กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กระดานสนทนาวัดท่าขนุน (https://www.watthakhanun.com/webboard/index.php)
-   เก็บตกจากบ้านเติมบุญ (https://www.watthakhanun.com/webboard/forumdisplay.php?f=65)
-   -   เก็บตกจากบ้านเติมบุญ ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ (https://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=6480)

เถรี 04-02-2019 07:32

เก็บตกจากบ้านเติมบุญ ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๒
 
ถาม : ถ้าสมมติว่าคนที่มีพ่อแม่ป่วยหนัก ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งผลตรวจออกมาอย่างไรก็ไม่มีทางรอด และหมอให้เลือกทางรักษา เช่น รักษาแบบประคับประคองโดยไม่ต้องผ่าตัด กับใช้วิธีการผ่าตัด ซึ่งมีความเสี่ยงสูง ถ้าคนที่จำเป็นต้องเลือกวิธีการรักษา ทั้งที่รู้ว่าพ่อแม่ไม่รอดทั้ง ๒ วิธี จะมีโทษอนันตริยกรรมหรือไม่ และควรทำอย่างไรครับ ?
ตอบ : ถ้าคิดฆ่าพ่อแม่ก็มีโทษอนันตริยกรรม ถ้าไม่คิดฆ่า รักษาหรือไม่รักษาก็อยู่ที่เรา ถ้าเป็นอาตมาก็ไม่ต้องรักษา เพราะอย่างไรท่านก็ตาย เสียเงินเปล่า ๆ..!

เถรี 04-02-2019 07:32

ถาม : อาจารย์ให้โจทย์ทำวิทยานิพนธ์ เรื่องสีทากันเพรียงสำหรับกองทัพเรือที่สัตหีบมาค่ะ อยากขอคำแนะนำจากหลวงพ่อค่ะ และควรทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เป็นบาปคะ ?
ตอบ : สีทากันเพรียง ไม่ได้ทาฆ่าเพรียง ก็ทำไปสิวะ..!

เถรี 04-02-2019 07:33

ถาม : มีข้อสงสัยในระหว่างที่ถือศีล ๘ นั้น ในการดูวีดิโอหรือคลิปที่เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับความรู้ทางวิชาการนั้น ทำให้ศีลด่างพร้อยหรือเปล่าครับ ?
ตอบ : ถ้าหากว่านับแล้ว ด่างพร้อยทั้งหมด

ถาม : การจับมือถือแขนของคู่สามีภรรยาในระหว่างที่ถือศีลนั้น ทำให้ศีลด่างพร้อยหรือเปล่าครับ ?
ตอบ : ขาดเลย ถือว่าตั้งใจละเมิดพรหมจรรย์

เถรี 04-02-2019 07:41

ถาม : บทสวดมนต์และพระสูตรต่าง ๆ ถ้าผู้สวดเป็นพระอริยเจ้าขึ้นไป จะได้รับหรือทำให้เกิดอานิสงส์มากกว่าคนธรรมดาหรือไม่ครับ ?
ตอบ : ถ้าหากว่าผู้บริสุทธิ์มากกว่า แล้วตั้งใจสร้างความดี อานิสงส์ก็ย่อมมีมากกว่า

ถาม : บทสวดโพชฌงค์ ไม่ว่าจะสวดเองหรือฟัง ทำอย่างไรจึงจะสดชื่น หายจากอาการเจ็บป่วยได้นาน ๆ ดังที่ปรากฏตามบทสวด ไม่ใช่เพียงแค่เวลาขณะหนึ่งที่ไม่นานนักครับ ?
ตอบ : เข้าสมาธิสักระดับฌาน ๔ หรือสมาบัติ ๘ แล้วไม่ถอนออกมา จะเอานานแค่ไหนก็ได้

เถรี 04-02-2019 07:41

ถาม : นอกจากการทรงฌานแล้ว ผู้หญิงควรจะทำเช่นไร จึงจะลดหรือกำจัดอาการคิดมาก คิดเล็กคิดน้อย คิดไปเรื่อย และลดการกระทบกระทั่งทางใจ ซึ่งมาจากจิตใจที่ละเอียดอ่อนมากกว่าผู้ชาย ?
ตอบ : ไปอยู่คนเดียว เพราะอยู่หลายคนแล้วคิดมาก..! ถ้าอยู่คนเดียว คิดคนเดียวก็คิดไม่มาก

เถรี 04-02-2019 07:43

ถาม : คาถามหาประสาน สามารถใช้ใบตองที่ยังสดมีสีเขียวอยู่ เช่น ที่ขายในตลาดหรือแหล่งอื่น ๆ ได้ไหมครับ ?
ตอบ : อย่างไรก็ได้ ให้เป็นใบตองสดก็แล้วกัน

เถรี 04-02-2019 07:45

ถาม : ได้นำลูกประคำมือ ไม้โพธิ์ที่มียันต์นะโมตาบอด คล้องไว้มือพระพุทธรูปปางอภัย โดยนำลูกประคำที่มียันต์นะโมอยู่บนสุดตั้งขึ้นแล้วก็ไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าขึ้นลงบ้านจากผู้ไม่มีรูปร่างอีกเลย จะเป็นเหตุเกี่ยวเนื่องกันหรือไม่ครับ ?
ตอบ : ต้องลองเอาออกดู ถ้าเอาออกแล้วได้ยินอีกก็ใช่

เถรี 04-02-2019 07:52

ถาม : อัตตาหิ อัตตโน นาโถ แปลว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน และ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แปลว่า ทุกอย่างไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และไม่ใช่ตัวตน ผมอยากทราบว่า ทำไมประโยคแรกมีอัตตาที่แปลว่าตัวตน แต่ประโยคที่สองบอกว่าทุกอย่างเป็นอนัตตา ซึ่งมีความย้อนแย้งกันและทำให้ผมสับสน ขอหลวงพ่อเมตตาอธิบายทีครับ ?
ตอบ : ก็เพราะว่ามึงโง่..! อัตตาหิ อัตตโน นาโถ ท่านให้พึ่งตนเองก็พึ่งแค่ชาตินี้ พอหมดจากชาตินี้แล้วเหลืออะไรให้พึ่งเล่า ? และสำคัญที่สุดก็คือ ถ้าไม่พึ่งตัวเองตะเกียกตะกายให้เต็มที่ แล้วจะหลุดพ้นไปได้อย่างไร ?

เถรี 04-02-2019 07:53

ถาม : ผมสงสัยว่านักปฏิบัติเจริญวิปัสสนา จำเป็นต้องพิจารณาปฏิจจสมุปบาทไหมครับ ? เพื่อจะได้รู้เหตุรู้ผล และตัดเหตุของความทุกข์ได้ครับ ?
ตอบ : ก็รู้อยู่ว่าร่างกายนี้เป็นสาเหตุ ตัดร่างกายก็จบแล้ว จะไปพิจารณาอะไรให้มากมาย ?

เถรี 04-02-2019 07:56

ถาม : การที่หลวงพ่อวัดท่าซุงสอนให้เห็นทุกข์ของการเกิดเป็นมนุษย์ และทุกข์ของการเกิดเป็นพรหม เทวดา เพราะยังไม่เที่ยง หมดบุญเมื่อไรก็อาจจะตกนรกก็ได้ ถ้าไม่มีความดีรองรับไว้ และให้ตั้งใจว่าชาตินี้เราจะไปแดนพระนิพพานอย่างเดียว เป็นการพิจารณาปฏิจจสมุปบาทหรือเปล่าครับ ?
ตอบ : ก็ให้ดูว่ามีเหตุมีผลเนื่องกันไหม ? ในเมื่อรู้ว่าเหตุคือความทุกข์ เราพยายามจะหนีทุกข์ ก็ต้องใช่อยู่แล้ว

เถรี 04-02-2019 07:57

ถาม : อยากทราบว่าเวลาเรารู้ตัวว่ากำลังคิดชั่ว และหยุดความคิดได้ด้วยมรณานุสติ จัดว่าเป็นสังขารุเปกขาญาณหรือเปล่าครับ ?
ตอบ : จัดเป็นมรณานุสติ สังขารุเปกขาญาณนั้นปล่อยวางการปรุงแต่ง คือความนึกคิดต่าง ๆ ของใจ ไม่ใช่หยุดความคิด

เถรี 04-02-2019 07:57

ถาม : พระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปฐมทรงมีมหาปุริสลักษณะ อนุพยัญชนะ พระญาณต่าง ๆ มากกว่าหรือเหนือกว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์อื่นหรือไม่ครับ ?
ตอบ : เหมือนกันเพียงแต่รวยกว่า คำว่ารวยกว่าก็คือสร้างบารมีมานานกว่า

เถรี 04-02-2019 07:58

ถาม : ถ้าพุทธภูมิชาติก่อนเคยได้ปฐมฌาน ชาตินี้จะต้องผ่านปีติทั้ง ๕ อีกรอบหรือไม่ครับ ?
ตอบ : ส่วนใหญ่แล้วต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด เพียงแต่ได้เร็วกว่าคนที่ไม่เคยผ่านมาก่อน

เถรี 04-02-2019 07:59

ถาม : เมื่อหลายปีก่อนผมเคยนั่งสมาธิแบบพองยุบ รู้สึกว่ามีสมาธิกับการพองยุบบ้าง แล้วก็ไม่มีบ้าง ปะปนกัน แต่ไม่รับรู้ภายนอก พอเลิกได้มานอนเล่น ทันทีที่นอนเล่นกลับเกิดความรู้สึกหวิวสะท้านในอก มีความสุขอย่างบอกไม่ถูกอยู่ในตัว ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนในชีวิต สักประมาณนาทีสองนาที เกิดความสงสัยว่านั่นคือขุททกาปีติ ปีติอื่น หรือสุขในองค์ฌานหรือเปล่าครับ ?
ตอบ : ก็ต้องพิจารณาดูว่าตอนนั้นอารมณ์ใจของเราเป็นอย่างไร ถ้าหากว่าตัวเรายังบอกไม่ได้ คนอื่นก็บอกไม่ได้เหมือนกัน

ถาม : ทำไมความรู้สึกนั้นถึงมาหลังจากผมไม่ได้ภาวนาตั้งสมาธิใด ๆ เลยครับ ?
ตอบ : ตอนแรกตั้งใจมากจนเกินไป เมื่อเลิกความตั้งใจนั้นกำลังใจก็ลงช่องพอดี

ถาม : คนที่พบปีติทั้งครบห้าประการ เช่น พุทธภูมิหรือผู้ฝึกอภิญญา ปีติจะมาปรากฏแบบเรียงลำดับตามตำรา หรืออาจจะสลับไปมาแต่ครบทั้งห้าครับ ?
ตอบ : สลับไปสลับมา ไม่จำเป็นต้องไปตามลำดับ

เถรี 04-02-2019 08:00

ถาม : การทำบุญวันเกิด มีถวายสังฆทาน และพระท่านอาจจะสวดมนต์ให้พรมากกว่าปกติบ้าง ถ้าตรงกับเสาร์ ๕ จะมีผลร้ายหรือไม่ครับ ?
ตอบ : ทำความดีวันไหนก็ทำได้ ทำเมื่อไรก็ดีเมื่อนั้น

เถรี 04-02-2019 08:06

ถาม : โดยปกติผมจะชินกับการจับลมหายใจพร้อมกับคำภาวนาพุทโธ แต่พอผมมาภาวนาพระคาถาเงินล้าน ควบคู่กับการจับลมหายใจ ช่วงที่หายใจเข้าออก คำภาวนาพุทโธโผล่เข้ามาด้วยพร้อมกับการภาวนาพระคาถาเงินล้าน ผมควรจะปล่อยให้เป็นตามนี้หรือต้องปฏิบัติแบบไหนครับ ?
ตอบ : ถ้าอยากได้ผลของพระคาถาเงินล้าน ก็ต้องทิ้งพุทโธไปก่อน ว่าคาถาเงินล้านจบเมื่อไรแล้วค่อยกลับมาพุทโธใหม่

เถรี 04-02-2019 08:06

ถาม : โรงเรียนที่ตั้งอยู่ในเขตวัด หรือโรงเรียนวัด ได้ปลูกต้นไม้ชนิดต่าง ๆ เอาไว้ใช้กินใช้สอยในโรงเรียน หากครูและนักเรียนนำมารับประทานหรือนำกลับบ้าน จะติดหนี้สงฆ์หรือไม่ครับ ?
ตอบ : โรงเรียนไม่ใช่วัด ถ้าหากว่าคนปลูกไม่ใช่พระก็หมดปัญหาไป แม้ว่าจะอยู่ในเขตวัดก็ตาม เพราะว่าวัดตั้งใจให้ส่วนนั้นเป็นที่ตั้งของโรงเรียนไปแล้ว แต่ถ้าหากว่าพ้นจากการเป็นโรงเรียนเมื่อไร พื้นที่นั้นกลับเป็นของวัด ทุกอย่างถือเป็นของสงฆ์เหมือนเดิม

เถรี 04-02-2019 08:07

ถาม : ถ้าเราคิดอยากจะสร้างวิหารพระพุทธรูปบนเนื้อที่ที่บ้านของตนเองเพื่อเป็นพุทธบูชา กราบเรียนถามพระอาจารย์ว่า สามารถสร้างได้หรือไม่ครับ ผิดอะไรไหมครับ ?
ตอบ : ถ้าสร้างหลังเล็กจะผิดมาก ต้องสร้างหลังใหญ่ ๆ..!

เถรี 04-02-2019 08:08

ถาม : ผมเคยติดค้างเงินเพื่อนไว้ประมาณสามพันกว่าบาท ผมจะใช้คืนเพื่อน เพื่อนบอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องให้คืน เเล้วผมบอกกับเพื่อนว่า ถ้าอย่างนั้นผมจะนำเงินของเพื่อนไปทำบุญให้ ทำบุญอะไรเเล้วเเต่ผม เเละผมจะเเจ้งให้ทราบ เเต่เวลาผ่านมานานประมาณสามปีแล้ว ตอนนี้ผมตั้งใจจะนำเงินไปทำบุญ อยากกราบเรียนถามพระอาจารย์ครับว่า ผมต้องนำเงินไปทำบุญเท่าจำนวนที่ค้างเพื่อนไว้ หรือผมจะต้องทำเพิ่มขึ้นจากเดิมอีก เพราะเวลาผ่านมาหลายปีแล้วครับ ?
ตอบ : ให้ดูว่าสามพันบาทช่วงนั้นซื้อทองได้เท่าไร แล้วเอาทองจำนวนนั้นคูณด้วยราคาทองในปัจจุบัน ก็จะเป็นจำนวนยอดเงินที่เราต้องเอาไปทำบุญให้เขา

เถรี 04-02-2019 08:08

ถาม : พระปางเปิดโลกมีอานุภาพด้านใดครับ ?
ตอบ : ตั้งใจบูชาก็ พุทธะปูชา มะหาเตชะวันโต การบูชาพระพุทธเจ้าย่อมมีเดชมีอำนาจมาก แต่บางคนเชื่อว่า บูชาพระปางเปิดโลกแล้วช่วยให้เส้นทางชีวิตสะดวกสบายกว่าปางอื่น ก็แล้วแต่เขาจะเชื่อถือกัน

เถรี 04-02-2019 08:09

ถาม : ตอนนี้ที่ห้องเช่ารู้สึกเหมือนถูกรบกวนทั้งจากเสียงของคนข้างห้องและจากผู้ที่มองไม่เห็น ลูกขอคำแนะนำในการคิดและการวางกำลังใจด้วยค่ะ ?
ตอบ : หาสำลีมาอุดหูซะ..!

เถรี 04-02-2019 08:09

ถาม : หนูมักจะคิดฟุ้งซ่านจากข่าวที่ได้ยินและได้เห็น ขอคำแนะนำหลวงพ่อในการวางกำลังใจด้วยค่ะ ?
ตอบ : ไม่รู้ไม่เห็นก็จบแล้ว

เถรี 04-02-2019 08:11

พระอาจารย์กล่าวว่า “ส่วนใหญ่แล้วพวกเรามักจะฟุ้งซ่านไม่เข้าท่า เรื่องของการรู้การเห็นเกิดจากเราวางอารมณ์ตรงช่องนั้นพอดี โดยเฉพาะในสิ่งที่ไม่สามารถที่จะรู้เห็นได้เห็นทั่วไป เราก็แค่ลดกำลังใจลงมา หรือไม่ก็เพิ่มกำลังใจขึ้นไป พ้นจากจุดนั้นไปก็ไม่รู้ไม่เห็นแล้ว

อยากจะแนะนำว่าทรงปฐมฌานไว้จะดีที่สุด เพราะว่าทำการทำงานทุกอย่างก็ได้ คนปกติหรือว่าสรรพสัตว์ทั้งหลายจะสร้างเสียงรบกวนเท่าไร เราก็ไม่รำคาญ แล้วขณะเดียวกันก็จะอยู่ในจุดที่ไม่สามารถที่จะรับรู้เรื่องในโลกทิพย์ต่าง ๆ ได้ เพราะว่ากำลังสูงเกินกว่าอุปจารสมาธิซึ่งเป็นจุดรับรู้ แต่ก็ต่ำกว่าฌาน ๔ ซึ่งเป็นจุดรับรู้อีกจุดหนึ่ง ก็แค่ลองเพิ่มขึ้นลดลงนิดหน่อยก็พ้นจากภาวะนั้นไปแล้ว

แต่ส่วนใหญ่แล้วพวกเราขาดความกล้าที่จะทำ หรือไม่ก็ขาดการซักซ้อม ทำให้ไม่เข้าใจ ก็เลยต้องมาเสียเวลาถามกันอยู่บ่อย ๆ”


เถรี 04-02-2019 08:23

ถาม : คนที่มีกำลังสมาธิสูงกว่า จะสามารถโน้มน้าวคนที่มีสมาธิต่ำกว่าได้ แต่ถ้าเป็นสมาธิชั่วคราว ผลการโน้มน้าวจะเป็นอย่างไร ?
ตอบ : ก็ได้ชั่วคราวเหมือนกัน เพียงแต่ว่าตัวเองจะหมดสภาพ ให้สังเกตดูว่าถ้าเราทุ่มเทกำลังใจมาก ๆ ถึงเวลาเราเองนั่นแหละ ที่เหนื่อยเหมือนกับทำงานมาทั้งวันทั้งคืน

เถรี 04-02-2019 08:24

ถาม : กรณีที่อาราธนาคุณพระหรือใช้สีผึ้งเพื่อการโน้มน้าว ?
ตอบ : เหมือนกัน เพราะว่าต้องมีกำลังใจของเรารองรับ อานุภาพของวัตถุมงคลถึงจะแสดงได้เต็มที่ คราวนี้ต้นทุนของเราน้อย แต่ดันไปซื้อของราคาแพงมาก ก็แปลว่าต้องหมดสภาพไปพักหนึ่ง

เถรี 04-02-2019 08:25

พระอาจารย์กล่าวว่า “ส่วนมากแล้วปัญหาในการปฏิบัติธรรม ถ้าเราตั้งใจทำจริง ๆ จะได้คำตอบในตัวอยู่แล้ว เพราะว่าพอทำถึงก็จะหายสงสัย แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะสงสัยโดยไม่ทำ ซึ่งจะมีโทษมากกว่าประโยชน์ ถ้าเราทำแล้วติดขัดตรงไหนค่อยมาถาม ก็จะแก้ไขจุดติดขัดของเราไปได้ ก่อให้เกิดประโยชน์คือมีความก้าวหน้าในการปฏิบัติ

แต่ถ้าเราถามแล้วค่อยไปทำ จะทำให้ทำได้ช้ามากเพราะว่าเราจะไปฟุ้งซ่าน
ถึงเวลาก็จะไปเปรียบเทียบว่าท่านบอกมาอย่างนี้ ท่านตอบมาอย่างนี้ ขั้นตอนเป็นอย่างนี้ ตอนนี้เราทำถึงตรงไหนแล้ว โอกาสที่จะเข้าถึงตามที่ตนเองต้องการก็จะยากขึ้น เพราะฉะนั้น..ให้ทำ ติดขัดแล้วค่อยถาม อย่าถามแล้วค่อยไปทำ เพราะว่าโทษจะมีมากกว่า”

เถรี 04-02-2019 08:26

พระอาจารย์กล่าวว่า “ท่านใดที่ไปซื้อหน้ากากกันฝุ่นเอาไว้ อาตมายืนยันว่าไม่ต้องใช้ ร่างกายเราเก่งพอ สามารถจัดการกับฝุ่นได้ ไอ้ที่ฮือฮากันขึ้นมาเพราะว่าเขาอยากจะขายหน้ากากเท่านั้นเอง”

เถรี 04-02-2019 10:50

พระอาจารย์กล่าวว่า “การที่วัดจัดงานในวันเสาร์อาทิตย์นั้น สะดวกแก่ญาติโยมที่ไปร่วมงาน แต่ไม่ค่อยสะดวกกับพระที่จะไป เพราะว่าส่วนใหญ่ญาติโยมก็มักจะนิมนต์พระทำบุญกันวันเสาร์อาทิตย์เหมือนกัน ดังนั้น..ก็ขึ้นอยู่กับว่าใครนิมนต์ได้เร็วกว่า ส่วนใหญ่แล้วพระผู้ใหญ่ในกรุงเทพฯ แนะนำว่า ถ้านิมนต์ให้นิมนต์ในวันศุกร์ ถามว่าทำไม ? วันศุกร์เขาไม่เผาศพ อย่างน้อย ๆ ก็ไม่มีงานศพมาขวาง

เรื่องของการไม่เผาศพวันศุกร์มีคติอยู่สองอย่างด้วยกัน อย่างแรก..ไม่ทราบเหมือนกันว่าเขาไปเอามาจากไหน เขาบอกว่าพระพุทธเจ้าเกิดวันศุกร์ เพราะฉะนั้น..ไม่ควรที่จะเผาศพวันศุกร์ซึ่งเป็นวันเกิดของพระพุทธเจ้า..! ส่วนอีกคติหนึ่งเชื่อว่า วันศุกร์มีคำว่า “สุข” ซึ่งไม่ใช่ความทุกข์อยู่ เพราะฉะนั้น..ไม่ควรที่จะไปเผาศพซึ่งเป็นความทุกข์ของบุคคลที่รักของเขา”

เถรี 04-02-2019 10:51

พระอาจารย์กล่าวว่า “เรื่องการถือมงคล ถ้าจะถือให้ถือตามพระพุทธเจ้า ก็คือมงคล ๓๘ ในมังคลสูตร ตั้งแต่อย่าคบคนพาล ให้คบบัณฑิต บูชาบุคคลที่ควรบูชา ไปจนกระทั่งถึงการปฏิบัติธรรม ทำพระนิพพานให้แจ้ง ทำให้สภาพจิตไม่หวั่นไหวในการกระทบโลกธรรม มีความผ่องใส มีความเบิกบานเป็นปกติ ส่วนมงคลอื่น ๆ นั้น ไม่ใช่เรื่องที่ยั่งยืน ถ้าเราถือสาบางทีก็ทำอะไรลำบาก

อาตมาเจอบางคนศึกษาวิชาพรหมศาสตร์มา ไม่เดินทางเลย เพราะว่าห้ามลอดสะพาน แล้วสมัยนี้ไปด้านไหนก็มีแต่สะพานลอย กลายเป็นว่าสร้างความลำบากให้กับชีวิตตัวเอง เวลาเดินก็ต้องคอยมอง มีอะไรที่ทำมุมเป็นสามเหลี่ยมบ้าง จะได้ไม่เดินลอด ดูแล้วน่าเครียดมากเลย”

เถรี 04-02-2019 10:53

ถาม : ผู้หญิงที่ปรารถนาพุทธภูมิต้องบำเพ็ญบารมีอีกนานไหมครับจึงจะสำเร็จ ?
ตอบ : นานกว่าผู้ชายเป็นเท่าตัว เพราะว่าถ้าหากว่าไม่ใช่เนื่องด้วยคำอธิษฐานหรือกรรมที่สร้างไว้ ต้องเป็นอุปบารมีถึงจะเกิดเป็นผู้ชาย

ถาม : แปลว่าขั้นต้นก็ยังไม่เป็นผู้ชาย ?
ตอบ : ยังเป็นผู้หญิงอยู่ ยกเว้นบรรดาท่านที่เป็นปรมัตถบารมีแล้วยังต้องเป็นผู้หญิง อย่างเช่นว่าเนื้อคู่พระโพธิสัตว์หรือผู้ที่ตั้งใจขอเป็นพระพุทธมารดา

เถรี 05-02-2019 08:24

พระอาจารย์กล่าวว่า “เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก..ใช่ไหม ? อย่างน้อยก็ทุกข์กว่าผู้ชาย ๕ อย่าง พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า หนึ่ง..ต้องมีระดู เวลาผู้หญิงมีรอบเดือนนี่รู้สึกหงุดหงิดรำคาญไปหมด สอง..ต้องตั้งครรภ์ สาม..ต้องบำเรอสามี สี่..ต้องเลี้ยงบุตร ห้า..ต้องดูแลญาติของสามี

เพราะฉะนั้น..สมัยนี้หาผู้ชายสวย ๆ ดีกว่านะ ทุกข์น้อยลงไปเยอะเลย..! ไม่ต้องมีระดู ไม่ต้องตั้งครรภ์ ไม่ต้องเลี้ยงดูบุตร ทุกข์น้อยลงไปตั้งเยอะ”

เถรี 05-02-2019 08:33

พระอาจารย์กล่าวว่า “เรื่องของเพศสัมพันธ์ในระหว่างเพศเดียวกัน มีมาตั้งแต่โบร่ำโบราณแล้ว อย่างในบันทึกประวัติศาสตร์จีนเป็นพัน ๆ ปีมาแล้วก็มีอย่างนี้ เขาระบุไว้ชัดเลยว่า บรรดาข้าราชการผู้ใหญ่หรือเศรษฐี จะเลี้ยงดูเด็กผู้ชายในลักษณะของผู้หญิง ถ้าอย่างสำนวนเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ใช้คำว่า เอาไว้ “เล่นสวาทกัน” ซึ่งก็คือการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างผู้ชายกับผู้ชายด้วยกัน

พระพุทธเจ้าทรงห้ามพระภิกษุนอนใต้ผ้าห่มเดียวกัน ห้ามสัมผัสร่างกายกัน เพราะว่าเกรงเรื่องพวกนี้ ท่านใช้คำว่า “กายะสังสัคคัง” มีกายอันสัมผัสกัน แล้วถ้าหากว่าไม่สัมผัสกัน ไปห่มผ้าผืนเดียวกันก็ไม่อนุญาต พระองค์ท่านกันเอาไว้ทุกอย่าง แต่ก็อย่างที่ปรากฏคือ กันแค่ไหนถ้าหากว่าคิดจะทำ คนเราถ้าไม่ละอายชั่วกลัวบาป ไม่รักศีลตัวเองก็ทำจนได้"

เถรี 05-02-2019 08:35

“แม้กระทั่งอัจฉริยภาพที่พระองค์ท่านห้ามอุภโตพยัญชนก ก็คือบุคคลที่มีสองเพศในคนเดียวกัน ซึ่งโดยทั่ว ๆ ไปแล้วไม่น่าจะมี แต่ว่ามีจริง ๆ ซึ่งพระองค์รู้ได้อย่างไร ๒,๕๐๐ กว่าปีที่ผ่านมา อุภโตพยัญชนกไม่ใช่บัณเฑาะก์ บัณเฑาะก์คือแค่ผิดเพศ ก็คือตัวเป็นชาย ใจเป็นหญิง เป็นต้น แต่อุภโตพยัญชนกนั้น จะเป็นผู้ชายก็ได้ จะเป็นผู้หญิงก็ได้ สามารถตั้งท้องได้ รับบทของพ่อก็ได้ รับบทของแม่ก็ได้

อาตมาจำไม่ได้แล้ว ตอนนั้นอ่านแล้วไม่ได้ตั้งใจจำรายละเอียด ว่ามีเกาะอยู่แห่งหนึ่ง ซึ่งทุกคนที่อยู่บนเกาะนี้มีสองเพศทั้งหมด จะเป็นผู้หญิงหรือเป็นผู้ชายต้องเลือกเอาเอง”


ถาม : แบบนี้ถือว่าเป็นมนุษย์สมบูรณ์ไหมคะ ?
ตอบ : เขาสมบูรณ์กว่าเราอีก..! สามารถทำในสิ่งที่เราทำไม่ได้

ถาม : ผู้ชายสวยทำบุญพิเศษมากกว่าผู้หญิงสวยอย่างไรคะ ?
ตอบ : พึ่งมีดหมอ..! หรือไม่ก็ถวายดอกไม้พลาสติกบ่อย ๆ

เถรี 05-02-2019 08:37

สมัยก่อนการผ่าตัดแปลงเพศยังมีน้อยมาก ขนาดช่วงอาตมาอายุยี่สิบกว่าปีแล้ว ก็เพิ่งได้รับรู้เป็นครั้งแรกว่า มีการผ่าตัดแปลงเพศจากผู้ชายให้เป็นผู้หญิง ก็แปลว่าความนิยมต่าง ๆ นี้มาแค่ไม่กี่ปีเท่านั้นเอง แต่เป็นอะไรที่ลำบากสาหัส เพราะไม่ใช่เพศภาวะของตนเอง แล้วอีกอย่างหนึ่ง พอเป็นผู้ชายจะดูแลตนเองให้สวยให้งามเหมือนผู้หญิงอยู่ตลอดก็เป็นเรื่องที่ยาก ลำบาก เหนื่อย สิ้นเปลือง กว่าที่จะสวยมาอย่างที่พวกเราเห็นนี้ ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเจ็บตัวมากี่รอบ

พอไปผ่าตัดดัดเปลี่ยนแปลงขึ้นมาก็ไม่ยั่งยืน ถึงเวลาก็ต้องไปแก้ไขกันอยู่บ่อย ๆ ไม่ทราบเหมือนกันว่าสร้างเวรสร้างกรรมด้านปาณาติบาตเอาไว้มากมายขนาดไหน ถึงต้องเจ็บตัวเป็นประจำอย่างนั้น บางคนแค่จมูกอย่างเดียวก็ผ่าแล้วผ่าอีก เขาบอกว่าพอผ่านไป ๒-๓ ปี ผิวหนังและกล้ามเนื้อมีการเปลี่ยนแปลง จมูกก็เสียรูป ต้องไปทำใหม่อีกแล้ว

เถรี 05-02-2019 08:39

พระอาจารย์หยิบรูปหลวงปู่ไดโนเสาร์ “หลวงปู่ไดโนเสาร์ คนชอบไปถามปัญหาแล้วโดนหลวงปู่อัดหงายท้องมาทุกราย เห็นพระแก่ ๆ บ้านนอกบ้านนา แต่หารู้ไม่ว่าท่านเป็นพระระดับไหน”

เถรี 05-02-2019 08:41

พระอาจารย์กล่าวว่า “เรื่องของการบวชที่ท่านถาม อะนะโณสิ มีหนี้หรือเปล่า ? เพราะไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะหนีหนี้ไปบวชกันมาก แล้วก็จะเป็นที่ครหานินทา ดังนั้น..ถ้าใครเป็นหนี้เป็นสินอยู่แล้วจะบวช ให้หาคนรับภาระหนี้นั้นแทนให้ได้ก่อน เพราะในระหว่างที่บวช ถ้าหากว่าถึงเวลาที่ต้องจ่าย ก็ให้บุคคลนี้รับภาระแทน ถ้าเป็นอย่างนี้เราก็สามารถที่จะบวชได้”

เถรี 06-02-2019 08:52

ถาม : วันไหว้ครูผมติดเรียน ถ้าผมจะตั้งเครื่องบูชาที่บ้านได้ไหมครับ ?
ตอบ : เขาก็ทำอย่างนั้นกันทั้งนั้นแหละ ส่วนใหญ่การรับยันต์เกราะเพชรไม่จำเป็นต้องไปที่วัด อยู่มุมไหนของโลกถ้าตั้งใจรับด้วยความเคารพก็ได้ทั้งนั้น ถึงเวลาก็ตั้งเครื่องบูชาแล้วภาวนาสัก ๓๐ นาที ตั้งใจว่าบารมีอะไรที่พระท่านสงเคราะห์มา เราขอรับไว้ทั้งหมด

เถรี 06-02-2019 09:02

พระอาจารย์เล่าว่า "หลวงพ่อวัดท่าซุงท่านเคยคุยเรื่องพระมเหศวร พระมเหศวรสมัยอาตมาเด็ก ๆ เขาเรียกว่า พระสวน ก็คือด้านหน้าองค์หนึ่งด้านหลังองค์หนึ่ง แล้วก็หันเศียรไปคนละทิศ แต่คราวนี้พอพวกเสือฝ้ายดังขึ้นมา ในหมู่นั้นก็มีเสือมเหศวรอยู่ด้วย แล้วเขาก็ใช้พระรุ่นนี้ คนก็เลยเรียกพระมเหศวรมาตลอด

หลวงพ่อท่านบอกว่า สมัยที่ท่านไปช่วยทางตำรวจปราบพวกโจรผู้ร้าย มีโจรอยู่คนหนึ่งยิงอย่างไรก็ยิงไม่ออก จะคัดของก็แล้ว จะอะไรก็แล้ว ยิงไม่ออกทั้งนั้น ปรากฏว่าวันนั้นโจรโดนยิงตาย หลวงพ่อวัดท่าซุงพอได้ข่าวก็รีบไปดู คนที่ยิงโจรตายก็คือร้อยตำรวจเอกขุนบำราบปรปักษ์ ก็ถามว่าท่านขุนทำอย่างไร ? ท่านบอกว่า “ผมก็ไม่ได้ทำอย่างไรหรอกครับ ผมก็ยิงตามปกตินี่แหละ...แต่มันตาย”

หลวงพ่อท่านบอกว่า ปกติไอ้นี่จะหลับจะตื่นก็ยิงไม่ออกทั้งนั้น ท่านขุนบอกว่า "ครับ...ตอนนี้ก็ยิงไม่ออก" ท่านบอกให้ขยับศพออกจากที่ศอกหนึ่ง ยิงศพเท่าไรก็ยิงไม่ออก ท่านก็เลยถามท่านขุนว่าเป็นเพราะอะไร ? ท่านขุนก็บอกตรงนี้น่าจะเป็นที่ตายของเขา ถ้าพ้นจากตรงนี้ไปแม้แต่คืบเดียว ก็ไม่มีทางทำอะไรเขาได้เลย ก็คือเขาถึงที่จริง ๆ ถึงไปอยู่ตรงนั้น แล้วดวลกับท่าน ขยับศพออกจากที่ศอกเดียวก็ยิงไม่ออกเหมือนเดิม

อาตมาถามหลวงพ่อท่านว่า "โจรเขาใช้วัตถุมงคลหรือเครื่องรางของอะไร ?" ท่านบอกว่าพระมเหศวร แต่คราวนี้ที่ใช้ได้ขนาดนั้นไม่ใช่เฉพาะพระเครื่อง ต้องเป็นกำลังใจของเขาด้วย คงมีการอาราธนาลักษณะชักพระเข้าตัว ซึ่งสมัยนี้ของเราก็เหมือนกับที่อาตมาสอนให้พวกเราภาวนากำหนดภาพพระนั่นแหละ สมัยก่อนเรียกว่า ชักพระเข้าตัว ใครทำได้ก็จะมีอานุภาพมากกว่าคนอื่น"


เถรี 06-02-2019 09:09

ถาม : หลวงพ่อนำอธิษฐานเวลาทำกรรมฐานว่า ขอให้รู้เหตุนั้นโดยไม่ต้องกำหนดจิต ปรากฏว่ามีผลจริง ๆ ครับ วันนั้นขึ้นมอเตอร์ไซค์ อยู่ ๆ ภาพพระก็สวนขึ้นมาเลย ก็เลยตกใจ ไม่ทันจะทำอะไร ปรากฏว่ามีรถมาเฉี่ยวตัว ห่างไปนิดเดียว ?
ตอบ : บางอย่างเราจำเป็นต้องรับรู้ ไม่อย่างนั้นก็ตั้งหลักไม่ทัน มีอยู่เที่ยวหนึ่งอาตมาไปกับหัวหน้าประเดิมชัย คุยงานกันไปตลอดทาง ไปถึงตลาดเขตเรื่องหมดพอดี อาตมาก็หลับตานึกถึงพระจะภาวนา เอ๊ะ...ทำไมพระท่านแตกลายงาทั้งองค์ ลืมตาขึ้นมาจะบอกให้หัวหน้าเดิมระวัง ไม่ทันแล้ว เสียงเปรี๊ยะ...! กระจกหน้าแตกทั้งบานเลย

เถรี 06-02-2019 20:52

พระอาจารย์กล่าวว่า "เดี๋ยววันนี้คุณชลทิตก็คงจะมาอธิบายว่าจะทำพิพิธภัณฑ์ออกไปในรูปแบบไหน พอดีหม้อแปลงเราติดตั้งเสร็จ งานเขาก็คงได้ใช้พอดี

ตอนแรกที่เราติดตั้งหม้อแปลงที่วัด ๒๕๐ kVA นายก อบต. ของเราบอก “อาจารย์..อะไรจะขนาดนั้น ของผมทั้งตำบลเพิ่งจะ ๑๖๐ kVA เอง” ปรากฏว่า ๒๕๐ kVA ที่เราว่า พอถึงเวลาพื้นที่พิพิธภัณฑ์ ๑๖,๐๐๐ ตารางเมตร ต้องใช้เครื่องปรับอากาศประมาณ ๕๐ ตัว ถ้าเปิดพร้อมกันนี่ไฟไม่พอแน่นอน ก็เลยต้องใช้หม้อแปลงอีกใบหนึ่ง

แต่ไม่นึกว่าราคาจะขึ้นไปโหดขนาดนี้ ๑๐ ปีที่แล้วหม้อแปลงใบเก่าราคาล้านเศษ ๆ ส่วนใบนี้ราคา ๒ ล้าน ๖ แสนกว่าบาท เขาลดราคาลงมาเหลือ ๒ ล้าน ๒ แสนกว่าบาท ยังดีว่ามีลดราคาให้"


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 00:21


ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว