กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กระดานสนทนาวัดท่าขนุน (https://www.watthakhanun.com/webboard/index.php)
-   เก็บตกจากบ้านเติมบุญ (https://www.watthakhanun.com/webboard/forumdisplay.php?f=65)
-   -   เก็บตกบ้านเติมบุญ ต้นเดือนเมษายน ๒๕๖๓ (https://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=6940)

เถรี 23-03-2020 06:04

เก็บตกบ้านเติมบุญ ต้นเดือนเมษายน ๒๕๖๓
 
พระอาจารย์กล่าวว่า "อาตมาเริ่มรับสังฆทานอย่างเป็นทางการในปี ๒๕๓๖ โดยคุณแม่ทองดี ม่วงน้อยเจริญ เจ้าของบ้านอนุสาวรีย์ฯ นิมนต์ให้ไปรับสังฆทานและสอนกรรมฐานอย่างเป็นทางการ จนคนมากเข้า ไม่สามารถที่จะขยับขยายได้ ก็ได้รับความกรุณาจากแม่ป๋อม (กนกวลี วิริยประไพกิจ) เปิดบ้านวิริยบารมีขึ้นมาแทน

รับสังฆทานที่บ้านวิริยบารมีตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ ไปจนสิ้นปี ๒๕๕๙ ทางแม่ป๋อมขอบ้านคืน ทำให้คุณชยาคมน์ ธรรมปรีชา และคุณณัฐพล สุขวัฒนศิริ ต้องหาสถานที่ใหม่ให้รับสังฆทานและสอนกรรมฐาน ซึ่งก็คือบ้านเติมบุญแห่งนี้"

เถรี 23-03-2020 06:06

"ตั้งแต่ปี ๒๕๓๖ มาจนถึงปัจจุบัน ไม่เคยขาดการไปสงเคราะห์ญาติโยมเลย แม้กระทั่งปี ๒๕๕๔ ที่น้ำท่วมกรุงเทพฯ อย่างหนัก ก็ยังคงไปเป็นปกติ เพิ่งจะมีเดือนเมษายน ๒๕๖๓ นี้ ที่ต้องหยุดการรับสังฆทานและสอนกรรมฐาน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส covid-๑๙

หลายท่านอาจจะไม่กลัวไวรัสแพร่ระบาด แต่ถ้าเรายังคงมีกิจกรรมตามปกติ พวกเรานั่นแหละที่จะเป็นตัวแพร่ระบาดไวรัสให้คนอื่นเดือดร้อน..!"

เถรี 23-03-2020 06:10

"สมมติว่า นาย ก. ติดเชื้อมาจากต่างประเทศ เมื่อกลับเข้ามาแล้วได้เดินทางไปหานาย ค. ระหว่างทางได้พบกับนาย ข. ซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อน อาจจะโดยการนั่งร้านอาหารเดียวกัน หรือใช้ขนส่งสาธารณะจนอยู่ใกล้ชิดกัน ทำให้เชื้อแพร่ระบาดไปสู่นาย ข.

เมื่อนาย ก. ป่วย หมอตรวจพบว่าเป็นไวรัส covid-๑๙ ทำการสอบประวัติแล้วว่าไปพบกับนาย ค. ก็นำเอานาย ค. มาทำการกักกันโรค แต่ไม่มีใครรู้ว่านาย ข. เป็นใคร จึงต้องให้พวกเราทุกคนป้องกันด้วยการกักกันตัวเอง จะได้ไม่ต้องดวงซวยไปพบกับนาย ข."

เถรี 23-03-2020 06:12

"เมื่อพวกเรากักกันตัวเอง ๑๔ หรือ ๒๑ วัน นาย ข. ซึ่งติดเชื้อไวรัส covid-๑๙ ก็จะแสดงอาการเจ็บไข้ได้ป่วย เมื่อไปพบหมอตรวจพบว่าเป็นไวรัส ก็จะโดนนำตัวไปกักกันโรคและรักษาพยาบาล จนกระทั่งบรรดานาย ข. ปรากฏตัวออกมาหมดแล้ว เราก็จะควบคุมโรคนี้ได้

ดังนั้น...พวกเราจึงจำเป็นที่จะต้องเสียสละ เพื่อให้สถานการณ์ทุกอย่างอยู่ในการควบคุม แม้ว่าจะสูญเสียความเคยชิน สูญเสียการทำหน้าที่การงาน สูญเสียเวลาดี ๆ ที่จะสร้าง ศีล สมาธิ ปัญญา ให้แก่ตนเอง เราก็ต้องยอมเสียสละ

ถ้าทำอย่างนี้ถึงจะได้ชื่อว่า เราปฏิบัติตามธรรมะของพระพุทธเจ้า คือต้องเสียสละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ ต้องสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต และต้องสละทั้งทรัพย์และอวัยวะ ตลอดจนชีวิตเพื่อรักษาธรรม
"

เถรี 23-03-2020 06:13

"การเสียสละของเราไม่ได้เสียชีวิต แต่เป็นการรักษาชีวิตของเราเอาไว้ปฏิบัติธรรม และไม่เป็นการสร้างเวรสร้างกรรมด้วยการไปแพร่กระจายเชื้อให้กับผู้อื่น

สิ่งที่อาตมายึดถือและปฏิบัติอย่างหนึ่งก็คือว่า เราจงอย่าเป็นทุกข์โทษเวรภัยกับผู้อื่น แม้ด้วยกาย ด้วยวาจา หรือด้วยใจเลย"

เถรี 23-03-2020 09:36

"ระยะนี้พวกเราต้องปฏิบัติตนด้วยความไม่ประมาท เก็บตัวอยู่กับบ้าน ใส่หน้ากาก กินของร้อน ใช้ช้อนกลาง ล้างมือบ่อย ๆ

ถ้าจำเป็นจะต้องเดินทางไปไหน ต้องใส่หน้ากากอนามัย ใส่เสื้อผ้าให้มิดชิด กลับถึงบ้านแล้ว รีบชำระร่างกาย ซัก - อบเสื้อผ้า ถ้ามีอาการเป็นไข้ ก็รีบไปหาหมอ กินยารักษาตามอาการ

ถ้าขาดการเที่ยวเตร่เฮฮาไม่ได้ ก็ให้ดูหนังฟังเพลงอยู่กับบ้าน หรือเป็นโอกาสดีที่จะได้อ่านหนังสือที่เก็บมานาน ใช้ชีวิตให้ช้าลง ความเครียดจะได้ลดน้อยถอยลงไปด้วย"

เถรี 23-03-2020 09:36

"ใครที่ต้องทำงานส่งที่บ้าน เมื่อจัดการกับงานเรียบร้อยแล้ว ก็ใช้เวลาที่เหลือในการออกกำลังกาย กวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้า รีดผ้า สังคายนาข้าวของที่รกมานาน

ถ้าเวลายังเหลือ เราก็มาภาวนา ทบทวนศีล สมาธิ ปัญญา ของเรา ถือว่าเป็นเวลาทองของการปฏิบัติธรรม"

เถรี 23-03-2020 09:37

"ถ้าทำไปแล้วรู้สึกเบื่อ ก็หาพระคาถามาปฏิบัติให้เกิดผล เช่น อาจจะภาวนาปลุกตะกรุดพยัคฆราชเกราะเพชร ก็ต้องใช้คาถา พยัคโฆ พยัคฆา สุญญาสัพพะติ อิติ นะมะพะทะ

กำหนดภาพเป็นเสือโคร่งตัวใหญ่ เดินไปทางไหน สัตว์อื่นก็หลีกเป็นทาง แต่ถ้ากลัวว่าตายตอนนั้นแล้ว จะไปเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน ก็ให้นึกถึงภาพพระพุทธเจ้า ประทับมาบนหลังเสือโคร่งนั้นด้วย"

เถรี 23-03-2020 09:38

"หรือจะใช้พระคาถาเสกข้าวของสมเด็จพระพุทธกัสสป คือ พุทธังมัดจิต ธัมมังมัดใจ ศัตรูทั้งหลาย วินาสสันติ เสกข้าวกินป้องกันไสยศาสตร์ คุณผีคุณคนต่าง ๆ

หรือพระคาถาขับโรคของท้าวเวสสุวรรณ คือ พุทธังมัดจิต ธัมมังมัดใจ โรคภัยทั้งหลาย วินาสสันติ เสกข้าวกินเพื่อรักษาโรคก็ได้

เราต้องมีวิธีการต่าง ๆ ที่จะทำให้จิตไม่เบื่อหน่ายในการภาวนา ซึ่งแต่ละคนสามารถหาวิธีที่เหมาะสมกับตนเองได้ ก็จะทำให้การปฏิบัติธรรมของเราก้าวหน้ามากขึ้น"

เถรี 23-03-2020 11:49

"อาตมาโดนยกเลิกงานไปหลายต่อหลายงาน ทำให้มีเวลาอยู่วัดมากขึ้น ญาติโยมก็ดีใจที่ได้ใส่บาตรพระอาจารย์ทุกวัน อาตมาก็ดีใจที่มีเวลาพักกับเขาบ้าง

สิ่งที่เห็นอย่างชัดเจนอย่างหนึ่งก็คือ ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตอะไรขึ้นก็ตาม คนยังยึดถือพระพุทธศาสนาเป็นที่พึ่ง ใส่บาตร สวดมนต์ไหว้พระ เจริญพระกรรมฐานมากกว่าปกติ ด้วยเชื่อว่าบุญกุศลจะช่วยให้เราพ้นภัยได้"

เถรี 23-03-2020 11:50

"การเจ็บไข้ได้ป่วยนั้นเกิดจากกรรมเก่าอย่างหนึ่ง เกิดจากคุณผีคุณคนอย่างหนึ่ง เกิดจากดินฟ้าอากาศอย่างหนึ่ง เกิดจากอาหารการกินอย่างหนึ่ง"

เถรี 23-03-2020 11:52

"เมื่อมหาเถรสมาคม มีคำสั่งให้สวดรตนสูตรเพื่อสู้กับไวรัส covid-๑๙ ก็มีผู้ออกมาแสดงความเห็นว่า หมดยุคสมัยแล้ว บุคคลที่ออกมาแสดงความเห็นแบบนี้ แสดงว่าเป็นผู้ตั้งอยู่บนความประมาท

ถ้าหากว่าไวรัส covid-๑๙ เกิดจากกรรม อากาศ หรือว่าอาหารก็แล้วไป แต่ถ้าเกิดจากผีกระทำ การสวดรตนสูตรย่อมช่วยได้อย่างใหญ่หลวง"

เถรี 23-03-2020 11:53

"บุคคลพึงกระทำอย่างสุดความสามารถในทุกด้านเสียก่อน เมื่อสิ้นกำลังกาย กำลังใจ กำลังสติปัญญา กำลังคน กำลังทรัพย์แล้ว ค่อยปล่อยให้เป็นภาระหน้าที่ของหมอหรือรัฐบาล

ไม่ใช่ว่ายังไม่ทันทำอะไรเลย เมื่อเห็นว่าไม่ตรงกับกิเลสของตัวเอง ก็รีบปฏิเสธเอาไว้ก่อน คนประเภทนี้อาตมาถือว่าโง่..! เมื่อแพทย์ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เวชศาสตร์ ไสยศาสตร์ สู้ไม่ได้แล้ว มีพุทธศาสตร์อยู่แล้วจะไม่ใช้หรือ ?"

เถรี 23-03-2020 11:54

"ช่วงก่อนนี้มีพระมหาเปรียญธรรม ๙ ประโยคท่านหนึ่ง ปัจจุบันนี้เป็นท่านเจ้าคุณไปแล้ว ออกมาแสดงความเห็นว่า การสร้างวัตถุมงคลจาก หนัง เขา เขี้ยว งา กระดูก ของสัตว์ต่าง ๆ ทำไปก็ไม่มีผล เพราะว่าบารมีพระพุทธเจ้า ไม่ลงประทับในสิ่งทั้งหลายเหล่านี้

ผู้ที่พูดแบบนี้แปลว่าใช้หลักวิชาการอย่างเดียว ไม่ได้มีความรู้ความสามารถทางด้านจิตภาวนาเลย จึงไม่สามารถเข้าถึงในสิ่งต่าง ๆ ที่โบราณาจารย์ท่านทำเอาไว้ได้ แล้วแสดงความเห็นไปตามทัศนะของตน"

เถรี 23-03-2020 11:55

"สิ่งเหล่านี้ถ้าทำแล้วไม่ได้ผล ทำไมคนรุ่นก่อนใช้งานแล้วเกิดผลเป็นปกติ ? ก็เพราะว่าคนรุ่นเก่าประกอบด้วยศรัทธา แต่คนรุ่นใหม่อย่างท่านศึกษาวิชาการมากเกินไป จนขาดศรัทธาในคุณพระรัตนตรัยที่แท้จริง เพราะว่าสงสัยไปทุกเรื่อง

ดังนั้น...การที่ญาติโยมทั้งหลายทำบุญใส่บาตรมากขึ้น สวดมนต์ไหว้พระมากขึ้น เจริญกรรมฐานมากขึ้น นับเป็นสิ่งที่ดีอย่างยิ่ง เพราะว่าอันดับแรก...ตัวคนทำได้บุญกุศลเป็นของตนเองก่อน

อันดับที่สอง...เมื่อจิตใจมีเครื่องยึดเหนี่ยว ก็มั่นคง มีสติ มีปัญญาพิจารณาว่าอะไรควรหรือไม่ควรในสถานการณ์วิกฤตแบบนี้ แล้วเลือกทำในสิ่งที่จะช่วยกู้สถานการณ์ให้ดีที่สุด เป็นการกระทำที่ควรค่าแก่การสรรเสริญเป็นยิ่งนัก"

เถรี 23-03-2020 13:11

"สิ่งหนึ่งที่ผู้คนแสวงหากันในช่วงนี้ คือวัตถุมงคล ด้วยเชื่อว่าป้องกันโรคได้ เช่น วัตถุมงคลหัวนอโม วัตถุมงคลที่บรรจุปรอทป่า เหรียญทำน้ำมนต์รักษาโรค ธงกันโรคระบาด เป็นต้น

สิ่งทั้งหลายเหล่านี้เป็นที่พึ่งทางใจอย่างหนึ่ง ให้เราระลึกถึงคุณของ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แต่ต้องมีปัญญาประกอบในการใช้ด้วย

ไม่ใช่ว่าเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา แทนที่จะหาหมอก็มาทำน้ำมนต์กินเอง ต้องพึ่งวิทยาการสมัยใหม่ พึ่งการแพทย์สมัยใหม่เสียก่อน จนไม่มีทางรักษาแล้ว ค่อยมาพึ่งคุณพระรัตนตรัย

ไม่อย่างนั้นแล้ว เราจะเป็นเหตุให้บุคคลปรามาสพระรัตนตรัยโดยไม่รู้ตัว เพราะว่าคนที่รู้ก็จะตำหนิติเตียนเรา และตำหนิติเตียนไปถึงวัตถุมงคลที่เราใช้ ซึ่งก็คือการตำหนิในพระรัตนตรัยนั่นเอง"

เถรี 23-03-2020 13:13

"ดังนั้น..ในการพึ่งพาวัตถุมงคล พึ่งพาคุณพระรัตนตรัย ต้องอาศัยควบคู่ไปกับการแพทย์สมัยใหม่ เรียกว่ารักษาทั้งกายรักษาทั้งใจไปพร้อมกัน จึงนับว่าเป็นการใช้หลักธรรมคือปัญญาในการดำเนินชีวิตอย่างแท้จริง"

เถรี 23-03-2020 13:17

"ตอนนี้ที่วุ่นวายกันจนเว็บวัดท่าขนุนแทบจะระเบิด คือการจองพระสมเด็จองค์ปฐมพลิกชีวิต เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปวดหัวกับกิเลสคนเป็นอย่างมาก

ทุกคนต้องการให้ได้อย่างใจ ตอนนั้น เดี๋ยวนั้น โดยไม่ได้คิดว่าการที่คนเป็นพันประดังเข้าไปพร้อมกัน ทำให้เจ้าหน้าที่คนเดียวปวดหัวขนาดไหน ?

ส่วนใหญ่ก็เพิ่งสมัครเป็นสมาชิกในวันนั้น ซึ่งตามกติกาคือต้องมีการยืนยันตัวตนก่อน แต่เจ้าหน้าที่ไม่ว่างในการยืนยันตัวตนให้ เพราะมัวแต่ยุ่งกับการรับจอง พวกเราก็โทรหาทุกเบอร์ที่คิดว่าใช่ เพื่อสนองกิเลสตนเอง

คือ กูสมัครแล้ว กูจองแล้ว กูต้องได้ ไม่ศึกษากฎเกณฑ์กติกาอะไรทั้งสิ้น เจ้าหน้าที่ขับรถอยู่ก็โทรถามเป็นร้อยสาย คิดว่าตัวเองโทรอยู่คนเดียว ต้องตอบปัญหาของตัวเองให้ชัดเจน พอเขาตัดสายเพราะรถจะตกถนนก็โกรธอีก"

เถรี 23-03-2020 13:19

"ถ้ารู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา ก็จะเห็นว่าเว็บวัดท่าขนุนนั้น เปิดมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ แล้ว แต่ก็ไม่คิดจะสมัครเป็นสมาชิก พอเกิดเรื่องรีบด่วนขึ้นมาแล้วค่อยสมัคร ประดังกันเข้ามาเป็นร้อยเป็นพัน ต่อให้เกิดเป็นทศกัณฐ์ก็บริการให้ไม่ทัน..!

บางคนคิดอยู่อย่างเดียวว่าตัวเองศรัทธา แต่มาเจอบริการแย่ ๆ โดยไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่เว็บมีเพียงคนเดียว ก็สารพัดจะต่อว่าต่อขาน ไปนั่งร้องไห้บ้าง กังวลจนนอนไม่หลับบ้าง ประสาทรับประทานบ้าง เรียกว่าทำร้ายตัวเองแท้ ๆ เลย..!"

เถรี 23-03-2020 13:23

"อาตมาอยากจะให้ทุกคนดูใจตัวเอง ว่าที่เป็นอย่างนั้นเพราะอะไร ? เรารักตัวเองจนกระทั่งต้องได้วัตถุมงคลชิ้นนี้ให้ได้ เราโลภเพราะจะเอาไปขายต่อแพง ๆ เราโกรธเพราะอยากได้มากแต่ไม่ได้อย่างใจ เราหลงเพราะคิดว่าวัตถุมงคลสามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างในชีวิตหรือเปล่า ?

ถ้าเป็นอย่างนั้นก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก เพราะว่าการสร้างวัตถุมงคลนั้น เจตนาแรกก็คือ ต้องการให้ทุกคนยึดมั่นในคุณพระรัตนตรัย ลำดับต่อไป คือ ผลพิเศษตามแต่พระหรือครูบาอาจารย์ท่านจะสงเคราะห์ ไม่ใช่อาตมาสร้างแล้วไปก่อให้เกิดความ รัก โลภ โกรธ หลง ให้เจริญงอกงามในใจของญาติโยม

ท่านที่ตั้งใจทำมาหากินกับวัตถุมงคลของวัดท่าขนุน ก็ให้รู้จักละอายแก่ใจตัวเองบ้าง ซื้อมาราคาหลักร้อย เอาไปขายราคาหลายพัน ซื้อราคาหมื่นเอาไปจำหน่ายเป็นแสน ทำไมถึงได้คิดจะขูดเลือดขูดเนื้อญาติโยมกันขนาดนั้น ?"

เถรี 23-03-2020 13:26

"ส่วนบางคนก็ต้องบอกว่าบ้า..! ทางวัดคิดค่าส่งตามน้ำหนักวัตถุมงคล ก็มาบ่นว่าแพง แต่เวลาซื้อต่อจากคนอื่นเป็นหมื่นเป็นแสนกลับไม่บ่นสักคำ..!?

ขอบอกกับทุกท่านว่า ถ้าคิดว่าแพงก็ให้สละสิทธิ์...! ไม่ต้องบูชาของแพงไปให้ลำบากใจตนเอง คนที่ไม่คิดว่าแพงเขามี และต้องการจะบูชาอยู่ ถ้าท่านสละสิทธิ์เขาจะดีใจกันมาก"

เถรี 23-03-2020 13:29

"ส่วนท่านที่ไม่สามารถจองบูชาได้ เพราะยังติดขัดด้วยเหตุประการใดก็ตาม ยังมีวัตถุมงคลชุดนี้อยู่อีก ๓ เนื้อ ประมาณ ๙,๐๐๐ องค์ รอให้เจ้าหน้าที่จัดการยืนยันตัวตนในการสมัครของท่านให้เรียบร้อย ทางวัดก็จะนำออกให้บูชาอีก

อย่าไปซื้อต่อจากคนอื่นด้วยราคาแพง จะกลายเป็นการสนับสนุนให้คนโลภเข้ามาแย่งสิทธิ์ของเรา แล้วเอาของมาขายให้เราในราคาที่สูงมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่อาตมารับไม่ได้...!"

เถรี 23-03-2020 13:33

"สิ่งหนึ่งที่อยากจะตักเตือนทุกคนก็คือว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม หน้าที่ของเราก็คือรักษากำลังใจของตนเองให้ดีที่สุด อย่าให้กิเลสนำหน้าตัณหานำทาง ไม่อย่างนั้นท่านจะหลงทางไปไกล ห่างจากมรรคจากผลไปอีกหลายชาติ..!"

เถรี 23-03-2020 17:15

"ทางวัดท่าขนุนยกเลิกงานบวงสรวงไหว้ครูประจำปีและเป่ายันต์เกราะเพชร งานบรรพชาหมู่สามเณรภาคฤดูร้อน งานบวชเนกขัมมะปฏิบัติธรรม และงานทำบุญสงกรานต์ เพื่อปฏิบัติตามคำสั่งของพระเดชพระคุณพระเทพปริยัติโสภณ เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี

ทางคณะสงฆ์ต้องให้ความร่วมมือกับทางรัฐบาลที่ขอความร่วมมือมา แม้ว่าจะมีช่องทางให้สามารถจัดงานได้ ซึ่งทางราชการได้ระบุว่า วัดที่มีศักยภาพ สามารถระมัดระวังและคัดกรองผู้ติดไวรัส covid-๑๙ ได้ ก็ให้จัดงานได้ตามที่ต้องการ"

เถรี 23-03-2020 17:16

"วัดท่าขนุนเป็นวัดที่มีศักยภาพสูง เนื่องจากได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานคุณธรรมบริษัทมุลเลอร์กรุ๊ป เว็บไซต์คุณธรรมออนไลน์ palungjit.org เว็บไซต์คุณธรรมวัดท่าขนุน ตลอดจนคณะกรรมการบ้านเติมบุญ และคณะรวมใจภักดิ์ของท่านอาจารย์วิชชุ อารมณ์ดีทุกท่าน

ซึ่งได้ลงทุนซื้อเครื่องไม้เครื่องมือเตรียมการคัดกรองผู้ติดไวรัส covid-๑๙ ตลอดจนกระทั่งเครื่องป้องกัน ทั้งหน้ากากอนามัย และแอลกอฮอล์ล้างมือ ไปนับแสนบาท

แม้กระทั่งซุ้มพ่นยาฆ่าเชื้อก็จัดหามาด้วย แต่เมื่อทางคณะสงฆ์จังหวัดกาญจนบุรี ขอความร่วมมือให้งดการจัดงานซึ่งมีคนมาก ๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส อาตมาก็ต้องตัดใจยกเลิกการจัดงาน"

เถรี 23-03-2020 17:18

"อีกส่วนหนึ่งก็คือทางคณะบายศรี ซึ่งพระมหานันทวัฒน์ เขมธมฺโม วัดปากน้ำภาษีเจริญ และคณะศิษย์ ได้สั่งให้ทำไปแล้ว ก็ต้องจ่ายเงินฟรีเช่นกัน

ถ้าอาตมาจะรั้นว่าเราเป็นวัดที่มีศักยภาพ แล้วดื้อจัดงานต่อไป ทางคณะสงฆ์ก็คงไม่อาจจะทำอะไรได้ แต่จะเกิดความเสียหายใหญ่ขึ้นมาทันที

เพราะว่าเมื่อมีผู้แหกคอกรายที่ ๑ ก็จะมีรายที่ ๒ รายที่ ๓ ต่อไป โดยอ้างว่าทำไมรายที่ ๑ ถึงทำได้ ? แล้วระเบียบก็ไม่เป็นระเบียบ วินัยก็ไม่เป็นวินัย การแพร่ระบาดของเชื้อโรคก็จะอยู่นอกเหนือการควบคุมทันที..!"

เถรี 23-03-2020 17:23

"การปฏิบัติตามกฎระเบียบ ตามคำสั่ง เป็นการแสดงออกชัดว่าเรามีศีลหรือไม่ ? เพราะว่าเป็นการงดเว้นตามข้อห้ามเช่นเดียวกัน ถ้าท่านสามารถปฏิบัติตามระเบียบที่ยากลำบาก หรือต้องเสียสละมาก ๆ ได้ ก็มั่นใจได้ว่าท่านสามารถรักษาศีลให้สมบูรณ์ได้เช่นกัน

วัดท่าขนุนงดการจัดงานทั้งหลายที่กล่าวไปข้างต้น ตลอดจนงดการรับสังฆทานและสอนกรรมฐานที่บ้านเติมบุญ อย่างเก่งก็สูญเสียรายได้ไม่เกิน ๔ - ๕ ล้านบาท

แต่วัดใหญ่อย่างวัดไร่ขิง (พระอารามหลวง) ประกาศงดการจัดงานประจำปี ซึ่งมีรายได้ถึง ๓๐ - ๔๐ ล้านบาท หรือวัดโสธรวราราม ปิดวัดเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ทำให้สูญเสียรายได้วันหนึ่งนับล้านบาท"

เถรี 23-03-2020 17:26

"เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว วัดท่าขนุนของเราเป็นแค่เศษเสี้ยวเล็ก ๆ เท่านั้น วัดใหญ่ที่มีรายได้มากขนาดนั้นยังเสียสละได้ ทำไมเราจะเสียสละบ้างไม่ได้ ?

ถ้าการเสียสละของเราทำให้หยุดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-๑๙ ลงได้ ทำให้หมอตลอดจนกระทั่งหน่วยราชการทำงานได้ง่ายขึ้น จัดการให้โรคระบาดหมดไปจากประเทศไทยเราได้เร็วขึ้น ก็ถือว่าคุ้มค่าทุกประการ"

เถรี 23-03-2020 17:28

"เมื่อเป็นดังนั้น ญาติโยมทั้งหลายที่ทั้งบ่นก็ดี ระบายความในใจทางโซเชียลก็ดี โปรดละ เลิก การกระทำของตนเองเสีย และปฏิบัติตามสิ่งที่ทางราชการขอความร่วมมือมา จึงจะไม่เสียทีที่บอกว่าเป็น ลูกศิษย์วัดท่าขนุน"

เถรี 24-03-2020 07:08

"ช่วงนี้เมื่อจะลงฟังพระปาฏิโมกข์ หรือสวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น ทางวัดท่าขนุนต้องจัดสถานที่ใหม่ การลงฟังพระปาฏิโมกข์ ต้องนั่งห่างกัน ๑ ช่วงแขน เพื่อให้เป็นไปตามพระวินัย ที่การลงสังฆกรรมต้องนั่งให้ได้หัตถบาส คืออยู่ในระยะที่มือเอื้อมถึง

ส่วนการสวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น วันละ ๓ ครั้ง ทางวัดท่าขนุนปรับลดเหลือแค่ทำวัตรเช้าเย็นวันละ ๒ ครั้ง แต่ละรูปต้องนั่งห่างกัน ๑.๕ เมตร และใส่หน้ากากอนามัยทุกรูป

สิ่งทั้งหลายเหล่านี้คือความร่วมมือของคณะสงฆ์ ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม นี่ไม่ใช่คำพูดใหญ่โตเกินเหตุ เพราะว่าถ้าเกิดมีผู้ติดเชื้อขึ้นมาสักคนหนึ่ง ก็จะเดือดร้อนต่อส่วนรวมทั้งหมด..!"

เถรี 24-03-2020 07:09

"เราจะเห็นว่าบรรดา "ผีน้อย" ที่กลับจากประเทศเกาหลีใต้ก็ดี บรรดาลูกท่านหลานเธอที่กลับจากการเที่ยวต่างประเทศก็ดี เมื่อมาแล้วก็ไม่ยอมกักตัว หากแต่ไปกินหมูกระทะบ้าง ไปเที่ยวผับเที่ยวบาร์บ้าง

คนทั้งหลายเหล่านี้กลายเป็นต้นเหตุให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-๑๙ อย่างรุนแรง ก็เพราะการขาดจิตสำนึกรับผิดชอบต่อตนเอง ขาดจิตสำนึกรับผิดชอบต่อครอบครัว จนกลายเป็นการขาดจิตสำนึกในการรับผิดชอบต่อสังคม..!

ทั้ง ๆ ที่ตนเองเป็นผู้ขาดจิตสำนึกในการรับผิดชอบ แต่พอเดือดร้อนขึ้นมาก็ไปเรียกร้องเอาจากรัฐบาล เรียกร้องเอาจากหมอ และท้ายที่สุดก็มาเรียกร้องเอาจากสังคม โดยไม่ได้ดูว่าผู้ก่อให้เกิดความเดือดร้อนนั้นก็คือตนเอง"

เถรี 24-03-2020 07:10

"ดังนั้น..ในช่วงระยะเวลานี้ ที่การแพร่ระบาดของไวรัส covid-๑๙ เป็นไปอย่างรุนแรง ญาติโยมทั้งหลายอย่าเสียเวลาไปด่ารัฐบาล อย่าเสียเวลาไปด่าผู้ที่ขาดจิตสำนึกรับผิดชอบ เพราะว่าด่าไปแล้วก็ไม่อาจทำให้อะไรให้ดีขึ้นมาได้

เก็บพลังงานเอาไว้แก้ไขเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้ดีขึ้นจะดีกว่า การตำหนิติเตียนผู้อื่นนั้น เป็นการแสดงออกซึ่งกำลังใจของเราว่ายังใช้ไม่ได้ ยังไปโทษฟ้าโทษดิน โดยไม่ได้กล่าวโทษโจทย์ตนเอง ตามที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนไว้"

เถรี 24-03-2020 07:11

"สัพเพ ธัมมา อนัตตา สิ่งทั้งหลายทั้งปวงเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ในที่สุดก็ดับไป แต่เรื่องของโรคระบาดครั้งนี้ เราต้องช่วยกันดับให้เร็วที่สุด โดยให้ความร่วมมือกับทางรัฐบาล อย่าให้ความเห็นแก่ตัวของตน สร้างความเดือดร้อนให้กับคนทั้งสังคม

ภาวะวิกฤตเช่นนี้ การมีภาวะผู้นำเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ทางวัดท่าขนุนจึงต้องทำให้ญาติโยมและวัดอื่น ๆ ได้เห็น เพื่อที่ท่านทั้งหลายเหล่านั้นจะได้ทำตาม"

เถรี 24-03-2020 07:13

"อย่าได้ประมาทคำว่า "ไอดอล" ของฝรั่ง คำนี้มีอิทธิพลเป็นอย่างยิ่ง ถ้าคนอื่นศรัทธาเชื่อมั่นในตัวของเรา แล้วเราลงมือกระทำสิ่งใด ก็จะมีคนทำตามเป็นจำนวนมาก

"ไอดอล" นี่แหละคือผู้ที่จะแสดงออกถึงภาวะผู้นำ หรือว่าใช้ภาวะผู้นำได้ถูกต้องตามสถานการณ์หรือไม่ ? ถ้าใช้ได้ถูกต้อง ผู้คนจำนวนมากเต็มใจทำตาม ก็จะบรรเทาสถานการณ์วิกฤตให้เบาบางลงได้มาก

อย่ารอให้คนอื่นนำแล้วเราค่อยตาม เราต้องเป็นผู้นำเพื่อให้คนอื่นทำตาม ไม่ว่าท่านจะเป็น "ไอดอล" หรือไม่ ถ้าทำแล้วมีผู้ทำตามเป็นจำนวนมาก ท้ายสุดท่านก็จะเป็นไปเองโดยไม่ต้องมีใครตั้งให้เป็น"

เถรี 24-03-2020 07:15

"ขอให้ทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือ ยอมยากลำบากกับสถานการณ์ในช่วงสั้น ๆ นี้ เพื่อให้ทุกอย่างอยู่ในการควบคุม แล้วโรคนี้ก็จะดับไปตามหลักธรรมของพระพุทธเจ้า ไม่สามารถตั้งอยู่ได้นาน เพราะความร่วมมือของเราทั้งหลายเอง

สิ่งที่สำคัญก็คือ อย่าตื่นตระหนกกับไวรัส covid-๑๙ จนลืมไปว่าเรายังมีโรคเอดส์ที่ระบาดรุนแรงไม่แพ้กัน ยังมีภัยแล้งที่พี่น้องชาวไทยต้องเดือดร้อนกันเป็นจำนวนมาก

ต้องช่วยกันระมัดระวัง ใช้ชีวิตโดยไม่ประมาท พยายามช่วยเหลือผู้อื่น ถ้าช่วยเป็นทรัพย์สินเงินทองไม่ได้ ก็ช่วยโดยกำลังกาย ช่วยด้วยการให้ปัญญาคือคำแนะนำ ท้ายสุดถ้าช่วยใครไม่ได้จริง ๆ ก็ต้องทำตัวเป็นผู้ตามที่ดี"

เถรี 24-03-2020 08:11

"ประหยัดน้ำกันคนละลิตร ปิดไฟกันคนละดวง ก็จะช่วยประเทศชาติ ช่วยส่วนรวมได้อย่างมหาศาล ทั้งยังเป็นการสร้างระเบียบวินัยให้เกิดขึ้นกับตัวเอง วิกฤตแต่ละครั้งเกิดขึ้นก็ตั้งอยู่ได้ไม่นาน แต่วินัยนั้นจะติดตัวเราข้ามชาติข้ามภพไป จนกว่าจะหลุดพ้นจากกองทุกข์เข้าสู่พระนิพพาน"

เถรี 24-03-2020 08:12

พระอาจารย์กล่าวว่า "ตอนนี้เข้าสู่ฤดูร้อน พระภิกษุสามเณรวัดท่าขนุนจะออกบิณฑบาตตอนหกโมงเช้า โดยมีเสียงระฆังสัญญาณบอกให้ทุกรูปไปรวมตัวกัน แล้วค่อยแยกสายออกบิณฑบาต

เมื่อเสียงระฆังสัญญาณดังขึ้น หมาทั้งวัดก็จะเห่าหอนพร้อมกัน สมัยยังเป็นเด็กอาตมากลัวมาก ผู้ใหญ่บอกว่าหมาหอนเพราะว่าเห็นผี..! แต่มาสมัยนี้อาตมาแยกออกแล้วว่า เสียงหมาหอนเพราะเห็นผี กับหมาหอนเพื่อกลบเสียงระฆังนั้นต่างกันอย่างไร..!?"

เถรี 24-03-2020 08:14

"ที่จะกล่าวถึงในที่นี้ก็คือ เมื่อเวลา ๐๕.๕๕ น. หมาทั้งวัดจะหอนพร้อมกันเหมือนกับได้ยินเสียงระฆัง เมื่อพิจารณาดูแล้วจึงเห็นว่า เป็นความเคยชินที่ฝังติดอยู่ในจิตหรือสมองของหมา ว่าเวลานี้ต้องเห่าหอน แล้วก็ทำหน้าที่นั้นโดยพร้อมเพรียงกัน

ตรงนี้จึงทำให้เห็นว่า สิ่งที่หลวงพ่อวัดท่าซุงได้สอนอาตมาให้ภาวนาจนชิน เพื่อที่จะถึงเวลาแล้ว ถ้าเราตายตอนนั้น อย่างน้อยก็จะมีสุคติเป็นที่ไป

ขนาดหมายังมีจิตที่มีสภาพจำ แล้วท่านทั้งหลายที่เกิดเป็นคน อยู่ในภพภูมิที่สูงกว่า มีโอกาสทำความดีได้มากกว่า แล้วจะไม่เพียรพยายามเพื่อตัดชาติตัดภพของตนเองหรือ ?

ถ้าท่านรู้สึกขี้เกียจ ไม่มีอารมณ์ที่จะปฏิบัติใน ศีล สมาธิ ปัญญา อาตมาอยากจะบอกว่า ท่านยังสู้หมาไม่ได้เลย เสียชาติเกิดจริง ๆ..!"

เถรี 24-03-2020 10:11

พระอาจารย์กล่าวว่า "การบิณฑบาตของพระภิกษุสามเณรในอำเภอทองผาภูมิ โดยเฉพาะในบริเวณตลาดเทศบาลตำบลทองผาภูมินั้น จะมีพระอยู่หลายวัดด้วยกันที่ออกมาบิณฑบาต ได้แก่ วัดท่าขนุน วัดทองผาภูมิ วัดเวฬุวัน วัดป่าผาตาดธารสวรรค์ วัดจวบจันทร์วนาราม และยังมีพระมอญพระพม่า ที่บิณฑบาตรูปเดียวอีก ๓ ราย ได้แก่ ท่านเอ ท่านอ้วน ท่านอะหั่ง

เนื่องจากคณะสงฆ์มีคำสั่งให้งดการบรรพชาหมู่สามเณรภาคฤดูร้อน แต่ว่าบางวัดอย่างเช่นวัดเวฬุวัน ก็ยังมีญาติโยมนำเอาลูกหลานไปบรรพชาเป็นสามเณร และต้องออกบิณฑบาตทุกรูป

ที่พบก็คือช่วงท้ายของแถวบิณฑบาตวัดเวฬุวัน ห่างออกไปเป็นร้อยเมตร มีสามเณรตัวจิ๋ว น่าจะอายุไม่เกิน ๕ ขวบ เดินรั้งท้ายโดยมีพระพี่เลี้ยง ๑ รูปคอยดูแล สามเณรตัวเล็ก ขาสั้น เดินไม่ทันใคร มืออุ้มบาตรใบโต หน้าตาเหมือนจะร้องไห้อยู่แล้ว พยายามเดินเพื่อตามแถวบิณฑบาตให้ทัน

ที่น่าชื่นชมคือพระพี่เลี้ยงท่านปล่อยวางดีมาก นอกจากกระตุ้นด้วยวาจาให้สามเณรพยายามเดินแล้ว ก็ไม่มีการช่วยเหลืออื่นใดอีก นี่คือการฝึกหัดเยาวชนตัวน้อยของเราที่ถูกต้องที่สุด"

เถรี 24-03-2020 10:13

"ปัจจุบันประเทศไทยของเรานั้น บรรดาพ่อแม่มักจะเลี้ยงบุตรหลานแบบโอ๋จนเสียผู้เสียคน จนโตเป็นวัยรุ่นหนุ่มสาวแล้วก็ยังช่วยทำงานทำการอะไรไม่เป็น

เมื่อลูกหลานมาบวชสามเณรภาคฤดูร้อน อย่างของวัดท่าขนุนนั้น ต้องถูศาลา ซักผ้า กวาดวัด บิณฑบาต เรียกง่าย ๆ ว่างานบ้านทำเป็นทุกอย่าง แต่น่าเสียดายอย่างยิ่งว่าทางบ้านรับช่วงต่อไม่ได้ เมื่อกลับบ้านไปยังคงทำเองอยู่ ๒ - ๓ วัน แล้วแม่ก็แย่งทำจนหมด กลับกลายเป็นเด็กขี้เกียจไปตามเดิม"


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 12:56


ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว