กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กระดานสนทนาวัดท่าขนุน (https://www.watthakhanun.com/webboard/index.php)
-   เก็บตกจากบ้านเติมบุญ (https://www.watthakhanun.com/webboard/forumdisplay.php?f=65)
-   -   เก็บตกบ้านเติมบุญ ต้นเดือนเมษายน ๒๕๖๓ (https://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=6940)

เถรี 21-04-2020 06:39

"เรื่องเหล่านี้เป็นหน้าที่ของหมอและทางราชการจะให้คำแนะนำ หน้าที่ของพระก็คือขอให้ประชาชนทำตามคำแนะนํานั้นโดยไม่ประมาท ไม่ใช่ไปทำหน้าที่แทนบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งตนเองไม่มีความเชี่ยวชาญชำนาญแบบนั้น

คำแนะนำของท่านด็อกเตอร์ในเรื่องนี้ ขออภัยที่พระภิกษุสามเณรพิจารณาแล้วว่าไม่สามารถทำตามได้ เพราะว่าไม่อยากเป็นบุคคลประเภทที่ "โง่แล้วขยัน" จนไปทำให้การทำงานของบรรดาแพทย์พยาบาลวุ่นวายหนักขึ้น ความคิดของท่านข้อนี้ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน เสียภูมิปริญญาเอกจริง ๆ..!"

เถรี 21-04-2020 06:40

"๕. ส่งเสริมให้พระเป็นที่พึ่งทางใจแก่ประชาชนในยามนี้ เพราะขณะที่ประชาชนเกิดความกลัว ความเครียด จากการกักตนเองอยู่ในบ้านเป็นเวลานาน ย่อมเกิดปัญหาทางจิตใจแพร่กระจายไปทั่วประเทศในอนาคต พระจะต้องทำหน้าที่ผู้นำทางจิตใจ ให้คำปรึกษาแก่ผู้ทุกข์ร้อน โดยเป็นผู้รับฟังปัญหาที่ดี ให้ผู้มีทุกข์ได้ระบาย เสริมสร้างให้กำลังใจ ให้ความรู้ใหม่และข้อมูลใหม่ เพื่อเป็นทางเลือกในการดำรงชีวิต เสมือนจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาบำบัด อนาคตอันใกล้ คนตกงาน คนว่างงาน คนสูญเสียคนรักในครอบครัว คนอดอยาก คนเคียดแค้น ชิงชังผู้บริหารประเทศ จะต้องมีมากขึ้นอย่างแน่นอน"

ความเห็นส่วนตัว : นี่ก็เป็นการ "ถอดกางเกงผายลม" อีกแล้ว พระภิกษุสามเณรทำตนเป็นที่พึ่งทางใจ ให้คำปรึกษาให้คำแนะนำแก่ญาติโยมทั้งหลาย มาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์จนถึงปัจจุบันนี้

บริบทในสังคมชาวพุทธง่าย ๆ แค่นี้ท่านก็ไม่ทราบ ซ้ำยังอุตส่าห์มาให้คำแนะนำแบบ "สอนหนังสือพระสังฆราช" "สอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ" "เอามะพร้าวไปขายที่เกาะสมุย" เป็นการขยายความโง่เพื่อให้ตนเองดูดีแท้ ๆ..!"

เถรี 21-04-2020 06:41

"ในฐานะพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่งในพระพุทธศาสนา อาตมาให้อภัยในความมืดบอด หลงผิด สภาพจิตเต็มไปด้วยอวิชชา มีอคติต่อพระภิกษุสามเณรของท่านมา ณ ที่นี้ หวังว่าท่านจะสามารถมีสุคติเป็นที่ไปในเบื้องหน้า..!

ส่วนความอคติ ความเคียดแค้นชิงชังของประชาชน ที่จะมีต่อรัฐบาลนั้น ถ้าไม่มีบุคคลประเภท "ผีเจาะปากให้มาพูด" "หมาเห่าใบตองแห้ง" ที่ไม่หวังดีปรารถนาดีต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง คอยออกมายุแหย่เสี้ยมสอนแล้ว มั่นใจว่าต่อให้ไม่มีพระภิกษุสามเณรคอยช่วยเหลือ รัฐบาลก็ "เอาอยู่" อย่างแน่นอน"

เถรี 21-04-2020 06:43

"๖. ในสถานการณ์ที่คนต้องกักตัวอยู่ในบ้านเช่นนี้ หากจะได้มีการฝึกสอนการทำวิปัสสนาสมาธิ ในรูปแบบอานาปานสติหรือวิธีอื่นทางไกล โดยมีการกำหนดเวลาดำเนินการที่ชัดเจนทางสถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อนำการปฏิบัติ ก็น่าจะเป็นประโยชน์ เพราะในยามนี้คนไทยมีเวลามากขึ้น"

ความเห็นส่วนตัว : คนตาบอดทั่วไปว่าน่าสงสารแล้ว คนที่ "ใจบอด" ยิ่งน่าสงสารไปกว่านั้นอีก แสดงว่าท่านเองไม่ได้สนใจสิ่งที่พระภิกษุสามเณรได้กระทำออกสื่อเลยแม้แต่น้อย

เรื่องที่ท่านด็อกเตอร์แสดงความเห็นมานั้น ทุกวัดที่มีสื่อโซเชียล ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ Facebook Instagram Twitter แม้กระทั่ง Line ได้ให้คำแนะนำสั่งสอนญาติโยมผ่านสื่อทั้งหลายเหล่านี้ ทั้งทางด้านสมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐานเป็นปกติอยู่แล้ว

ได้โปรดออกจากกะลามาดูโลกภายนอกบ้าง จะได้เลิกทำตัวเป็น "กบน้อยในรอยตีนโค" "ตาบอดสอดตาเห็น" แล้วไปถวายคำแนะนำแก่พระภิกษุสามเณรในลักษณะ "สอนหนังสือพระสังฆราช" แบบนี้อีก"

เถรี 21-04-2020 06:44

"แม้แต่ที่อาตมากำลังทำอยู่ คือแสดงความเห็นเป็นวิวาทะกับท่านด็อกเตอร์อยู่นี้ ก็ส่งมาจากทางไกลติดชายแดนพม่า ถึงแม้ว่าจะอยู่หลังเขา แต่ก็ไม่ได้ "หูหนวกตาบอด" พอที่จะได้เห็นโลกภายนอกผ่านสื่อโซเชียลต่าง ๆ จนมาสะดุดตากับความคิดเห็นของท่านอยู่ในขณะนี้

ขอให้คำแนะนำในฐานะพระภิกษุสงฆ์ในพระพุทธศาสนา ซึ่งมีหน้าที่ชักจูงคนให้พ้นจากความมืดบอด กลับมาสู่ความเป็นสัมมาทิฏฐิว่า กรุณาศึกษาบริบทของพระพุทธศาสนา ความเป็นพระภิกษุสามเณร ตลอดจนการปกครองคณะสงฆ์ทั้ง ๖ ด้าน แล้วค่อยออกมาแสดงความเห็น จะได้ไม่เป็นที่สมเพชเวทนาทั้งของพระภิกษุสามเณรและประชาชนอยู่ในขณะนี้ ขอเจริญพร"

เถรี 22-04-2020 06:37

"พ่อจะไม่พูดอะไรสักหน่อยหรือครับ ?"

"พูดไปแล้วมีประโยชน์อะไรวะ ? คนที่เชื่อข้าแบบแก ถึงไม่พูดก็เชื่อ ส่วนคนที่ไม่เชื่อข้า พูดไปมันก็ว่าข้าแก้ตัวอยู่ดี เอาเวลาไปทำงานดีกว่าว่ะ..!"

ที่ว่ามาข้างบนนั้น "พ่อ" กับ "ลูก" คุยกัน เมื่อ ๓๐ ปีที่แล้ว คือ ปี ๒๕๓๒ เนื่องจากมีข่าวอื้อฉาวว่า "พ่อ" มีปัญหาชู้สาว ซึ่งเป็นไปไม่ได้แน่นอน

เถรี 22-04-2020 06:39

ทำไมเชื่อแบบนั้น ? ประการแรก "พ่อ" อายุ ๗๓ ปีเข้าไปแล้ว ประการที่ ๒ ท่านป่วยหนักชนิดแทบจะไม่มีแรงหายใจ โดยเฉพาะเป็นมาลาเรียเช่นเดียวกับ "ลูก" ซึ่งเป็นมาแค่ ๘ ปี ก็หมดสภาพแล้วด้วยฤทธิ์ไข้ป่า

คนอายุ ๓๐ ปียังหมดสภาพ แล้วคนอายุ ๗๓ ปี มาลาเรียกำเริบ ทุกเย็นต้องอาเจียนจนตับไตไส้พุงแทบจะหลุดออกมาด้วยเกิน ๒๐ ปี ยังจะเหลืออะไรให้ไปคึกได้ ?

ประการสุดท้าย หลักการปฏิบัติที่ "พ่อ" สอนมา แค่โลกียสมาธิ ถ้าไม่เผลอขาดสติ ก็ยังกดกามราคะอยู่ อย่าว่าแต่ท่านที่เข้าถึงมรรคผลเลย

เมื่อ "พ่อ" ออกมาพักผ่อนก่อนฉันเพล อาตมาที่กังวลอยู่ด้วยข่าวอื้อฉาว จึงเข้าไปกราบเรียนถามดังว่ามาแล้วข้างต้น เมื่อได้รับคำตอบและออกจากที่พักของ "พ่อ" มา ครูนนทา อนันตวงษ์ ที่จัดสำรับถวายเพล "พ่อ" อยู่ อุตส่าห์เมตตาบอกว่า "ไม่ต้องห่วงหรอก เรื่องนี้หลวงพ่อโดนมานานแล้ว โดนหนักกว่านี้หลายเท่า เรื่องตอนนี้เล็กมากถ้าเทียบกับเรื่องที่ท่านผ่านมา"

เถรี 22-04-2020 06:40

ย้อนกลับมาดูตัวเอง ตั้งแต่บวชเข้ามาในพระพุทธศาสนา เรื่องผู้หญิงที่เข้ามาในชีวิต ครั้งแรกเลยก็คือผู้ที่ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ มาขอให้สึกอยู่บ่อย ๆ จนเป็นที่ขบขันของพี่น้องหลายท่านที่รู้เห็น ซ้ำยังช่วย "กัน" ให้อีกต่างหาก

ต่อมาก็เป็นลูกสาวทั้งคู่ของ "แม่เบ็ญ" ที่อาตมาเรียกแม่ด้วยความเกี่ยวเนื่องมาในอดีต แต่มีคนจำนวนหนึ่งเห็นว่า อาตมาเรียกเพราะหวังในตัวลูกสาวทั้งสองคนของแม่ จน "ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน" จากบัดนั้นมาจนบัดนี้ ลูกสาวแม่ทั้งสองมีครอบครัว มีลูกโตเป็นสาวเหมือนกับแม่ตอนโน้นแล้ว ก็ยังไม่มีอะไรอย่างที่เขาร่ำลือกัน

เถรี 22-04-2020 06:47

ลำดับต่อมาคือ ๖ ลูกสาวนักเที่ยว ได้แก่ กล้วยไม้ ฟ้ามุ่ย ฟองฝน ลูกบอมบ์ ลูกแบด ลูกกวาด ที่เพิ่งจะโตก็เป็นนักเที่ยวตัวยง เพราะว่าพ่อแม่ให้อิสระเสรีในการดำเนินชีวิต

บางคนยังเรียนอยู่ชั้นประถมปีที่ ๖ บางคนเพิ่งจะขึ้นชั้นมัธยมปีที่ ๑ แต่เที่ยวผับเที่ยวบาร์ดึก ๆ ดื่น ๆ ทุกคืน

อาตมาที่สงสารเด็ก ประกอบกับต้องการทดสอบทิพจักขุญาณ จึงใช้วิทยุสื่อสารคุยกัน จนอีกฝ่ายสงสัยว่าอาตมาเป็นนักเที่ยวเหมือนกัน เพราะไม่ว่าพวกเขาจะไปเที่ยวที่ไหนก็รู้ไปหมด

ทั้งหมดจึงขอ "ว. ๑๕" แล้วก็เพิ่งรู้ว่าอาตมาเป็นพระ แต่ก็ยิ่งทำให้สงสัยหนักเข้าไปอีก ว่ารู้เรื่องของพวกเขาได้อย่างไร ?

อาตมาจึงสอนทุกคนให้ลดการเที่ยวเตร่ลง ใช้เวลาไปปฏิบัติกรรมฐาน ซักซ้อมการภาวนาไว้ทุกวัน ถ้าเห็นว่าสมควรเมื่อไร จะถ่ายทอดวิธีการใช้ทิพจักขุญาณให้

ผ่านไปเทอมเดียวเด็กทั้ง ๖ คน ผลการเรียนดีขึ้นอย่างมหาศาล เป็นที่ดีอกดีใจอย่างยิ่งของพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย แต่อาตมาโดนคณะกรรมการสงฆ์สอบสวน ข้อหาใช้วิทยุคุยกับผู้หญิงทุกวัน..!

เถรี 22-04-2020 06:50

ออกจากวัดมาผจญภัยในโลกกว้าง มีผู้คอยตามช่วยเหลืองานอยู่หลายคน และเป็นผู้หญิงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นน้องเก๋ น้องอุ๋ย น้องเล็ก

แล้วก็ยังมีรุ่นเด็ก อย่างลูกอ้อย ลูกแพร ลูกพลับ ลูกแพรว ลูกพีซ ลูกบัว ที่ทำให้คนเข้าใจผิดได้ง่าย เนื่องจากว่าในแต่ละวัน คนเหล่านี้จะวนเวียนอยู่รอบตัว

เถรี 22-04-2020 06:52

โดยเฉพาะน้องชายคือพระครูแสง ซึ่งค่อนข้างจะมีทิพจักขุญาณคล่องตัวเป็นพิเศษ มีอยู่คืนหนึ่งขณะที่นอนอยู่ด้วยกันที่บ้านอนุสาวรีย์ชัยฯ พระครูแสงก็ลุกพรวดพราดจะไปเปิดประตูห้องกระจก เมื่อเดินผ่านอาตมาก็อุทานว่า "อะไรวะ !? แล้วไอ้นั่นเป็นใคร ?"

เมื่ออาตมาลุกขึ้นมาถามจึงได้ความว่า พระครูแสงระแวงเรื่องชู้สาวระหว่างอาตมากับผู้หญิงทั้งหลายที่ว่ามานี้ จึงมาพักอยู่ด้วยเพื่อคอยจับผิด..!

กลางดึกเห็นอาตมาเปิดประตูเดินขึ้นชั้นบนของบ้านอนุสาวรีย์ชัยฯ ก็มั่นใจว่าอาตมาย่องไปหาน้องเล็กที่พักอยู่ชั้นบนอย่างแน่นอน

จึงเปิดประตูตามไปเพื่อที่จะจับให้ "คาหนังคาเขา" แต่แล้วกลับเห็นอาตมายังนอนอยู่ที่เดิม แล้วใครกันแน่ที่เป็นคนเปิดประตูเดินขึ้นชั้นบนไป ?

เรื่องการปรุงแต่งโดยฝีมือมารแบบนี้ ถ้าคนไม่เจอด้วยตนเองจะไม่เชื่ออย่างเด็ดขาด เรื่องนี้ต้องไปถามเอากับพระครูแสง เพราะว่าเป็นคนที่เห็นด้วยตาตัวเอง

เถรี 22-04-2020 06:54

เปลี่ยนจากบ้านอนุสาวรีย์ชัยฯ มาบ้านวิริยบารมี เรื่องแบบนี้ก็ยังอุตส่าห์ตามมาจนได้ แต่คราวนี้หนักกว่าเดิม เพราะว่าต้นเหตุข่าวลือก็คือพี่มุกดา พี่สาวของอาตมาเอง..!

เนื่องจากน้องเล็กทำงานได้คล่องตัว อาตมาจึงเรียกใช้ใกล้ชิด ทำให้งานหลายอย่างของพี่มุกดาโดนตัดไปให้น้องเล็กทำแทน

เมื่อเห็นว่าความสำคัญของตัวเองลดลง พี่มุกดาก็ "เอาไฟเผาบ้านเพื่อไล่หนู" ด้วยการปล่อยข่าวลือเสียเองทั้งที่บ้านวิริยบารมีและที่วัดท่าขนุน ว่าอาตมากับน้องเล็กมีเรื่องชู้สาวกัน..!

ทำให้เกิดความวุ่นวายทั้งที่บ้านวิริยบารมีและที่วัดท่าขนุนอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน โดยที่ไม่ได้คิดเลยว่าสิ่งที่ตัวเองพูดไปนั้น สร้างความเสียหายให้กับอาตมาเท่าไร นอกจากคิดว่าถ้ามีข่าวแบบนี้แล้วน้องเล็กจะอยู่ไม่ได้

เถรี 22-04-2020 07:06

สรุปว่าที่อยู่ไม่ได้กลายเป็นอาตมาเอง เพราะว่าแม่ป๋อมที่ทนความวุ่นวายจากเรื่องพวกนี้ไม่ไหว เรียกคืนบ้านวิริยบารมีไป จนต้องมาอยู่ที่บ้านเติมบุญอย่างทุกวันนี้

อาตมาลงโทษพี่สาวตัวเองอย่างหนักเพื่อเป็นตัวอย่างแก่ผู้อื่น จนทุกวันนี้ค่อยสงบปากสงบคำลงได้บ้าง แต่หลายคนก็ยังสงสัยและติดใจเรื่องนี้อยู่

เถรี 22-04-2020 07:07

สามสิบปีให้หลัง "พ่อ" กับ "ลูก" ต้องมาคุยกันเรื่องนี้อีกครั้ง

"แกจะไม่พูดอะไรสักหน่อยหรือ ?"

"แล้วจะมีประโยชน์อะไรละครับ ? คนที่เชื่อมั่นในตัวผมเขาก็ยังคงเชื่อมั่น ส่วนคนที่ไม่เชื่อในตัวผมเขาก็หาว่าผมแก้ตัวอยู่ดี"

"ไอ้นี่..เดี๋ยวพ่อฟาดกบาลแยก..! ยุคสมัยเปลี่ยนไป ผู้คนเปลี่ยนไป คนรุ่นนี้กำลังศรัทธาไม่แน่นแฟ้นเหมือนกับรุ่นของแก พูดอะไรให้เขารู้เสียหน่อยว่าแกรู้จริง คนที่สงสัยอยู่จะได้คลายใจลงบ้าง ทั้งพระทั้งโยมฟุ้งซ่านใหญ่โตไปยันบนสวรรค์นิพพานแล้ว..!"


ทฤษฎีสมคบคิดบวกกับฝีมือของมาร ช่วยพิสูจน์ศรัทธาให้กับบุคคลเป็นจำนวนมาก ว่าสามารถแยกแยะตัวบุคคลออกจากพระรัตนตรัยได้หรือไม่ ? มีความศรัทธาเลื่อมใสที่แน่นแฟ้นจริงจังหรือไม่ ? เป็น "หินลองทอง" ที่แหลมคมที่สุด จะเป็นทองแท้หรือว่าเป็นทองชุบก็จะปรากฏขึ้นในระยะเวลาอันรวดเร็ว

จึงกลายมาเป็นเก็บตกจากบ้านเติมบุญเดือนเมษายน ๒๕๖๓ ด้วยประการฉะนี้

เถรี 23-04-2020 06:31

พระอาจารย์กล่าวว่า "ช่วงนี้มีหลายข่าวที่ควรจะกล่าวถึง

ข่าวแรกคือรัฐบาลจะคลายการปิดเมือง (ล็อกดาวน์) ตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ซึ่งมีการกำหนดเป็นขั้นเป็นตอน ว่าจังหวัดไหนจะได้รับการปลดล็อกเป็นชุดแรก จังหวัดไหนจะได้รับการปลดล็อกเป็นชุดที่ ๒ และจังหวัดไหนจะได้รับการปลดล็อกเป็นชุดสุดท้าย

เรื่องนี้มองได้หลายแง่ด้วยกัน ประการแรกก็คือเพื่อให้เศรษฐกิจไปได้สำหรับจังหวัดที่มีการบริหารจัดการทางสาธารณสุขดีมาก หรือการจัดการอาจจะไม่ดีเท่ากับจังหวัดอื่น แต่บังเอิญพกดวงมาด้วย ไม่มีผู้ป่วยที่ตรวจพบว่าติดเชื้อเลย ในเมื่อคุณมากับดวง ก็ต้องยอมรับว่าดวงของคุณดีกว่าจริง ๆ"

เถรี 23-04-2020 06:33

"ประการที่ ๒ เป็นการให้ความหวังบุคคลที่ไม่สามารถจะไปไหนได้ เริ่มเกิดความเครียด จะได้มีความหวังและรอคอยด้วยใจที่จดจ่อ แต่ก็ยังมีแง่มุมที่เป็นลบอยู่ด้วย

คือถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนของทางรัฐบาลก็นับว่าดีมาก แต่ถ้าปลดล็อกหลายจังหวัดในชุดแรกแล้วพบผู้ติดเชื้อพุ่งทะยานขึ้นมา อาจจะต้องมีการประกาศปิดเมืองรอบใหม่ คราวนี้ความบรรลัยก็จะเกิดขึ้น..!

เพราะว่าคุณไปให้ความหวังกับมวลชนเสียแล้ว ว่าวันนั้นวันนี้จะมีโอกาสพ้นจากการติดคุกเสียที แต่แล้วอยู่ ๆ นอกจากไม่ได้รับการปลดล็อกแล้ว ยังโดนล็อกยาวต่อไปอีก ความไม่พอใจของมวลมหาประชาชนที่ประทุขึ้นมา ไม่ใช่เรื่องที่จะล้อเล่นได้อย่างเด็ดขาด

ตัวอย่างของประเทศที่ปลดล็อกการปิดเมืองแล้ว ยอดผู้ติดเชื้อพุ่งทะยานติดจรวด อย่างประเทศสิงคโปร์ ประเทศญี่ปุ่น ย่อมเป็นบทเรียนที่เราจะลืมไม่ได้เป็นอันขาด

เป็นความจริงที่ว่าทุกคนเดือดร้อน ไม่มีงาน ไม่มีเงิน ไม่มีกิน แต่ถ้ายอมทนลำบากอีกหน่อยหนึ่ง เพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้น ก็ดีกว่ารีบปลดล็อกแล้วเกิดการแพร่ระบาดใหม่ คราวนี้ไม่ใช่แค่ไม่มีงาน ไม่มีเงิน ไม่มีกินเท่านั้น อาจจะถึงกับไม่มีชีวิตอีกด้วย..!"

เถรี 23-04-2020 06:34

"ข่าวต่อไปที่จะกล่าวถึงก็คือ การที่รัฐบาลจะขอความช่วยเหลือจากบรรดาคนรวย จนโดนบรรดาสื่อต่าง ๆ รุมกระหน่ำว่า "รัฐบาลขอทาน" จนต้องเสียเวลาออกมาแก้ตัว แทนที่จะนำเวลานั้นไปช่วยเหลือผู้คน ให้พ้นความลำบากจากผลกระทบของการแพร่ระบาดจากเชื้อโรคร้าย covid - ๑๙

ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า รัฐบาลให้เราคิดเร็ว พูดเร็ว โดยไม่ทันมีแผนการรองรับแนวคิดของตนเองอย่างเป็นรูปธรรม คล้ายกับยุครัฐบาลของท่านนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ที่คิดเร็ว พูดเร็ว จนกลายเป็นข้อตำหนิออกสื่อหลายครั้ง

จนผู้คนต้องไปนึกถึงคำพูดของ "น้าชาติ" ที่ว่า "ก่อนพูดเราเป็นนายของคำพูด พูดแล้วคำพูดเป็นนายของเรา" และไปนึกถึง "ป๋าเปรม" เจ้าของฉายา "เตมีย์ใบ้" ที่นักข่าวสัมภาษณ์เท่าไรก็มักจะได้รับคำตอบแค่ว่า "กลับบ้านเถอะลูก"

คนเรายิ่งมีตำแหน่งใหญ่โตเท่าไร คำพูดและการกระทำก็มีผลกระทบต่อผู้อื่นมากเท่านั้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งต้องมีสติอยู่ในทุกเวลา ไม่ต้องถึงขนาด "ป๋าเปรม" ก็ได้ แค่คิดให้มากขึ้น พูดให้น้อยลง เรื่องยุ่งยากต่าง ๆ ก็จะน้อยลง ทุกอย่างก็จะดีขึ้นไปเอง"

เถรี 23-04-2020 06:36

"อีกข่าวหนึ่งค่อนข้างจะ "ดราม่า" ขนาดหนัก คือการที่เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองนครปฐม ไปจับผู้ใจบุญซึ่งไปแจกโจ๊กให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากการแพร่ระบาดของไวรัส covid-๑๙ ซึ่งเมื่อฟังข่าวอย่างรอบด้านแล้วจะเห็นได้ชัดเจนว่าเป็นการ "มองต่างมุม"

ก็คือท่านผู้ใจบุญเห็นว่า ตนเองมาทำความดีแท้ ๆ ทำไมถึงมาทำกับตนเหมือนอย่างกับเป็นโจร ? ยิ่งได้รับแรงเชียร์จากสื่อโซเชียลแล้ว ก็ยิ่งใส่อารมณ์มากขึ้นไปตามลำดับ จากภาพพจน์ของนางฟ้าใจอารี ก็เลยออกไปในแนวของนางมารร้ายแทน..!

ส่วนเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองนครปฐม ก็มองไปในแง่ที่ว่า การที่ทำให้คนมาร่วมชุมนุมกันเป็นจำนวนมาก อาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสหนักยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นการทำผิดกฎหมายอีกด้วย จึงต้องเข้ามาจัดการอย่างเด็ดขาด

วิธีการจัดการนี้เองที่เป็นข้อผิดพลาดของทั้งสองฝ่าย ท่านผู้ใจบุญแจกอาหารมาแล้ว ๖ วัน โดยไม่ได้ขอความร่วมมือจากทางเทศบาลให้มาช่วยจัดระเบียบ พอวันที่ ๗ คนที่เพิ่งรู้ข่าวแห่กันมาเป็นจำนวนมาก เกินกำลังที่ตนจะจัดการได้ ทางเทศบาลจึงต้องเข้ามาแทรกแซง

แต่การเข้ามาแทรกแซงของทางเทศบาลเมืองนครปฐมนั้น ก็เข้ามาแบบผิดฝาผิดตัวมาก เขาแจกอาหารมาแล้ว ๖ วัน คุณไปนอนหลับอยู่ที่ไหนมา ? ถ้าไม่ต้องการให้เขาแจกต่อไป ก็ควรที่จะบอกกับประชาชนให้แยกย้ายกันกลับบ้านไปเลย ไม่ใช่ไปช่วยจัดระเบียบ ทำให้เขามีความหวังว่าจะได้รับแจกอาหาร แล้ว "เขียนด้วยมือลบด้วยเท้า" ยกเลิกการแจกเอาดื้อ ๆ แบบนั้น..!"

เถรี 23-04-2020 06:37

"หนทางที่เหมาะสมที่สุดก็คือ ทางเทศบาลเข้ามาช่วยจัดระเบียบ แล้วให้ท่านผู้ใจบุญแจกต่อไปจนของหมด จากนั้นค่อยแจ้งว่าอย่าทำเช่นนี้อีก เพราะว่าผิดกฎหมาย อาจจะทำให้มีการแพร่ระบาดของเชื้อร้ายรุนแรงยิ่งขึ้น

ส่วนบรรดาท่านทั้งหลายที่เสพสื่อโซเชียล ก็ควรที่จะตั้งสติฟังทุกด้านเสียก่อน ไม่ใช่ว่าพอไม่ถูกกิเลสกู กูก็ต้องด่าให้ยับกันไปข้างหนึ่ง..! แทนที่จะปฏิบัติต่อกันด้วยเมตตา ให้คำแนะนำที่ดีในการทำงานเพื่อส่วนรวมต่อไป ทุกฝ่ายจะได้มีกำลังใจและทำหน้าที่ของตนได้ดียิ่งขึ้น

งานนี้ "ดราม่า" เกิดจากแรงเชียร์ของบรรดากองเชียร์ทั้งหลาย เมื่อได้รับแรงเชียร์ทั้งที่ตนเองทำผิด ก็กลายเป็นคิดว่าตนเองทำถูก ท่านผู้ใจบุญจึงเปลี่ยนจากนางฟ้าไปเป็นนางมารร้าย ส่วนเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองนครปฐมรับบทผู้ร้ายตั้งแต่ต้นจนจบอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ซึ่งถ้าเห็นว่า "ผิดเป็นครู" ต่อไปทุกคนก็คงจะทำอะไรได้ดีและเหมาะสมยิ่งขึ้น"

เถรี 23-04-2020 06:39

"ส่วนข่าวที่น่าตกใจมากก็คือ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมติของรัฐสภาสหรัฐฯ ให้ยกเลิกมาตรการปิดเมืองปิดประเทศ เริ่มต้นทำมาค้าขายต่อไปได้ โดยให้เหตุผลว่า ปล่อยให้คนตายดีกว่าปล่อยให้เศรษฐกิจพัง..!

นี่เป็นแนวคิดของบรรดานายทุนที่ "ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา" เห็นชีวิตประชาชนเป็นของไร้ค่า เห็นตัวเลขในบัญชีธนาคารสำคัญกว่าความเป็นมนุษย์ ที่บอกว่าน่าตกใจก็คือ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในยุคสมัยนี้ ที่ทุกอย่างเจริญในระดับสูงสุด แต่ทำไมจิตใจผู้คนถึงตกต่ำได้จนถึงขนาดนี้ ?

ถ้าบอกว่ากลัวเศรษฐกิจพัง ช่วงนี้เศรษฐกิจของทุกประเทศก็พังหมดแล้ว แต่คุณกำลังจะทำให้พังหนักยิ่งขึ้น ด้วยการเปิดประเทศทั้งที่มียอดผู้ติดเชื้อไวรัสสูงสุด พร้อมที่จะก่อการแพร่ระบาดให้ชาวโลกเขาบรรลัยวายวอดกันหมด..!

อยากถามคำถามเดียวเท่านั้นว่า "มิสเตอร์ไพร์มินิสเตอร์ คุณคิดอะไรของคุณอยู่วะ ?"


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 13:37


ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว