กระดานสนทนาวัดท่าขนุน

กระดานสนทนาวัดท่าขนุน (https://www.watthakhanun.com/webboard/index.php)
-   เทศน์ในวาระสำคัญต่าง ๆ (https://www.watthakhanun.com/webboard/forumdisplay.php?f=40)
-   -   ปกิณกธรรมช่วงสงกรานต์วัดท่าขนุน วันที่ ๑๓-๑๗ เมษายน ๒๕๖๕ (https://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?t=8539)

เถรี 08-05-2022 19:50

ก่อนปฏิบัติธรรมช่วงเช้า วันอาทิตย์ที่ ๑๗ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๕

พร้อมกันแล้วใช่ไหม ? พร้อมที่จะกลับบ้าน..น้ำตาจิไหล..นึกว่าพร้อมที่จะปฏิบัติธรรม..! ถ้าพวกเราช่างสังเกต จะสามารถวัดกำลังใจของตนเองได้จากการปฏิบัติธรรม เหตุที่กล้าพูดเช่นนี้ก็เพราะว่าสมัยก่อนบวช
กระผม/อาตมภาพเริ่มฝึกกรรมฐานตั้งแต่อายุ ๑๖ ปี ก็ปฏิบัติแบบหัวไม่วางหางไม่เว้น จนทั้งพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนฝูง ครูบาอาจารย์ทุกคนว่าบ้า..!

แต่ก็เป็นเรื่องแปลก ไม่ได้คิดที่จะไปหาหลวงพ่อฤๅษีฯ ท่านเลย รู้ว่าท่านดีแน่ รู้ว่าท่านเก่งแน่ จากตำราที่ท่านเขียนไว้แล้ว
กระผม/อาตมภาพปฏิบัติตาม เป็นไปตามที่ท่านเขียนไว้ทั้งหมด แต่ไม่ได้คิดอยากจะไปหาท่าน รู้ว่าพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านมารับสังฆทานที่บ้านสายลมเป็นประจำทุกต้นเดือน ก็ไม่ได้คิดที่จะไปหา ได้แต่ฝากเงินพี่ชายไปทำบุญสังฆทานทุกเดือน

จนกระทั่งวันหนึ่ง ตอนช่วงนั้นน่าจะอายุ ๑๙ ปีแล้ว พี่ชายบอกว่า "หลวงพ่อท่านสอนมโนมยิทธิ ใครฝึกได้จะเห็นนรกเห็นสวรรค์ได้ จะไปไหม ?" โห...ที่ฝึกมาแทบเป็นแทบตาย ก็เพราะอยากได้แบบนี้ เพราะฉะนั้น..ไม่ต้องถามเลย ไปทันที..!

ไปแล้วก็นับว่าโชคดีที่ทำแบบโง่ ๆ ก็เลยฝึกได้ตั้งแต่ครั้งแรก หลังจากนั้นก็เป็นขาประจำที่บ้านสายลม พอวันอาทิตย์โรงงานหยุด ไม่ต้องทำงาน ก็ไปกราบทำบุญสังฆทานกับหลวงพ่อท่านที่บ้านสายลม จนกระทั่งหลวงพ่อท่านขึ้นฉันเพล ก็กลับบ้าน เป็นแบบนั้นอยู่นาน


เถรี 08-05-2022 19:58

จนกระทั่งมาถึงระยะหนึ่ง เกิดสงสัยขึ้นมาว่า แล้วคนที่เขาอยู่ต่อ เขาทำอะไรกัน ? จึงตัดสินใจอยู่ต่อ ถึงได้ทราบว่า ถ้าเป็นช่วงเสาร์อาทิตย์ เขามีการฝึกมโนมยิทธิ และซักซ้อมญาณแปด ก็ไปซ้อมกับพวกเขา พอสี่โมงเย็นหลวงพ่อท่านขึ้นพัก กระผม/อาตมภาพก็กลับบ้าน เป็นอย่างนั้นอยู่อีกนาน

จนกระทั่งท้ายสุด เกิดความสงสัยว่าแล้วกลางคืนเขาทำอะไรกันบ้าง ? พอสี่โมงเย็นจึงไม่ได้กลับ หากแต่ว่ารอจนกระทั่งปฏิบัติกรรมฐานรอบค่ำเสร็จแล้วค่อยกลับบ้าน

ญาติโยมจะเห็นว่าสิ่งที่ทำค่อย ๆ ซึมเข้าเนื้อเข้ากระดูกไปทีละหน่อย..ทีละหน่อย นั่นคือจากกำลังใจที่ไม่ได้คิดจะไปเลย ก็กลายเป็นไปครึ่งวัน ไปเกือบทั้งวัน ไปทั้งกลางวันและกลางคืน พอท้ายที่สุดทำงานช่วงเช้าวันศุกร์เสร็จ ก็อันตรธานจากที่ทำงานไปอยู่ที่บ้านสายลม กลับมาอีกทีก็บ่ายวันจันทร์ เจ้านายจะบ่น เจ้านายจะด่า เจ้านายจะว่าอะไรก็เรื่องของเขา บอกเจ้านายไปว่า "ถ้าไม่พอใจก็ไล่ผมออกได้เลย..!"

ดังนั้น...ถึงกล้าพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า ถ้าเราตั้งใจปฏิบัติธรรมจริง ๆ แล้วรู้จักสังเกตตัวเอง จะเห็นความก้าวหน้า หรือเรียกง่าย ๆ ว่า เห็นชัดว่าบารมีของเราที่สั่งสมนั้น มากขึ้นไปเรื่อย ๆ จะทำอะไรได้เด็ดขาดและรวดเร็วขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามลำดับ แล้วท้ายที่สุดก็ถึงระดับ "ตีก็ไม่ไป ไล่ก็ไม่หนี"

เถรี 08-05-2022 20:00

พอไปถึงระดับนั้นก็เดือดร้อนเจ้านาย เจ้านายต้องไปตามเช็คว่า เดือนนี้วัดท่าซุงมีงานวันไหนบ้าง ? เดือนนี้หลวงพ่อท่านจะมาบ้านสายลมวันไหน ? แล้วช่วงเวลาที่ไม่ได้ตรงกัน ก็จะจ่ายงานให้คุ้มกับที่กระผม/อาตมภาพไม่อยู่ จะไล่ออกก็ไม่ไล่ เพราะหาคนที่ฝีมือเท่ากันยาก ก็เลยใช้วิธีว่าทนอยู่กับกระผม/อาตมภาพต่อไป..!

ใครที่สามารถทำให้เจ้านายเกิดอารมณ์อย่างนี้ได้ ขอให้รู้ว่าเริ่มใช้ได้แล้ว ก็คือจะไล่ออกก็ไม่กล้า จะด่าเราก็ไม่ฟัง..!

จนท้ายสุดก็มาบวช ตรงจุดนี้ถ้าพวกเราสังเกตตนเอง ก็ต้องดูว่าก่อนหน้านี้เรารู้จักเรื่องของศีลเรื่องของธรรมหรือไม่ ? เมื่อรู้จักแล้ว เรามีศีล ๕ บริสุทธิ์บริบูรณ์เลยหรือไม่ ? ซึ่งก็ล้วนแล้วแต่ต้องค่อย ๆ ประคับประคองรักษากันไป ข้อนี้ดี ข้อโน้นขาด จะมีข้อที่เป็นจุดอ่อนเฉพาะของตนเองอยู่ ข้ออื่นอาจจะบริสุทธิ์บริบูรณ์ แต่ข้อนี้เผลอเมื่อไรขาดเมื่อนั้น ช่างมัน..กิเลสยังแรงกว่า..!

ในเมื่อตอนแรกเป็นในลักษณะนั้น แล้วในปัจจุบันนี้เรารักษาศีล ๕ ได้ครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ ? วัดกันจากแรกเริ่มปฏิบัติธรรม และอารมณ์ใจในปัจจุบันนี้ ในขณะเดียวกันในเรื่องของสมาธิ ก่อนหน้านี้ "พุท" ยังไม่ทันจะ "โธ" ก็ฟุ้งซ่านแล้ว นับพุทโธให้ครบ ๑ - ๑๐ โดยไม่ฟุ้งซ่านเลยก็แสนจะยาก เดี๋ยวนี้สามารถนั่งต่อเนื่องได้ ๑๐ นาที ๑๕ นาที ๒๐ นาที ๓๐ นาที ๑ ชั่วโมง ๒ ชั่วโมง โดยที่กำลังใจไม่ได้เคลื่อน ไม่ได้คลายไปไหนเลย

เถรี 08-05-2022 20:02

ถ้าเราดูตรงจุดนี้ ก็จะเห็นความก้าวหน้าของตนเอง พอเห็นแล้วก็จะได้มีกำลังใจ เพราะว่าเป้าหมายคือพระนิพพานของเรานั้นไกลมาก

เหมือนกับเราตั้งเป้าว่าจะไปเชียงใหม่ มองจากตรงนี้ไปไม่เห็นเชียงใหม่หรอก จากทองผาภูมิต้องลงไปเมืองกาญจน์ฯ ก่อน จากกาญจนบุรีไปท่าม่วง ท่ามะกา ท่าเรือ ท่าผา บ้านโป่ง นครปฐม พุทธมณฑล กว่าจะถึงกรุงเทพฯ..เชียงใหม่อยู่ตรงไหนก็ไม่รู้ ??

แต่ถ้าเราดูไปทีละจุด เฉพาะที่ไม่ไกลจากข้างหน้าของเรา เราจะเห็นว่ามีความก้าวหน้าขึ้นไปเรื่อย ๆ แม้ว่าจะล้มลุกคลุกคลาน ทุเรศทุรังขนาดไหน แต่ผ่านมาได้ก็แล้วกัน เมื่อผ่านมาถึงตรงจุดนี้ไปแล้ว ก็ถือว่า "เราก็หนึ่งในตองอู" เหมือนกัน สำนวนนี้รู้ไหมว่ามาจากไหน ? สำนวนนี้มาจากนิยายเรื่องผู้ชนะสิบทิศ

ในเมื่อ
"เราก็หนึ่งในตองอู" เหมือนกัน เรื่องจะยอมแพ้ง่าย ๆ นั้นไม่มีเสียหรอก ถึงแม้ว่าจะท้อบ้าง ถอยบ้าง ก็ยังขึ้นหน้าไปเรื่อย ทำเป็นปลาหมอแถกเหงือก แหล่งน้ำตรงนี้จะหมด ปลาหมอก็ตัดสินใจขึ้นบกละวะ..! ตีนก็ไม่มีเหมือนกับชาวบ้านเขา ก็ต้องตะแคงเอาไอ้แก้มข้างเหงือกดึงตัวเองไป ซ้ายที ขวาที ไปเรื่อย บางทีไปจนเกล็ดแห้งแข็งไปทั้งตัวแล้ว ยังไม่ถึงแหล่งน้ำก็มี แต่ไม่ตายง่าย ๆ หรอก

ตอนเด็ก ๆ กระผม/อาตมภาพไปเจอ บางทีมดตอมเต็มตัวปลาเลย เกล็ดแห้งจนขาวเชียว แต่ไม่ต้องกลัว พอเอาไปหย่อนลงแหล่งน้ำ ให้น้ำเปียกพักเดียว ก็ขยับได้อีกแล้ว..!

เถรี 08-05-2022 20:03

ของเราต้องสู้ขนาดนั้นนะ..! ประเภทว่าถึงไปไม่ได้ แต่กูก็ไม่หนีก็แล้วกัน ขึ้นหน้าไม่ได้ก็เอาหัวชนฝาอยู่ตรงนี้แหละ ถ้าฝาไม่พัง หัวก็แตกกันไปข้างหนึ่ง..!

ถ้าหากว่าวัดกำลังใจกันในลักษณะอย่างนี้ ต้องเข้าใจว่าเราเป็นหนึ่งในคนไม่เท่าไร ที่มีสิทธิ์จะบรรลุมรรคบรรลุผลได้ เพราะว่าเราได้เกิดมาเป็นมนุษย์ ได้พบพระพุทธศาสนา มีโอกาสให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา รู้จักพระนิพพาน ก็แปลว่าเราสร้างบารมีมาเพียงพอ ที่จะบรรลุมรรคบรรลุผลกับเขาได้

เพียงแต่ว่าอาจจะแย่หน่อย ยาก เหนื่อย อาจจะถึงขนาดเอาชีวิตเข้าแลกแบบปลาหมอ ตอนน้ำมาเราก็กินมด ตอนพ้นน้ำขึ้นมามดก็จะกินเรา จึงต้องแลกกัน มั่นใจว่าเป้าหมายอยู่ตรงหน้า..ก็ไปเลย ถ้าหากว่าไปไม่ถึง..ตายเสียก่อน หนทางข้างหน้าของเราก็จะเหลือน้อยกว่าคนอื่นเขา แต่ถ้าไปถึงเลย ถือว่าเราเก่ง..ต้องรู้จักให้กำลังใจตัวเองบ้าง เรื่องพวกนี้ถ้าคิดไม่เป็นก็มาวัดบ่อย ๆ เดี๋ยว
กระผม/อาตมภาพจะช่วยบ่นให้ฟัง แต่ถ้าหากว่าคิดเองเป็น ก็ไปนอนคิดที่บ้านได้

เถรี 08-05-2022 20:05

สำคัญที่สุดก็คือ การปฏิบัติธรรมต้องรักษาอารมณ์ใจให้ต่อเนื่อง ยาวนาน ให้มากที่สุด ให้การกระทำทุกอย่างของเราเป็นกรรมฐาน

กินอยู่..มีสติรู้ว่ากิน ยืนอยู่..มีสติรู้ว่ายืน นั่งอยู่..มีสติรู้ว่านั่ง ด่าชาวบ้านเขาอยู่..มีสติรู้ว่าด่าอยู่ แต่กูหยุดไม่ได้ เพราะว่ากูโกรธ..! แต่อย่างน้อย ๆ ก็มีสติก็แล้วกัน จะมีมาก จะมีน้อย ก็แล้วแต่กำลังใจของเราที่เข้าถึง แต่ว่าต้องมีให้ได้ เพราะว่าถ้าไม่มีก็จน..จนอะไร ?

ตอนแรกก็จนบุญก่อน ขาดสติ ขาดปัญญา บุญน้อยก็..จนบุญ หลังจากนั้นไม่รู้หนทางที่จะไปข้างหน้าก็..จนปัญญา ตะเกียกตะกายเต็มที่แล้ว ยังไปไม่ถึงก็..จนความสามารถ ไม่เป็นไร...ทำไป สักวันหนึ่งเราต้องรวยให้ได้

อย่างน้อยก็ดีกว่าคนที่เขาไม่ได้ทำ ประชากรโลกตั้ง ๖,๐๐๐ กว่าล้านคน ที่นับถือพระพุทธศาสนาจริง ๆ มีประมาณ ๔๐๐ ล้านคน
ใน ๔๐๐ ล้านคน เป็นพุทธศาสนามหายานไป ๓๐๐ กว่าล้านคน เป็นเถรวาทอยู่ประมาณ ๑๐๐ ล้านคน ใน ๑๐๐ ล้านคนของเถรวาท จะรู้จักพระนิพพานสัก ๑ ล้านคน ก็หายากมากเลยนะ..!

เอาแค่ประเทศไทยเรา คณะที่ใหญ่ที่สุดก็คือธรรมกาย ลูกศิษย์ถ้านับกันจริง ๆ จัง ๆ มีเป็นล้าน แต่ขอโทษ...พอถามว่าพร้อมจะไปนิพพานชาตินี้ไหม ? แทบทุกคนจะถามกลับมาว่า "นิพพานไปชาตินี้ได้ด้วยหรือ ?" เหตุที่รู้ตรงนี้ก็เพราะว่ากระผม/อาตมภาพคลุกคลีกับสายธรรมกายมาตั้งแต่ต้น เพื่อนฝูงบางคนเป็นระดับผู้บริหารใหญ่อยู่ข้างในโน้น แต่ไม่ได้ไปกับเขาด้วย เพราะว่าเห็นอะไรที่แปลก ๆ มาตั้งแต่แรก

เถรี 08-05-2022 20:07

ที่ยกขึ้นมาเปรียบเทียบก็เพราะว่า เขามีบริษัทบริวารมากขนาดนั้น ยังหาใครที่จะตั้งใจไปพระนิพพานจริง ๆ ไม่ได้เลย พวกเราทั้งหลายจึงกลายเป็นแปลกแยกจากสังคม อยู่ร่วมกับใครไม่ได้ แทนที่จะไปเที่ยวสงกรานต์ ก็เลยต้องมานั่งกันอยู่ตรงนี้..!

ในเมื่อพวกเราเป็นส่วนน้อย ลองนึกถึงยอดพีระมิดสิ ถ้าพระพุทธศาสนาของเราเป็นพีระมิด พวกพิธีกรรม พวกทานก็คือฐานใหญ่เลย ตรงช่วงกลางก็คือการรักษาศีล ช่วงปลายแหลมหน่อยหนึ่งก็คือเจริญภาวนา และปลายแหลมหน่อยหนึ่งนั้น ใครที่จะไปยืนตรงปลายได้ก็คือคนที่ตั้งใจจะไปพระนิพพานจริง ๆ ดังนั้น..ให้ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติของเราต่อไป



พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
ปกิณกธรรมช่วงบวชเนกขัมมะปฏิบัติธรรม สงกรานต์ ๒๕๖๕ ณ วัดท่าขนุน
วันพุธที่ ๑๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๕ - วันอาทิตย์ที่ ๑๗ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๕
(ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย ทะเลและนาทาม)


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 12:43


ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว