไปทุกเรื่อง แต่ถ้ารู้จักพิจารณาจะเห็นว่า ไม่มีเรื่องไหนช่วยในการตัดกิเลสเลยแม้แต่เรื่องเดียว

เถรี 07-01-2019 22:07

ถาม : ในศีลของพระภิกษุ การฉันขมิ้นชันและกระเทียมเพื่อรักษาโรค การฉันน้ำมะนาวเพื่อช่วยให้ขับถ่าย จะถือว่าเป็นเภสัช สามารถบริโภคได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องประเคนตลอดชีวิตได้หรือไม่ครับ ?
ตอบ : ขมิ้นชัน
และกระเทียม จัดเป็นมูลเภสัชคือมีรากเป็นยา มะนาวจัดเป็นผลเภสัช มีผลเป็นยา ถ้าคิดว่าเก็บเอาไว้ได้โดยไม่เสีย และเราไม่เอาไปปะปนกับของอื่นเพื่อฉัน ประเคนครั้งเดียวก็ฉันได้ตลอดชีวิต

เถรี 07-01-2019 22:19

ถาม : ยาแก้หิวของครูบาคำมูล ที่บอกว่าให้นำส่วนผสมทุกอย่างมาป่นแล้วปั้นเป็นลูกกลอน เราสามารถนำส่วนประกอบของยาทุกอย่างมาปั่นโดยนำเข้าเครื่องปั่นผลไม้ แล้วนำมาปั้นเป็นลูกกลอนได้ไหมครับ ?
ตอบ : คิดว่าถ้าปั่นแล้วสามารถปั้นได้ก็เชิญ

ถาม : ส่วนกล้วยน้ำว้า ต้องเอาสุกงอมขนาดไหน ?
ตอบ : ส่วนใหญ่ต้องการแค่ห่าม ๆ เท่านั้น แล้วต้องตากแห้งด้วย

ถาม : เมื่อปั้นเป็นลูกกลอนแล้วสามารถเก็บได้ในระยะเวลาขนาดไหนครับ ?
ตอบ : ลองดูก็แล้วกัน ถ้ารักษาดีอาจจะอยู่ได้เป็นเดือน รักษาไม่ดี อาจจะขึ้นราภายใน ๓ วัน

เถรี 07-01-2019 22:24

ถาม : เหรียญรอยพระพุทธบาทหลังท้าวเวสสุวรรณ สามารถช่วยกันเชื้อโรคหรือโรคระบาดที่เกิดจากเทวดาที่ทำหน้าที่ให้ทุกข์ให้โทษในส่วนนี้ได้ไหมครับ ?
ตอบ : ไปลองดู ถ้าไม่มีกฎของกรรมสนองอยู่ก็น่าจะกันได้ แต่ถ้ามีเมื่อไร ต่อให้พกเป็นร้อยเหรียญก็ไม่มีประโยชน์

เถรี 07-01-2019 22:33

ถาม : ในคำสอนของหลวงพ่อวัดท่าซุง ท่านบอกว่า ถ้ากำลังใจตก ให้เอาอิทธิบาท ๔ เข้าช่วย ตัวของผมเองเวลากำลังใจตก เมื่อนำคำสอนที่เป็นหนังสือและเสียงเทศน์ของครูบาอาจารย์มาอ่านมาฟัง จะทำให้สามารถมีกำลังใจกลับขึ้นมาได้ หรือไม่ก็ไปหาครูบาอาจารย์เพื่อได้พูดได้คุยกับท่าน เพื่อให้มีกำลังใจกลับคืนมา ตรงนี้ผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นตัวฉันทะ นอกจากวิธีนี้ หลวงพ่อพอมีวิธีใดบ้างครับที่จะทำให้เกิดฉันทะในการปฏิบัติธรรมขึ้นมาอยู่เสมอ ?
ตอบ : ตั้งใจมองว่านรกรอเราอยู่ข้างหน้า ถ้ากำลังใจเอ็งยังตกอยู่ก็ลงนรกแน่ ๆ..!

เถรี 07-01-2019 22:34

ถาม : ตะกรุดแม่พระธรณีของหลวงปู่เนป่อง ในส่วนของวัสดุที่นำมาทำตะกรุดสามารถใช้โลหะอะไรก็ได้หรือไม่ครับ ?
ตอบ : ไม่ได้จำกัด ขอให้เป็นโลหะเท่านั้น

ถาม : ส่วนวิธีการทำตะกรุด สมมติว่าผมอ่านรายละเอียดเจอในเว็บวัดท่าขนุนแล้ว สามารถถวายพานบูชาครูตามที่กล่าวมาแล้วทำได้เลยไหมครับ ?
ตอบ : ได้เลย

เถรี 07-01-2019 22:45

ถาม : เคยอ่านเจอที่พระอาจารย์กล่าวว่า ยางที่มาจากต้นยางนา ถ้านำมากินจะช่วยรักษาโรค หรือปรับสภาพข้อเข่าต่าง ๆ ตามร่างกาย แต่จะมีข้อเสียคือกลิ่นตัวจะเหม็นไปสองปี หากผมและเพื่อน ๆ จะนำมากิน ต้องจัดเตรียมและเอามากินอย่างไรบ้างครับ
ตอบ : ไปศึกษาตำราเอาเอง อย่าเสียเวลามาถาม สมัยนี้ขืนไปเผายางเจาะน้ำมัน ป่าไม้ก็ลากไปเข้าคุกเท่านั้นเอง

เถรี 07-01-2019 22:53

สมัยก่อนเขาเผาต้นยางเพื่อเอาน้ำมันกันเป็นปกติ เหมือนอย่างกับเวลาเราโดนไฟไหม้แล้วพองเป็นตุ่มน้ำ พอความร้อนเกิดขึ้น ยางก็จะส่งน้ำไปตรงจุดนั้นเพื่อที่จะรักษาตัวเอง ก็กลายเป็นน้ำมันยาง น้ำมันยางจะมีลักษณะเหนียวข้นมาก ไม่ซึมลงดิน ถึงเวลาเขาขุดหลุมดินใหญ่ ๆ เอาใบไม้รอง แล้วก็เทน้ำมันลงไป เมื่อรวบรวมได้จำนวนมากพอ ถึงเวลาก็ค่อยไปหาครุ หาถังมาใส่ แล้วหาบออกจากป่าไปขาย

ลองไปค้นหาดู มีหมู่บ้านหนึ่งชื่อหมู่บ้านยางห้าหลุม ยางห้าหลุมหมายถึงบนต้นยางที่เราเผาเพื่อเอาน้ำมัน โดยปกติต้นยางทั่วไปโตประมาณโอบกว่าหรือสองโอบ อย่างเก่งก็ได้แค่สองหลุมคือหน้าหลังอย่างละหลุม ยางต้นหนึ่งสามารถเผาเอาน้ำมันยางได้ถึงห้าหลุม ถ้าล้มนอนลงมาคาดว่ายังสูงเลยหัวของเรา

เถรี 09-01-2019 20:50

สมัยนี้ไม่ค่อยได้ใช้น้ำมันยางกันแล้ว อันดับแรกเราไม่ได้สัญจรทางน้ำ ก็เลยไม่ได้ใช้น้ำมันมาคลุกกับชันเพื่อที่จะยาเรือ ไม่เช่นนั้นหน้านี้ก็ต้องเอาเรือขึ้นคาน ขึ้นคาน แปลว่า ไม่ได้ใช้งาน เพราะฉะนั้นสาวคนไหนขึ้นคานแปลว่าไม่ได้ใช้งาน แต่สมัยนี้มักจะไม่ค่อยได้ขึ้นคาน เพราะว่าเลยไปถึงหลังคาแล้ว...!

เมื่อใกล้จะถึงหน้าน้ำก็จัดการตอกหมันยาเรือ หมันก็คือเปลือกต้นหมัน ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นเส้น ๆ สามารถทุบแผ่ออกมาเป็นแผ่นได้ ถ้าท้องเรือถ่างกว้างมากช่วงหน้าแล้ง ก็เอาเส้นหมันยัดเข้าไปตอกอัด เสร็จแล้วก็ยาด้วยชันผสมน้ำมันยาง พูดง่าย ๆ ก็คือได้เรือใหม่เอี่ยมเลย หลังจากคว่ำทิ้งไว้ให้แห้ง พอน้ำมาก็เอาลงจากคานไปใช้งาน

เถรี 09-01-2019 20:51

แต่สาว ๆ สมัยนี้ขึ้นแล้วไม่ค่อยลงจากคาน สาเหตุหลัก ๆ เลยก็คือ สมัยนี้ผู้หญิงทำงาน สมัยก่อนที่ต้องแต่งงานเพราะว่าต้องอาศัยครอบครัวผู้ชายเลี้ยง สมัยนี้ไม่ต้องอาศัยผู้ชายเลี้ยงก็อยู่ได้ จึงเป็นโสดกันมากขึ้นเรื่อย ๆ

กลับมาจากทำงานเหนื่อยจะตายชัก ดันมีเจ้านายนั่งอยู่ที่บ้านอีกคนหนึ่ง แถมยังเอาแต่ใจตัวเองด้วย เลยอยู่คนเดียวดีกว่า..ประมาณนั้น

เรื่องพวกนี้เลยกลายเป็นว่า ประเทศไหนยิ่งเจริญมาก การที่ผู้หญิงอยู่เป็นโสดก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น ทำงานเลี้ยงตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผู้ชาย ถ้าไม่เจอคนที่ถูกใจจริง ๆ สมัยนี้เขาไม่แต่งงานให้เสียเวลาหรอก ไม่อยากได้เจ้านายเพิ่มขึ้นมาในชีวิต

เถรี 09-01-2019 20:54

พระพุทธเจ้าตรัสว่า ผู้หญิงมีทุกข์มากกว่าผู้ชาย ๕ อย่าง ก็คือต้องมีระดู ต้องปรนนิบัติสามี ต้องตั้งครรภ์ ต้องเลี้ยงดูบุตร ต้องดูแลญาติสามี มีแต่เรื่องเหนื่อย

โดยเฉพาะสมัยนี้ใครไปเป็นสะใภ้คนจีนก็ตายแน่ ๆ เพราะว่าคนจีนสมัยนี้อยู่ในยุคลูกเทวดา ตอนนี้เริ่มผ่อนผันว่ามีลูกคนที่ ๒ คนที่ ๓ ต้องจ่ายเงินให้รัฐบาลเท่าไร แต่ลูกคนแรก ๆ ก็ยังเป็นลูกเทวดาอยู่ดี พ่อแม่เอาใจ ปู่ย่าเอาใจ ตายายเอาใจ

ฉะนั้น..ถ้าใครไปแต่งงานกับคนจีนก็นรกชัด ๆ จะเห็นว่าสมัยนี้เขาก็ควานหากัน ไม่ว่าจะสาวไทย สาวเวียดนาม เพื่อไปแต่งงานกับหนุ่มจีน ใครคิดว่ามองนรกเห็นไม่ชัดก็ลองดู...!

นอกจากคุณสามีที่เอาแต่ใจตัวเองอย่างกับลูกเทวดาแล้ว ไหนจะพ่อแม่ปู่ย่าตายายอีก ทุกคนก็จะมาจิกหัวใช้เราเพื่อให้บริการลูกเขาให้ได้ดั่งใจ บริการหลานเขาให้ได้ดั่งใจ แค่คิดดูก็สยดสยองแล้ว

มีบางคนเขาบอกว่า "ตั้งแต่มีเมีย ชีวิตกูเปลี่ยนมากเลย เดี๋ยวนี้ใส่เสื้อรีดกลีบโง้งทุกวัน" เพื่อนก็บอกว่า "ดีนี่...เมียดูแลดี" "ดูแลดีกับผีสิ มันใช้กูรีดเอง...!"

เถรี 09-01-2019 20:58

สรุปว่าจะปีใหม่ปีเก่า ความทุกข์ของคนมีอยู่เท่าเดิม อายุยิ่งมากขึ้นก็ทุกข์มากกว่าเดิม เหตุที่ทุกข์มากขึ้นเพราะว่าร่างกายทำอะไรไม่ได้อย่างใจ แต่ความทุกข์เท่าเดิม ในเมื่อเป็นเช่นนั้นก็เหมือนกับทุกข์มากขึ้น มีใครรู้สึกว่าตัวเองมีความสุขเหลือเกิน อยากจะเกิดอีกบ้าง ?


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 11:35


ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว